ทำไม? บิตคอยน์ถึงมีจำกัด เพียง 21 ล้านบิตคอยน์

บิตคอยน์ สินทรัพย์น้องใหม่ ที่มีอายุเพียงแค่ 12 ปี กำลังสั่นสะเทือนภาคการลงทุนอย่างมาก

ยิ่งมีคนดังอย่าง “อีลอน มัสก์” ที่ให้บริษัท Tesla ทุ่มเงินกว่า 4.5 หมื่นล้านบาท ลงทุนในบิทคอยน์ ยิ่งทำให้เป็นกระแสให้ผู้คนทั่วโลก หันมาสนใจบิตคอยน์มากขึ้นไปอีก…

ใครเป็นผู้สร้างบิตคอยน์ ?

“บิตคอยน์” เป็นเงินดิจิทัลสกุลแรกของโลก เปิดตัวเมื่อปี 2009 โดยผู้ที่ใช้นามแฝง “Satoshi Nakamoto” ซึ่งยังไม่มีใครรู้ว่าตัวจริงเขาคือใครจนถึงทุกวันนี้ และ Satoshi ได้จำกัดจำนวนบิตคอยน์ไว้ที่ 21 ล้านบิตคอยน์

บิตคอยน์สร้างขึ้นเพื่ออะไร ?

Satoshi Nakamoto อยากคืนอำนาจ “ทางการเงิน” ให้แก่ผู้คน
เพราะปัญหาของระบบการเงินในปัจจุบันคือ การมีคนกลางคอยควบคุม (Central Bank) แถมธนาคารกลางยังมีเสรีในการพิมพ์เงิน (Fiat money) ได้อย่างไม่จำกัด ทำให้การอัดฉีดเงินเข้าไปในระบบ อยู่ในอำนาจนายธนาคารกลางเพียงไม่กี่คน ซึ่ง Satoshi Nakamoto มองว่ามันไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย

ทำไมต้องจำกัดจำนวนเหรียญบิตคอยน์ ?

– Satoshi Nakamoto จำกัดปริมาณไว้ 21 ล้านบิตคอยน์ เพื่อไม่ให้เป็นเหมือนระบบการเงินในปัจจุบัน ที่พิมพ์เงินเข้าระบบได้อย่างไม่จำกัด

ยกตัวอย่าง : หากเรามี 1 บิตคอยน์ในวันนี้ ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี มันก็จะยัง Supply Limit ที่ 21 ล้านบิตคอยน์ (1 ใน 21 ล้าน) ซึ่งทุกคนรู้ดีว่า สิ่งของอะไรที่มีจำนวนจำกัด และมีคนต้องการเยอะ มูลค่ามันจะยิ่งเพิ่มสูงขึ้นๆ ตามความต้องการของตลาด

– “บิตคอยน์ & บล็อกเชน” ถือเป็นสิ่งมหัศจรรย์อีกอย่างของโลกใบนี้ ที่สร้างมาเพื่อแก้ปัญหาเรื่องการเงินให้ผู้คน
ณ วันนี้ คงไม่มีใครไม่คุ้นชื่อ “บิตคอยน์” หรือเหรียญคริปโทเคอร์เรนซีอีกหลายตัว ที่ราคาพุ่งขึ้นเรื่อยๆ และมีผู้คนสนใจเข้ามาลงทุนในสินทรัพย์ “คริปโทเคอร์เรนซี” เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

บทความนี้ไม่ได้เป็นการชี้ชวนให้เข้ามาลงทุนในบิตคอยน์หรือคริปโทเคอร์เรนซี

สำหรับนักลงทุนมือใหม่ ก็ควรต้องศึกษาให้ดี เพราะตลาดคริปโทเคอร์เรนซี มีความผันผวนสูง เงินที่นำมาลงทุน ควรเป็นเงินเย็น ที่สัดส่วนไม่มากนักของพอร์ตลงทุน