ถอดรหัส SAFE ความสำเร็จที่สะท้อนโอกาสในวิกฤตของธุรกิจรักษาผู้มีบุตรยาก

นอกจากการฟื้นฟูเศรษฐกิจยุคหลังโควิด-19 แล้ว อีกปัญหาหนึ่งที่ทั่วโลกต่างกังวลไม่แพ้กันคือ ปัญหาจำนวนประชากรวัยทำงานที่ลดน้อยลง อันเนื่องมาจากอัตราการเจริญพันธุ์ต่ำ โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) ประมาณการว่า 15% ของคู่สมรสทั่วโลกประสบภาวะมีบุตรยาก

อัตราการเจริญพันธุ์ในประเทศไทยเองก็ลดลงเช่นกัน จากจำนวนบุตร 5.5 คน ต่อผู้หญิง 1 คน ในปี พ.ศ. 2513 เหลือเพียงจำนวนบุตร 1.16 คน ต่อผู้หญิง 1 คน ใน ปี พ.ศ. 2564 รวมถึงอายุเฉลี่ยในการมีบุตรของผู้หญิงก็มีแนวโน้มสูงขึ้นด้วย

จากปัญหาดังกล่าว ทำให้เกิดโอกาสทางธุรกิจที่น่าสนใจขึ้นมา นั่นคือ ธุรกิจศูนย์การแพทย์เฉพาะทางเพื่อการมีบุตร ที่คอยให้คำปรึกษาและเสนอบริการทางการแพทย์ สำหรับผู้ที่ต้องการมีบุตร หรือมีบุตรยากจากสาเหตุต่าง ๆ ซึ่งธุรกิจนี้ยังทำให้เกิดการเดินทางข้ามประเทศของกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ต้องการรักษาการมีบุตรยากโดยเฉพาะ หรือ fertility tourism อีกด้วย

มีการคาดการณ์ว่าตลาด fertility tourism ทั่วโลกจะมีมูลค่ากว่า 1.8 แสนล้านบาทในปี 2569 เติบโตเฉลี่ยร้อยละ 15.2 ต่อปี ซึ่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นตลาดที่มีมูลค่าและการเติบโตสูงที่สุด

สำหรับเมืองไทย คือหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญของธุรกิจ fertility tourism โดยบริษัทที่โดดเด่น คือ บริษัท เซฟ เฟอร์ทิลิตี้ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ SAFE ผู้ให้บริการศูนย์การแพทย์เพื่อการมีบุตรแบบครบวงจร ภายใต้ชื่อ “ศูนย์การแพทย์เพื่อการมีบุตร เซฟ เฟอร์ทิลิตี้ เซ็นเตอร์” ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานคลินิกเด็กหลอดแก้วแห่งแรกในประเทศไทย และแห่งที่สองในเอเชีย ที่มีผู้ดูแลส่วนบุคคลที่สามารถสื่อสารได้หลายภาษา

SAFE ก่อตั้งขึ้นในปี 2552 โดยนายแพทย์วิวัฒน์ กว้างคณานุรักษ์ และครอบครัว จากความตั้งใจที่จะนำความรู้และประสบการณ์กว่า 22 ปี ในด้านการรักษาผู้มีบุตรยาก มาช่วยเหลือผู้ที่ต้องการมีบุตร

เพื่อเติมเต็มความฝันในการมีบุตรได้จริงแก่ทุกครอบครัว

SAFE ได้นำเข้าเครื่องมือทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพและใช้เทคโนโลยีอันทันสมัยจากต่างประเทศ มาให้บริการแก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น

ปี 2555 นำเข้าตู้เลี้ยงดูตัวอ่อนรุ่นใหม่ (Embryoscope) มาใช้เป็นที่แรกในประเทศไทย

ปี 2557 นำเทคโนโลยีคัดกรองโครโมโซมด้วยเทคนิค Illumina NGS (PGT-A) มาใช้แห่งแรกในประเทศไทย

