“WHART” โอกาสในการได้รับผลตอบแทนที่สม่ำเสมอและมั่นคงกับกองทรัสต์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย โดยการเพิ่มทุนในปี 2566

วันนี้ Salary Investor ขอมาอัปเดตกองทรัสต์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย หรือ “WHART” ชื่อเต็มคือ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่า ดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท ที่กำลังอยู่ในช่วงเพิ่มทุนในเดือนธันวาคมนี้ เพื่อนำเงินไปลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเพื่อต่อยอดการลงทุนสร้างผลกำไรให้กับนักลงทุนต่อไป

รู้จัก “WHART” กองทรัสต์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย กับการเพิ่มทุนในปีนี้

ปัจจุบัน WHART ครองตำแหน่งทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย โดยมีมูลค่าสินทรัพย์ตามราคาตลาดกว่า 35.02 พันล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 20 พฤศจิกายน 2566) อีกทั้งยังได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือโดยบริษัท Tris Rating ไว้ในระดับ A Stable ซึ่งบ่งชี้ว่ากองทรัสต์ WHART มีความมั่นคงทางการเงินและมีความน่าเชื่อถือ!

สินทรัพย์ของ WHART ประกอบด้วยคลังสินค้า ศูนย์กระจายสินค้า และโรงงานระดับพรีเมี่ยมในทำเลยุทธศาสตร์ของการขนส่งที่สำคัญของประเทศ ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการสร้างรายได้ และยังได้รับการบริหารจัดการสินทรัพย์จากทาง WHA Group ซึ่งเป็นผู้นำในด้านโลจิสติกส์ และนิคมอุตสาหกรรม ของประเทศ ทำให้กองทรัสต์ WHART มีการจัดการและผลการดำเนินงานที่โดดเด่นเป็นอย่างมาก!

นอกจากนี้ WHART ยังมีคลังสินค้าและโรงงานมาตรฐานระดับพรีเมี่ยม โดยหลังการเพิ่มทุนในปี 2566 จะมีพื้นที่ให้เช่าประมาณ 1.89 ล้านตารางเมตร และประมาณ 53% ของทรัพย์สินเป็นรูปแบบ Buit-to-Suit ที่ได้รับการออกแบบและก่อสร้างตามความต้องการของลูกค้า ทำให้มั่นใจได้ว่าจะมีลูกค้าเช่าในระยะยาวและทำเงินได้ต่อเนื่องนั้นเอง

จุดที่เป็นความโดดเด่นของ WHART อย่างมากคือ โครงการต่างๆ นั้นตั้งอยู่บนทำเลยุทธศาสตร์ด้านโลจิสติกส์ของประเทศไทย เช่น บางนา-ตราด อยุธยา-สระบุรี สมุทรสาคร และพื้นที่ EEC เป็นต้น โดยมีอัตราการเช่าพื้นที่เฉลี่ยมากถึงประมาณ 90% มาโดยตลอด อีกทั้งยังมีกลุ่มผู้เช่าชั้นนำจากหลายหลายสัญชาติและกลุ่มอุตสาหกรรมอีกด้วย ทำให้กองทรัสต์มีการกระจายความเสี่ยงที่ดี

โอกาสของนักลงทุนในการเพิ่มทุนครั้งนี้: โอกาสในการสร้าง Passive Income ในอนาคต ให้เติบโตอย่างต่อเนื่องไปกับ WHART ที่กำลังจะมีการเพิ่มทุนในปี 2566 มาพร้อมกับผลตอบแทนสูงถึง 8.23%¹ เพื่อให้นักลงทุนมีความมั่งคั่งในระยะยาว ไม่ต้องกังวลกับเศรษฐกิจที่ผันผวนในระยะสั้น

¹อ้างอิงประมาณการผลตอบแทนของกองทรัสต์ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2567 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2567 ตามที่ได้ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวน บนสมมติฐานราคาเสนอขายสูงสุดไม่เกิน 9.60 บาทต่อหน่วย

ทรัพย์สินหลักที่กองทรัสต์ WHART จะเข้าลงทุนเพิ่มเติมในครั้งนี้

อย่างที่เราได้แจ้งไปว่ากองทรัสต์ “WHART” จะมีการเพิ่มทุนในปีนี้ โดยจุดประสงค์หลักคือขยายการลงทุนในโครงการใหม่ 3 โครงการ โดยเป็นโครงการคลังสินค้า และโรงงานประเภท Buit-to-Suit และ General Warehouse ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสินค้าคุณภาพสูงและมีความสามารถในการสร้างรายได้ได้แก่

