Inspire Case Study รู้จัก “ผู้นำ” 6 สไตล์ แบบไหน…ที่คุณอยากร่วมงานด้วย? InspireCase StudyRole Model รู้จัก “ผู้นำ” 6 สไตล์ แบบไหน…ที่คุณอยากร่วมงานด้วย? By Salary Investor - Jul 18, 2021 รู้จัก “ผู้นำ” 6 สไตล์ แบบไหน…ที่คุณอยากร่วมงานด้วย? บทความจาก Harvard Business Review โดย Daniel Goleman แนะนำไว้ 6 แบบ ของผู้นำ ซึ่งผู้นำที่ดีจะต้องเลือกใช้สไตล์การนำให้เหมาะกับแต่ละสถานการณ์ มาดูกันว่าแต่ละสไตล์น่าสนใจยังไง และเราอยากทำงานกับ ผู้นำสไตล์ไหนบ้าง? 1. ผู้นำแบบออกคำสั่ง (The Coercive Style) : ผู้นำที่ชอบใช้ความคิด ตัดสินใจทำอะไรเองคนเดียว มักไม่เปิดโอกาสให้คนอื่นเสนอความคิดเห็นใดๆ หรือถามถึงความรู้สึกของคนในทีม ข้อดี : เป็นวิธีที่เร็วที่สุดในการจัดการปัญหา ข้อเสีย : – ส่งผลให้ความคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ไม่เกิด – องค์กรยากที่จะประสบความสำเร็จในระยะยาว เหมาะกับ : องค์กร หรือทีมที่กำลังเจอกับสถานการณ์ที่ไม่ปกติ เช่น มีวิกฤต หรือกำลังย่ำแย่ ยกตัวอย่างผู้นำ : Donald Trump 2. ผู้นำแบบโน้มน้าว (Autocratic Leadership) : ผู้นำเช่นนี้ เขาจะพยายามโน้มน้าวให้ทุกคนมุ่งหน้าไปสู้เป้าหมายไปด้วยกัน ข้อดี : ในระยะยาวจะทำให้ทุกคนในทีมซึมซับสิ่งเหล่านี้ไปทุกวันๆ จนเชื่อว่าพวกเขาสามารถบรรลุเป้าหมายได้ ข้อเสีย : – อาจไม่เหมาะกับคนในทีมที่มั่นใจในตัวเองสูงมากๆ จนไม่ยอมฟังใคร วิธีการนี้อาจใช้ไม่ได้ผล เหมาะกับ : องค์กรที่ต้องการความเปลี่ยนแปลง แต่ต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน ช่วยให้ทีมรู้ว่าจะต้องเดินหน้ากันต่อไปยังไง ยกตัวอย่างผู้นำ : Steve Jobs 3. ผู้นำแบบคนในองค์กรต้องมาก่อน (The Affiliative Style) : ผู้นำที่ชอบสร้างความเป็นหนึ่งเดียวกับคนในทีม โดยเขาจะสนับสนุนให้เกิดการรวมกลุ่ม และป้องกันการเกิดความขัดแย้งระห่างคนในทีม ข้อดี : ผู้นำจะเข้าใจ และให้ความสำคัญกับความรู้สึกของคนในทีม ข้อเสีย : การมัวแต่โฟกัสที่คน แต่ไม่โฟกัสที่งาน อาจทำให้คนในทีมขาดแรงกระตุ้นในการทำงาน เหมาะกับ : ช่วงที่ทีมเกิดเรื่องขัดแย้ง ความเห็นไม่ตรงกัน หรือต้องการให้กำลังใจทีมที่กำลังเจอกับความเครียด ความกดดัน ยกตัวอย่างผู้นำ : Sundar Pichai CEO Google 4. ผู้นำแบบประชาธิปไตย (Democratic Leadership) : ผู้นำที่เปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ รับฟัง แสดงความคิดเห็น และหัวหน้าจะตัดสินใจในขั้นตอนสุดท้าย ข้อดี : ทุกคนได้มีโอกาสออกสิทธิ์ออกเสียง เสนอความคิดเห็นของตัวเองได้ ข้อเสีย : – อาจทำให้มีการประชุมอย่างไม่หยุดหย่อน – คนในทีมอาจจะรู้สึกว่าผู้นำไม่ได้ช่วยตัดสินใจเท่าที่ควร เหมาะกับ : ทีมที่มีแรงจูงใจ มีความรู้ และความสามารถในการทำงานและผู้นำมีความคิดที่ชัดเจน แต่เพียงต้องการไอเดียเพิ่มเติมบางอย่าง ยกตัวอย่างผู้นำ : John F. Kennedy 5. ผู้นำแบบสร้างมาตรฐาน (The Pacesetting Style) : สไตล์การนำแบบนี้เน้นการทำให้ดู มากกว่าการเข้าไปมีส่วนร่วมในแต่ละขั้นตอน ผู้นำมักจะพยายามแสดงให้เห็นถึงมาตรฐานของการทำงานและต้องการให้คนในทีมทำตามให้ได้ ข้อดี : หัวหน้าจะพยายามผลักดันคนในทีมให้บรรลุเป้าหมายได้ในระยะเวลาอันสั้น ข้อเสีย : – การพูดคุยและการให้ feedback ระหว่างกันมีน้อย ระยะห่างอาจเกิดขึ้นในทีม – อาจสร้างความคาดหวัง และความกดดันมากเกินไป เหมาะกับ : การทำงานที่มีการแข่งขันสูง และคนในทีมมีทักษะ ความสามารถสูง เช่น งานกฎหมาย หรืองานวิจัยและพัฒนา ยกตัวอย่างผู้นำ : Jack Welch อดีต CEO ของ General Electric 6. ผู้นำแบบสอนงาน (The Coaching Style) : ผู้นำที่เน้นการพูคุยกับคนในทีม และชอบ “สอน” ให้สมาชิกเป็นคนที่เก่งขึ้น และดีขึ้นกว่าเดิม ข้อดี : โฟกัสที่พัฒนาการของทีมแต่ละคน ช่วยให้คนในทีมพัฒนาจุดแข็งให้ดียิ่งขึ้น หรือเข้าใจจุดอ่อนของตัวเองมากยิ่งขึ้น ข้อเสีย : ไม่ได้เหมาะกับคนในทีมทุกคน เหมาะกับคนเฉพาะกลุ่มเท่านั้น เหมาะกับ : ทีมที่เปิดใจว่าตัวเองสามารถพัฒนาต่อ หรือเรียนรู้เพิ่มเติมได้ ยกตัวอย่างผู้นำ : Howard Schultz CEO Starbucks RELATED ARTICLESMORE FROM AUTHOR Case Study เปิดพอร์ตนักลงทุนคุณค่า (Value Investing) ที่ปู่ “Buffett” ลงทุน Guide “ตื่นตอนตี 5” ช่วยให้ประสบความสำเร็จไวขึ้น จริงดิ!? Case Study 7 บทเรียน “ทางการเงิน” จากหนังสือ RICH DAD, POOR DAD ที่เปลี่ยนชีวิตคนหลายคน ไปตลอดกาล Advertisment