ปี 2558 ผ่านการรับรองมาตรฐานคลินิกเด็กหลอดแก้วจากสถาบัน RTAC แห่งแรกในประเทศไทยและแห่งที่ 2 ในเอเชีย

ปี 2562 นำเทคโนโลยีฟื้นฟูรังไข่ Reju O เข้ามาเพื่อใช้เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพและอัตราความสำเร็จในการตั้งครรภ์

โดยได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ เช่น จีน อินเดีย พม่า เวียดนาม สิงคโปร์ ญี่ปุ่น

ปัจจุบัน มีอัตราความสำเร็จในการตั้งครรภ์สูงถึงร้อยละ 75 และมีรอบการเก็บไข่ (Treatment Cycle) กว่า 6,900 รอบใน 5 ปีที่ผ่านมา โดย SAFE มีห้องแล็บที่ใช้ตรวจโคโมโซมและความผิดปกติของทารกในครรภ์ด้วยระบบ Robotic ที่มีความแม่นยำ

ปัจจุบัน SAFE มีสาขากระจายอยู่ในภูมิภาคต่าง ๆ ถึง 5 สาขา ทำให้รองรับลูกค้าได้อย่างทั่วถึงมากขึ้น โดยมีรายละเอียดดังนี้

SAFE Fertility Group สาขาอัมรินทร์ พลาซ่า

SAFE Fertility Group สาขารามอินทรา

SAFE Fertility Group สาขาภูเก็ต

SAFE Fertility Group สาขาขอนแก่น

SAFE Fertility Group สาขาศรีราชา

นอกจากนี้ SAFE ยังมีบริษัทย่อย คือ บริษัท เน็ก เจนเนอร์เรชั่น จีโนมิค จำกัด (NGG) ดำเนินธุรกิจด้านการตรวจวินิจฉัยพันธุกรรมตัวอ่อนและทารกในครรภ์ และให้บริการด้านห้องปฏิบัติการด้านพันธุศาสตร์ต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนธุรกิจของ SAFE รวมถึงให้บริการแก่ลูกค้าภายนอกด้วย อาทิ โรงพยาบาลชั้นนำ คลินิกสูตินรีเวช และศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากในประเทศไทย และ SAFE ยังได้ต่อยอดมองหาโอกาสใหม่ ๆ ด้วยการขยายไลนธุรกิจเพิ่ม คือ บริษัท เซฟ เวลเนส จำกัด (SWC) ดำเนินธุรกิจด้านผิวหนังและความงามสำหรับคุณแม่ก่อนและหลังคลอดบุตร

โดย SAFE มีกลยุทธ์หลัก ๆ ในการเพิ่มศักยภาพของธุรกิจ ดังนี้

1. ขยายเครือข่ายศูนย์การแพทย์ ห้องปฏิบัติการ เพื่อเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดและสร้างโอกาสใหม่ ๆ ทางธุรกิจ

บริษัทฯ ขยายสาขาสู่พื้นที่ที่มีคุณภาพในด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว มีอุปสงค์สูง ผ่านเครือข่ายของโรงพยาบาลพันธมิตร ทั้งในรูปแบบการมีข้อตกลงร่วม การลงทุนร่วมกัน และการเข้าซื้อกิจการเพื่อการมีบุตรแห่งอื่น เพื่อบริหารต้นทุน ช่วยลดงบประมาณในการสร้างสาขาใหม่ ทำให้มีระยะเวลาคืนทุนที่สั้นกว่า

2. ให้บริการด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ใส่ใจความปลอดภัยของลูกค้าเป็นสำคัญ

ตลอดระยะเวลากว่า 15 ปีที่ดำเนินกิจการมา SAFE มุ่งมั่นให้บริการด้วยเทคโนโลยีที่ดีเยี่ยม มีการนำเข้าเครื่องมือคุณภาพสูงจากต่างประเทศอยู่เสมอ เช่น เครื่อง IMSI by Leica, เครื่องเลี้ยงตัวอ่อนแบบพิเศษ, เครื่อง Robotic Technologies in Qualifi Prenatal Test และการนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการวิเคราะห์ผลตรวจครรภ์ ซึ่งรวดเร็วและแม่นยำ โดยไม่เป็นอันตรายกับทารก และเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ช่วยในการเจริญพันธุ์ของประเทศไทย