1. โครงการดับบลิวเอชเอ เมกกะ โลจิสติกส์ เซ็นเตอร์ เทพารักษ์ กม.21:
ลงทุนในสิทธิการเช่าช่วงในที่ดิน และสิทธิการเช่าในอาคาร ตั้งอยู่ที่ จังหวัดสมุทรปราการ เป็นคลังสินค้าแบบ Built-to-Suit และ General Warehouse ด้วยพื้นที่เช่าอาคารกว่า 90,000 ตร.ม.

2. โครงการดับบลิวเอชเอ เมกกะ โลจิสติกส์ เซ็นเตอร์ แหลมฉบัง โปรเจค 1:
ลงทุนในกรรมสิทธิ์ในที่ดิน และอาคาร ตั้งอยู่ที่ จังหวัดชลบุรี  เป็นคลังสินค้าแบบ General Warehouse ด้วยพื้นที่เช่าอาคารกว่า 24,000 ตร.ม.

3. โครงการดับบลิวเอชเอ เมกกะ โลจิสติกส์ เซ็นเตอร์ บางนา-ตราด กม.23 โปรเจค 3:
ลงทุนในสิทธิการเช่าช่วงในที่ดิน และสิทธิการเช่าในอาคาร ตั้งอยู่ที่ จังหวัดสมุทรปราการเป็นคลังสินค้าและโรงงานแบบ General Warehouse ด้วยพื้นที่เช่าอาคารกว่า 27,000 ตร.ม.

โดยมีผู้เช่าหลักเป็น Big Name ที่เป็นที่รู้จัก และมาจากกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความมั่นคงอย่าง Consumer Goods, Third Party Logistics และผู้ผลิตอาหารสัตว์ สะท้อนถึงความมั่นคงด้านผู้เช่าและรายได้ในระยะยาว

ความโดดเด่นและโอกาสเติบโตของ “กอง WHART”

หากนักลงทุนเลือกที่จะลงทุน ในการเพิ่มทุนในปี 2566 ของกองทรัสต์ WHART นี่จะเป็นก้าวต่อไปที่จะทำให้คุณมีโอกาสที่จะมีความมั่นคงทางการเงินกับ 4 เหตุผลที่ควรลงทุนในกองทรัสต์ WHART

1. คลังสินค้าและโรงงานให้เช่ามาตรฐานระดับพรีเมี่ยม: ด้วยพื้นที่ให้เช่ามากกว่า 1.89 ล้านตารางเมตร โดยภายหลังการเข้าลงทุน 53% จะเป็นอาคารแบบ Buit-to-Suit ซึ่งเป็นอาคารที่ ลูกค้าจะมีส่วนร่วมตั้งแต่การออกแบบช่วงก่อสร้างจนถึงกระบวนการส่งมอบ และมีสัญญาระยะยาวที่ตรงกับความต้องการของ operation และลดต้นทุนในการดำเนินงาน ซึ่งการที่กองทรัสต์เองมีทรัพย์สินประเภท Built-to-Suit ที่มีสัญญาระยะยาวมาก ส่งผลให้ภาพรวมอายุสัญญาเช่าเฉลี่ยของกองทรัสต์สูงขึ้นไปด้วย โดยอายุเฉลี่ยของสัญญาเช่าปัจจุบันของกองทรัสต์ WHART สูงกว่า 4 ปี นักลงทุนจึงมั่นใจได้ว่ากองทรัสต์ WHART จะมีรายได้มั่นคง และกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอนั่นเอง

