สร้าง Passive Income ในยุคเศรษฐกิจผันผวนกับหุ้นกู้ SCBX

ในสภาวะที่มีความไม่แน่นอน ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ การเมือง หรือแม้แต่ในแวดวงตลาดทุน ทำให้เทรนด์การสร้าง Passive Income หรือการมีแหล่งรายได้สม่ำเสมอ กลายเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม ไม่ว่าคุณจะเป็นคนที่มีงานประจำ หรือรายได้มั่นคงอยู่แล้วก็ตาม 
หากคุณต้องการเสริมสร้างความมั่นคงด้านการเงิน การลงทุนในหุ้นกู้ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะมีอัตราผลตอบแทนที่แน่นอนคงที่ โดยเมื่อเราเริ่มสนใจลงทุนในหุ้นกู้ การดูเรตติ้งเป็นขั้นตอนสำคัญที่ต้องพิจารณา เพราะเป็นสิ่งที่แสดงถึงความน่าเชื่อถือและความปลอดภัยในการลงทุน โดยเรตติ้งสูงจะแสดงถึงความเสี่ยงที่ต่ำและความน่าเชื่อถือในระดับสูงของผู้ออกหุ้นกู้ ขณะเดียวกันก็มักจะมีผลตอบแทนที่ไม่สูงมาก ตามระดับความเสี่ยงนั่นเอง 
หนึ่งในหุ้นกู้ที่อยู่ในโฟกัสของนักลงทุนไทยในช่วงเวลานี้คือ หุ้นกู้ SCBX ซึ่งได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากบริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ ‘AA+(tha)’ ซึ่งเป็นอันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ที่สูงสุดของบริษัทเอกชนที่เสนอขายหุ้นกู้แก่ผู้ลงทุนทั่วไปตั้งแต่ต้นปี 2566 เป็นต้นมา (ข้อมูล ณ วันที่ 22 .. 66) โดยเป็นหุ้นกู้ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ครั้งที่ 1/2566 อายุ 4 ปี ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2570 อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.10% ต่อปี กำหนดชำระดอกเบี้ยทุก 6 เดือน ตลอดอายุหุ้นกู้ 
ซึ่งเมื่อพูดถึงหุ้นกู้เอกชนในเรตติ้งสูงสุดนั้น พบว่าดอกเบี้ยของหุ้นกู้กลุ่ม AA+(tha) เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 2.91% (อ้างอิงข้อมูลของ ThaiBMA ณ วันที่ 18 .. 66) จึงถือว่าการออกหุ้นกู้ของ SCBX ครั้งนี้ แม้จะเป็นการลงทุนแบบ Play Safe แต่กลับมีผลตอบแทนที่น่าสนใจไม่น้อย เมื่อเทียบกับเรตติ้ง 

หลังปรับโครงสร้างครั้งใหญ่เป็นยานแม่ภายใต้ชื่อ บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) เมื่อ 2 ปีก่อน ปัจจุบัน SCBX ไม่ได้มีเพียงธนาคารไทยพาณิชย์อย่างที่หลายคนคุ้นเคย ซึ่งการออกหุ้นกู้ครั้งนี้จะเป็นกระสุนนัดสำคัญที่จะผลักดันให้ SCBX มีศักยภาพด้านเงินทุนที่แข็งแกร่ง เพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาธุรกิจสินเชื่อผู้บริโภคดิจิทัลที่มีโอกาสเติบโตสูง โดยสามารถแบ่งธุรกิจของ SCBX ในปัจจุบัน ได้เป็น 3 กลุ่มหลัก
1. ธุรกิจธนาคาร: เป็นธุรกิจดั้งเดิมและธุรกิจหลักของกลุ่มฯ ในปัจจุบัน ประกอบด้วยธนาคารไทยพาณิชย์และบริษัททางการเงินที่สนับสนุนธุรกิจธนาคาร เช่น บลจ.ไทยพาณิชย์
2. ธุรกิจคอนซูมเมอร์ไฟแนนซ์และบริการด้านการเงินดิจิทัล: เป็นกลุ่มธุรกิจที่มีโอกาสในการเติบโตสูง เช่น ธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล ธุรกิจสินเชื่อดิจิทัล
3. ธุรกิจแพลตฟอร์มและดิจิทัลเทคโนโลยี: เป็นกลุ่มธุรกิจที่คาดว่าจะเติบโตได้ก้าวกระโดดในอนาคต เช่น แอปพลิเคชันส่งอาหาร โรบินฮู้ด
ด้วยความหลากหลายของโมเดลธุรกิจทั้ง 3 กลุ่ม ทำให้การลงทุนในหุ้นกู้ SCBX แตกต่างจากการลงทุนในหุ้นกู้ตัวอื่น ๆ ที่มักพึ่งพิงอยู่กับธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง นอกจากนี้ SCBX ยังเป็นองค์กรที่พัฒนาเทคโนโลยีทางการเงินในทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง จึงมีความพร้อมในการรองรับกระแส Disruption หรือการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต 
เช่นเดียวกับการจองซื้อหุ้นกู้ในครั้งนี้ที่ขั้นตอนทุกอย่างอยู่บนแพลตฟอร์มดิจิทัล แบบจบครบในที่เดียว ซึ่งนอกจากจะทำให้นักลงทุนรุ่นใหม่ลงทุนได้อย่างสะดวกสบายแล้ว ยังเป็นการลดต้นทุนค่าใช้จ่ายของ SCBX เกี่ยวกับการจัดจำหน่าย ซึ่งในอดีตการจำหน่ายหุ้นกู้นั้นจะดำเนินการผ่านสาขาธนาคารหรือบริษัทหลักทรัพย์ จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ SCBX สามารถกำหนดอัตราดอกเบี้ยในระดับที่ดึงดูดใจได้ แม้เป็นหุ้นกู้เรตติ้งดีนั่นเอง
สำหรับนักลงทุนที่เป็นบุคคลธรรมดาที่สนใจลงทุนในหุ้นกู้ SCBX และมีแอป SCB EASY ของธนาคารไทยพาณิชย์แล้ว แนะนำให้เตรียมความพร้อมโดยเข้าไปลงทะเบียนเพื่อเปิดบัญชีหุ้นกู้ EASY-D ล่วงหน้าในแอป SCB EASY ไว้ก่อนได้ตั้งแต่วันนี้ แล้วเข้ามาทำรายการจองซื้อในแอป SCB EASY ในวันเปิดจองซื้อหุ้นกู้ในวันที่ 21 มิถุนายน 2566 ตั้งแต่เวลา 8.30 . เป็นต้นไป จนถึง 15.30 . ของวันที่ 29 มิถุนายน 2566 ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำที่หน่วยละ 1,000 บาท ทวีคูณ 1,000 บาท 
เรียกได้ว่า เป็นอีกหนึ่งช่องทางการสร้าง Passive Income ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจผันผวน และที่สำคัญ ยังเป็นโอกาสที่นักลงทุนที่เป็นบุคคลธรรมดาได้เข้าถึงและร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับบริษัทที่มีสถานะมั่นคง และเป็นกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีทางการเงินชั้นนำของประเทศ อย่าง SCBX อีกด้วย 
สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.scbx.com
SHARE
“คนทำงาน” ที่ชอบลงทุนกับความรู้ เพื่อชีวิตที่ดียิ่งขึ้น