SAFE ยังมีบุคลากรทางการแพทย์ที่มีศักยภาพมากมาย ทั้งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มากประสบการณ์ ที่ปรึกษาทางด้านพันธุกรรม นักจิตวิทยา นักเทคนิคการแพทย์ ไปจนถึงนักวิทยาศาสตร์เพาะเลี้ยงตัวอ่อนผู้ทรงความรู้ ที่ผ่านการทดสอบจากผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะ และได้รับการรับรองความสามารถจากมาตรฐานนักวิทยาศาสตร์ของยุโรป (Certified Clinical Embryologist by ESHRE) เป็นแห่งแรกของไทย ทั้งยังได้รับมาตรฐานคุณภาพห้องปฏิบัติการระดับสากล UK NEQAS จากประเทศอังกฤษ, มาตรฐานคลินิกเด็กหลอดแก้วจากคณะกรรมการรับรองเทคโนโลยีการเจริญพันธุ์จากประเทศออสเตรเลีย RTAC เป็นเจ้าแรกในประเทศไทย และเจ้าที่สองในเอเชีย และมาตรฐาน ISO 15190 : 2003 รับรองความสามารถของห้องปฏิบัติการทดสอบด้านการแพทย์

3. สื่อสารและสร้างการรับรู้คุณค่าและความเป็นตัวตนของแบรนด์ในฐานะผู้นำด้านการรักษาภาวะมีบุตรยากและด้านวินิจฉัยพันธุกรรมตัวอ่อนในเอเชีย

SAFE สื่อสารผ่านช่องทางทั้งออฟไลน์และออนไลน์ อาทิ การบอกต่อของผู้ใช้บริการ, การประชาสัมพันธ์ผ่านพนักงานของบริษัท, ป้ายโฆษณา, เว็บไซต์ ไปจนถึงโซเชียลมีเดีย โดยพัฒนารูปแบบการประชาสัมพันธ์ร่วมกับบุคคลที่มีชื่อเสียง และสร้างการรับรู้ในวงกว้าง เพื่อรักษาลูกค้าเดิม ควบคู่ไปกับการเพิ่มฐานลูกค้าใหม่

4. ขยายธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องเพื่อเพิ่มรายได้และผลกำไรอย่างยั่งยืน

SAFE ขยายธุรกิจสู่ธุรกิจเสริมความงาม ซึ่งมีศักยภาพในการเติบโต เพราะมีกลุ่มลูกค้าที่สนใจด้านความงามทั้งในและต่างประเทศ โดย SAFE มีกลุ่มเป้าหมายเป็นชาวต่างชาติและชาวไทยที่เข้ารับการรักษาภาวะมีบุตรยากทั้งก่อนคลอดและหลังคลอดบุตร และขยายฐานลูกค้าไปยังคนทั่วไป เพื่อสร้างแหล่งรายได้อีกช่องทางหนึ่งให้บริษัท

และในปี 2566 SAFE พร้อมแล้วสำหรับการเสนอขายหุ้นสามัญให้แก่บุคคลทั่วไปจำนวน 93,846,800 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 30.88 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัท ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้ เพื่อใช้ในการขยายสาขาและลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง รวมถึงใช้หมุนเวียนในการดำเนินงาน เพื่อพัฒนาและมุ่งสู่การเป็นผู้นำธุรกิจด้านรักษาผู้มีบุตรยากและด้านวินิจฉัยพันธุกรรมตัวอ่อนและเวลเนสในภูมิภาคเอเชียในอนาคต

Reference:

http://market.sec/safe

SHARE
Salary Investor
“คนทำงาน” ที่ชอบลงทุนกับความรู้ เพื่อชีวิตที่ดียิ่งขึ้น