2. ทำเลที่ตั้งในส่วนยุทธศาสตร์สำคัญ: เหตุผลที่กองทรัสต์ WHART มีความโดดเด่นและขึ้นเป็นเบอร์ 1 ในประเทศไทยเนื่องจากเข้าไปลงทุนในพื้นที่สำคัญของประเทศ เช่น โซนบางนา-ตราด เชื่อมเข้ากับตัวกรุงเทพฯ และเชื่อมต่อทั้งสนามบินสุวรรณภูมิ ท่าเรือกรุงเทพฯ ถนนสายหลัก และเชื่อมต่อไปพื้นที่อื่นๆ ในประเทศอีกด้วย รวมถึงพื้นที่ EEC ซึ่งเป็นที่ตั้งของนิคมอุตสาหกรรม และเป็นฐานการผลิตของผู้ผลิตจำนวนมาก ทั้งยังอยู่ไม่ไกลจากท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบังนอกจากนี้ยังได้ลงทุนในทำเลที่สำคัญอย่างโซนกรุงเทพตอนเหนือ (อยุธยา-สระบุรี) และโซนจังหวัดสมุทรสาครอีกด้วย ซึ่งทำเลเหล่านี้เป็นทำเลที่มีความต้องการการใช้พื้นที่คลังสินค้าสูงอยู่เสมอ

3. ผู้เช่าระดับ Big Name มีการกระจายตัวอยู่ในหลายอุตสาหกรรม: ซึ่งโดยมากอยู่ในอุตสาหกรรมที่เป็นปัจจัยพื้นฐานและเติบโตสูง เช่น ผู้ให้บริการทางด้านโลจิสติกส์ สินค้าอุปโภคบริโภค และธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ทำให้เมื่อเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ กองทรัสต์ WHART ยังคงมีผลการดำเนินงานที่ดีได้

4. ประวัติการจ่ายผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอ: การที่กองทรัสต์มีการลงทุนในทรัพย์สินในทำเล มีกลุ่มผู้เช่าที่มาจากหลายสัญชาติและกลุ่มอุตสาหกรรม ซึ่งโดยมากเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่มั่นคงและเติบโต และมีการจัดการที่ดีมาตลอด ทำให้กองทรัสต์ WHART สามารถจ่ายประโยชน์ตอบแทนแก่ผู้ถือหน่วยได้อย่างสม่ำเสมอนับตั้งแต่ก่อตั้งกองทรัสต์ โดยภายหลังการเพิ่มทุนในปีนี้ คาดว่านักลงทุนจะได้รับอัตราเงินปันผลมากถึงประมาณ 8.23%* ถือเป็น passive income ที่ดีในช่วงที่สถานการณ์โลกและตลาดทุนมีความผันผวนเป็นอย่างมาก

*อ้างอิงประมาณการผลตอบแทนของกองทรัสต์ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2567 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2567 ตามที่ได้ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวน บนสมมติฐานราคาเสนอขายสูงสุดไม่เกิน 9.60 บาทต่อหน่วย

เตรียมเพิ่มทุนเพื่อขยายอาณาจักร ตอกย้ำการเป็นกองทรัสต์อันดับ 1

นอกจากนี้กองทรัสต์ WHART เองก็ยังมีศักยภาพในการเติบโตและได้รับผลตอบแทนเพิ่มจากการที่กองทรัสต์เองมีการลงทุนเพิ่มเติมทุกปี ทำให้สามารถสร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้นในทุกๆ ปี อีกทั้งยังมีการปรับเพิ่มขึ้นของค่าเช่าได้อย่างเหมาะสม ซึ่งทั้งหมดนี้จะส่งผลไปยังผลตอบแทนแก่ผู้ถือหน่วยที่มั่นคงด้วยเช่นเดียวกัน

และนี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมเราถึงควรลงทุนในกองทรัสต์ WHART ถึงแม้ตลาดทุนจะมีความผันผวนหรือข้อจำกัดในการลงทุนแบบดั้งเดิมที่มี หากเราเลือกที่จะลงทุนในกองทรัสต์ WHART  ผลตอบแทนที่ได้รับ จะทำให้นักลงทุนมีโอกาสในการสร้างความมั่นคงทางการเงิน และเติบโตขึ้นแบบไร้ขีดจำกัด

นักลงทุนรายย่อยที่สนใจการเพิ่มทุนครั้งนี้ สามารถจองซื้อได้ในช่วงเวลา และช่องทางดังนี้

ผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิมที่มีสิทธิจองซื้อ:

• ช่วงเวลาจองซื้อ: วันที่ 1, 4, 6-8 ธันวาคม 2566

• ช่องทางการจอซื้อ: เว็บไซต์ K-My Invest (www.kasikornbank.com/kmyinvest) และสาขาของ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) โทร 02 888 8888 กด 4 กด 0

ประชาชนทั่วไป:

• ช่วงเวลาจองซื้อ: วันที่ 13-15, 18 ธันวาคม 2566

• ช่องทางการจอซื้อ: ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน)

