โอกาสลงทุนหุ้นกู้ด้อยสิทธิคล้ายทุนฯ “สยามพิวรรธน์” ดอกเบี้ย 5.50%

    สถานการณ์ผันผวนทั้งในตลาดหุ้น คริปโต เงินเฟ้อพุ่งทั่วโลก ทำให้นักลงทุนเริ่มหวาดวิตกกับตัวเลขสีแดงในพอร์ตลงทุน หลายคนเริ่มมองหาช่องทางย้ายเงินในกระเป๋าไปทางไหนดี เพราะไม่ใช่แค่ต้องหาทางที่จะสู้กับเงินเฟ้อที่พุ่งกระฉูดเท่านั้น แต่ต้องมั่นใจว่า เงินต้นจะไม่หาย และมีผลตอบแทนที่งอกเงยอย่างต่อเนื่อง

    ในช่วงนี้ ตลาดหุ้นกู้บ้านเราคึกคักเป็นพิเศษ มีบริษัทชั้นนำที่ไม่เคยระดมทุนในวงกว้างมาก่อนอย่าง “สยามพิวรรธน์”  เข้ามาเป็นอีกหนึ่งทางเลือก ใครที่สนใจอยากลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และรีเทล ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จในห้างหรู อย่างสยามพารากอน และ ไอคอนสยาม ต้องห้ามพลาด

ก่อนลงทุน หุ้นกู้ Perpetual Bong ของ “สยามพิวรรธน์” ควรรู้อะไรบ้าง ?

  • Perpetual Bond หรือ หุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ เป็นหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุน ไถ่ถอนเมื่อเลิกบริษัท ซึ่งผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนกำหนด และมีสิทธิเลื่อนชำระดอกเบี้ยโดยไม่มีเงื่อนไขใด

  • อันดับเครดิตของสยามพิวรรธน์ที่ “A-” (Stable) และอันดับเครดิตหุ้นกู้ด้อยสิทธิฯ ที่ “BBB” (Stable) โดยบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด  เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2565 ถือเป็น Investment Grade ที่ลงทุนได้

  • ในแง่หลักการ หุ้นกู้ชนิดนี้จะนับเป็นทุนทั้งจำนวนในช่วง 5 ปีแรก แต่หลังจากนั้นบริษัทจัดอันดับเครดิตจะนับหุ้นกู้ชนิดนี้เป็นหนี้สินทั้งจำนวน จึงเป็นแรงจูงใจให้บริษัทผู้ออกหุ้นกู้มักจะขอไถ่ถอนเมื่อครบ 5 ปี

  • หุ้นกู้ชนิดนี้มีลักษณะเหมือนหุ้นบุริมสิทธิ คือ เลื่อนจ่ายดอกเบี้ยได้ แต่จะต้องสะสมไปจ่ายคืนให้นักลงทุนด้วย ต้องพิจารณาความมั่นคง ฐานะทางการเงิน และความแข็งแกร่งของบริษัท  

ธุรกิจของสยามพิวรรธน์มีอะไรบ้าง ?   

  • ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจค้าปลีกชั้นนำ เจ้าของและผู้บริหารโครงการระดับโลก อาทิ สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ และเป็นหนึ่งในพันธมิตรเจ้าของไอคอนสยาม และสยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพ 

  • ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงมาตลอดกว่า 63 ปี สามารถรักษาตำแหน่งทางการตลาด และมีวิสัยทัศน์ในการสร้างเอกลักษณ์ที่แตกต่าง มีฐานลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ 

  • ปัจจุบัน มีบริษัทในเครือ 47 บริษัท ครอบคลุม 7 กลุ่มหลัก ประกอบด้วย 1) ธุรกิจศูนย์การค้าอาคารสำนักงาน 2) ธุรกิจห้างสรรพสินค้า 3) ธุรกิจศูนย์การประชุมและศูนย์แสดงนิทรรศการ
    4) ธุรกิจดิจิทัล แพลตฟอร์ม สร้างประสบการณ์ลูกค้าเชื่อมออฟไลน์และออนไลน์ 5) ธุรกิจบริหารจัดการอาคาร 6) การสื่อสารการตลาด และ 7) ธุรกิจค้าปลีก  

  • บริษัทมีความสามารถในการทำกำไรอย่างต่อเนื่อง

  • บริษัทมีสภาพคล่องที่ดีและแข็งแกร่ง และมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 อยู่ที่ 0.99 เท่า

อัตราผลตอบแทนของหุ้นกู้ด้อยสิทธิคล้ายทุนฯ เป็นอย่างไร ?        

  • กำหนดอัตราดอกเบี้ย  5 ปีแรก 5.50% ต่อปี จากนั้นจะปรับอัตราดอกเบี้ยทุก ๆ 5 ปี โดยอ้างอิงจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 5 ปี ณ เวลานั้น  จ่ายดอกเบี้ยให้ผู้ลงทุนทุก ๆ 3 เดือนตลอดอายุหุ้นกู้ 

จำหน่ายใคร เปิดจำหน่ายเมื่อไหร่ ?       

  • เสนอขายแก่ผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ (High Net Worth) ระหว่างวันที่ 4-5 สิงหาคม 2565 และวันที่ 8-9 สิงหาคม 2565

  • จองซื้อขั้นต่ำ 1 ล้านบาท และทวีคูณของ 1 ล้านบาท

ออกหุ้นกู้เพื่ออะไร  

  • ชำระค่าสิทธิการเช่าที่ดิน และใช้ปรับปรุงศูนย์การค้าทั้งหมด เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจหลักตอบสนองต่อการใช้ชีวิตวิถีใหม่สู่อนาค

  • ขยายธุรกิจสู่ New Economy ในหลายประเภท รวมทั้งการสร้างดิจิทัลแพลตฟอร์มเชื่อมธุรกิจหลักเข้ากับธุรกิจใหม่ ๆ ร่วมกับพันธมิตรใน Ecosystem

  • ขยายธุรกิจด้านการบริหารอสังหาริมทรัพย์เพิ่มเติมในอีก 1-3 ปีข้างหน้า

หุ้นกู้ด้อยสิทธิคล้ายทุนฯ มีความเสี่ยงหรือไม่ เหมาะกับใคร ?

  • มีความเสี่ยงที่ระดับ 7 จากทั้งหมด 8

  • เหมาะกับนักลงทุนที่มีเงินเย็น และไม่มีแผนใช้เงินก้อนนั้นในอีก 5 ปีข้างหน้า

  • ผู้ลงทุนสามารถศึกษารายละเอียดหนังสือชี้ชวนได้ที่ www.sec.or.th หรือสอบถามสถาบันการเงินที่ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ 5 แห่ง ได้แก่
    – ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) โทร.02-777-6784
    – บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน)โทร.02-779-9000
    – บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)โทร.02-658-8951
    – บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด โทร.02-680-4004
    – บริษัทหลักทรัพย์ ไอ วี โกลบอล จำกัด (มหาชน)   โทร.02-658-5788

คำเตือน : การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน