5 ภัยเงียบที่คนทำงานต้องระวัง พร้อมวิธีป้องกัน

เพื่อน ๆ กำลังทำงานหนักเกินไปหรือเปล่า? ดูได้จากการที่คุณทำงานมากกว่าสัปดาห์ละ 40 ชั่วโมง หรือ มากกว่า 8 ชั่วโมงต่อวัน

การทำงานหนักนั้นก็ดี หากก้าวหน้าและทำให้คุณประสบความสำเร็จอย่างมีความสุขแต่จงอย่าลืมว่า ร่างกายของคุณมีขีดจำกัด หากทำงานหนักเกินไปจนละเลยร่างกาย สุดท้ายแล้วร่างกายก็จะออกอาการก่อนที่จะสายเกินแก้

วันนี้ Salary Investor พาคนทำงานมารู้จัก 5 โรคที่ต้องระวังพร้อมกับวิธีป้องกัน

1.โรคคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม (Computer Vision Syndrome – CVS)
จะเกิดได้กับคนทำงานผ่านหน้าจอ ไม่ว่าจะเป็น คอม แท็บเล็ต โทรศัพท์มือถือ ซึ่งใช้สายตามองจอเป็นเวลานานในระยะใกล้ชิด และมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ในระดับที่ไม่เหมาะสมกับระดับสายตาก็ต้องเฝ้าระวัง

วิธีป้องกัน : พักสายตาและหมั่นกระพริบตา ปรับความสว่างแสงบนหน้าจอให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และปรับระดับหน้าจอให้ศูนย์กลางหน้าจอควรต่ำกว่าระดับสายตา 4-5 นิ้ว หรือ 15 – 20 องศา วางห่างจากสายตาประมาณ 20-28 นิ้ว ทั้งนี้หากยังมีอาการรุนแรงควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อทำการรักษา

2. โรคเครียดลงกระเพาะ
เกิดจากความเครียด ที่เกิดจากกลไกในร่างกายมีระบบประสาทอัตโนมัติกระตุ้นให้กระเพาะอาหารหลั่งน้ำย่อยออกมามากกว่าปกติเมื่อเราเครียดและเกิดการระคายเคือง ส่งผลให้เกิดโรคกระเพาะอาหาร

วิธีป้องกัน : ทานอาหารที่มีประโยชน์ งดแอลกอฮอล์ ไม่ทานรสจัด เลี่ยงของมัน ของทอด ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

3.โรคการกดทับเส้นประสาทบริเวณข้อมือ (Carpal Tunnel Syndrome – CTS)
สำหรับคนทำงานส่วนใหญ่ที่ต้องใช้มือในการทำงาน มักจะมีโรคที่เกิดจากการใช้มือสัมผัสในการทำงาน การใช้ข้อมือในท่าทางเดิมเป็นประจำ มีการใช้ข้อมือหนัก ๆ เช่น เวลาพิมพ์คีย์บอร์ด หรือตอนควบคุมเมาส์โดยข้อมือมีการเสียดสีกับพื้นโต๊ะตลอดเวลา

วิธีป้องกัน : ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้มือ หาอุปกรณ์มารองรับ หรือ ทำการประคบร้อน กดนวดบริเวณพังผืดที่กดทับเส้นประสาท การยืดเส้น แต่หากเริ่มมีอาการหนักขึ้นอาจต้องพบแพทย์

4.โรคหมอนรองกระดูกคอเสื่อม (Cervical Spondylosis Radiculopathy)
คนทำงานที่นั่งทำงานเป็นระยะเวลานานมักจะเป็นโรคนี้กัน จากพฤติกรรมใช้คอและกล้ามเนื้อแผ่นหลังที่ผิดลักษณะ อย่างการก้มหน้าทำงานเป็นระยะเวลานาน ๆ

วิธีป้องกัน : หมั่นยืดกล้ามเนื้อ อย่าโน้มศีรษะอ่านหนังสือนาน ควรยกหนังสือให้ตั้งขึ้นในระดับสายตา หากอาการยังไม่รุนแรงสรักษาได้ด้วยการรับประทานยา กายภาพบำบัด หรือ รักษาโดยใช้คลื่นวิทยุความถี่สูง (Nucleoplasty)

5.โรคสมาธิสั้นจากการทำงาน (Attention Deficit Trait – ADT)
ในงานที่ใช้สมองและความคิดงานเกือบตลอดเวลา ส่งผลต่อภาวะจิตใจและสมอง ทำให้ไม่สามารถจดจ่อกับอะไรได้นาน มีความอดทนต่ำ จนไปถึงความสามารถในการคิดวิเคราะห์ จัดอันดับลดลง มีอาการเครียด มัวแต่คิดถึงปัญหาตลอดเวลาโดยไม่แสดงออก

วิธีป้องกัน : หากทำงานมาระยะเวลาหนึ่งควรมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง พักผ่อนและผ่อนคลาย แบ่งเวลาให้กับการทำงานอย่างเหมาะสม หากไม่ดีขึ้นให้ปรึกษาจิตแพทย์

สรุปแล้ว
อย่าทำงานหนักจนละเลยสุขภาพ หมั่นดูแลร่างกายอยู่เสมอ เพราะ การเสียสุขภาพกายและใจจะส่งผลต่อการเสียค่ารักษาที่มาก รวมถึงเสียเวลาในการรักษาอีกด้วย ดังนั้นอย่าลืมสำรวจร่างกายและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตนเองก่อนที่จะสายเกินไป

อ้างอิง : Hfocus

SHARE
Investment Planner (IP) Knowledge Content Creator