หมายเหตุ:

1. การจัดสรรขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการการจัดจำหน่าย เงื่อนไขการจัดจำหน่ายเป็นไปตามที่กำหนดในร่างหนังสือชี้ชวน

2. ผู้จัดจำหน่ายหน่วยทรัสต์ขอสงวนสิทธิ์ที่จะปฏิเสธการจองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มเติมในกรณีที่ผู้จองซื้อเป็นสัญชาติอื่นใดที่มิใช่สัญชาติไทย อย่างไรก็ดี รายชื่อสัญชาติของผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิมที่ไม่ได้รับการเสนอขายหน่วยทรัสต์จะถูกประกาศผ่านเว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยก่อนวันจองซื้อหน่วยทรัสต์

3. ผู้ถือหน่วยเดิมที่มีรายชื่อในสมุดทะเบียนผู้ถือหน่วยทรัสต์ ณ วันที่ 15 พฤศจิกายน 2566

4. ผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิมจองซื้อที่ราคาเสนอขายสูงสุดที่ 60 บาทต่อหน่วย และประชาชนทั่วไปจองซื้อที่ราคาเสนอขายสุดท้ายที่จะมีการประกาศในวันที่ 12 ธันวาคม 2566 ทั้งนี้หากราคาเสนอขายสุดท้ายต่ำกว่าราคาเสนอขายสูงสุดจะมีการคืนเงินส่วนต่าง

สุดท้ายนี้ถึงแม้ว่าในโลกยุคปัจจุบันการสร้างผลตอบแทนที่แน่นอนจะเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก แต่กองทรัสต์ “WHART” ได้พิสูจน์แล้วว่าสามารถสร้างรายได้อย่างสม่ำเสมอ และไม่เกรงกลัวต่อตลาดที่ผันผวน ผ่านการลงทุนเพิ่มเติมในทรัพย์สินทุกปี โดยใช้โอกาสนี้ในการกระจายพอร์ตการลงทุนที่คุณมีอยู่ และโอกาสได้รับเงินปันผลสูงถึง 8.23* ต่อปี พลาดโอกาสนี้ไม่ได้แล้ว กับการที่เงินของเราจะโตขึ้นอย่างไร้ขีดจำกัด!

*อ้างอิงประมาณการผลตอบแทนของกองทรัสต์ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2567 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2567 ตามที่ได้ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวน บนสมมติฐานราคาเสนอขายสูงสุดไม่เกิน 9.60 บาทต่อหน่วย

คำเตือน

• ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

• กองทรัสต์ฯ อยู่ภายใต้ พ.ร.บ.ทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน พ.ศ. 2550 และ พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535

• การออกและเสนอขายหน่วยทรัสต์และการเปิดเผยข้อมูลต่าง ๆอยู่ภายใต้ข้อกำหนดแห่ง พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535

• การเสนอขายหน่วยทรัสต์ในครั้งนี้มิได้เป็นการเสนอขายหน่วยทรัสต์ต่อนักลงทุนรายย่อยหรือประชาชนเป็นการทั่วไป

• เนื่องจากความต้องการจากกลุ่มนักลงทุนข้างต้นเพียงพอต่อมูลค่าการเสนอขายรวมในครั้งนี้แล้ว และสามารถกระจายหน่วยทรัสต์ในวงกว้างได้อย่างเพียงพอ

• ผู้จัดการการจัดจำหน่ายขอสงวนสิทธิ์ในการปิดรับจองซื้อก่อนวันครบกำหนดระยะเวลาการจองซื้อในกรณีที่มีผู้จองซื้อของซื้อหน่วยทรัสต์

• ครบตามจำนวนหน่วยทรัสต์ที่เสนอขายก่อนครบกำหนดระยะเวลาการจองซื้อ

• กองทรัสต์ WHART มีลักษณะคล้ายกองทุนรวมที่ลงทุนในทรัพย์สินทางเลือกเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความเสี่ยงสูงที่ระดับ 8

• ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถศึกษารายละเอียดได้จากแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหน่วยทรัสต์และหนังสือชี้ชวนที่ sec.or.th หรือ www.whareit.com

SHARE
“คนทำงาน” ที่ชอบลงทุนกับความรู้ เพื่อชีวิตที่ดียิ่งขึ้น