พาไปรู้จักยานแม่ 2 โรงแรมใหม่ พากองรีท LHHOTEL ผู้นำกองรีทในกลุ่มโรงแรมประเทศไทย ไปไกลกว่าเดิม

ปฏิเสธไม่ได้ว่า เมืองพัทยา ถือเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ เพราะอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ และเดินทางสะดวก ใช้เวลาเดินทางเพียง 1.5 ชั่วโมงเท่านั้น

อ้างอิงจากข้อมูลของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่ระบุว่าตั้งแต่ พ.ศ. 2552-2565 จำนวนนักท่องเที่ยวที่มาเยือนพัทยาสูงขึ้นต่อเนื่องเกือบทุกปี ทั้งยังเป็นเมืองที่มีการเติบโตด้านการใช้จ่ายในการท่องเที่ยวมากที่สุดในประเทศไทย เมื่อเทียบกับเมืองท่องเที่ยวอื่น ๆ  อย่าง กรุงเทพฯ หัวหิน หรือภูเก็ต

ล่าสุด “ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ แอล เอช โฮเทล” หรือ “LHHOTEL” กองทรัสต์โรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งบริหารจัดการกองทรัสต์โดยผู้จัดการกองทรัสต์มืออาชีพอย่าง บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุน เเลนด์ เเอนด์ เฮ้าส์ จำกัด เตรียมเข้าลงทุนเพิ่มเติมใน 2 โรงแรมระดับ 5 ดาวชื่อดังอย่าง “โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา” ​ และ “โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา” จากบริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด ในเครือบริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาโครงการและบริหารโรงแรมชั้นนำในแบรนด์ “แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์” 

โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา : โรงแรมยอดนิยมกลุ่มลูกค้าครอบครัว ด้วยจุดขายธีมอวกาศ และสวนน้ำขนาดใหญ่ 

โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา โรงแรมหรูระดับลักซ์ชัวรี เป็นโรงแรมแห่งแรกในประเทศไทยที่ตกแต่งด้วยธีม “อวกาศ” เพื่อสร้างประสบการณ์แปลกใหม่ให้แก่ผู้เข้าพัก พร้อมสวนน้ำ Space Water Park ขนาดใหญ่ ที่เป็นที่นิยมจากลูกค้ากลุ่มครอบครัว นอกจากนี้ ยังมี Convention Hall สุดทันสมัย ที่สามารถรองรับการจัดสัมมนากลุ่มลูกค้าบริษัท ที่ปกติมักจะจองห้องประชุมพร้อมกับห้องพัก จึงเป็นจุดขายให้กับโรงแรมได้เป็นอย่างดี โดยโรงแรมมีความสูง 27 ชั้น พร้อมพื้นที่ส่วนกลางและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งโซนสปาและออนเซ็นวิวทะเล ห้องออกกำลังกาย และห้องสำหรับเล่นเกม โรงแรมตั้งอยู่ห่างจากศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 พัทยา เพียง 800 เมตร 

ห้องพักของโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา มีจำนวนรวม 490 ห้อง โดยมีผลประกอบการดีอย่างต่อเนื่องหลังจากเปิดดำเนินงานครั้งแรก ในช่วงเดือนสิงหาคม 2565 โดยมีรายได้รวมในช่วงเดือนมกราคม – มิถุนายน 2566 อยู่ที่ 621.2 ล้านบาท และมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยสูงถึง 91%

โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา : โรงแรมพรีเมี่ยม ครบวงจรภายในคอมเพล็กซ์เดียวกับ ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 พัทยา

ในส่วนโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา เป็นโรงแรมระดับ Upper Upscale ที่ตั้งอยู่ในอาคารเดียวกันกับศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 พัทยา ทำให้แขกผู้เข้าพักมีความสะดวก เนื่องจากมีสิ่งอำนวยความสะดวกในศูนย์การค้าที่สามารถสนับสนุนการท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น ร้านอาหาร ร้านค้า  โดยโรงแรมตั้งอยู่บนใจกลางจุดท่องเที่ยวของเมืองพัทยา คือ บนถนนพัทยาเหนือ รายล้อมไปด้วยร้านอาหารและสถานบันเทิง ห้องพักทุกห้องสามารถมองเห็นวิวทะเล พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันไม่ว่าจะเป็น สระว่ายน้ำ หรือห้องออกกำลังกาย และสะดวกในการเดินทางเข้าออกโรงแรมด้วย 3 ถนนเส้นหลัก 

ห้องพักของโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา มีจำนวนทั้งหมด 396 ห้อง มีผลการดำเนินงานที่ดีภายหลังการเปิดดำเนินการในปี 2561 โดยได้รับผลกระทบไปในช่วงเหตุการณ์โควิดในช่วงปี 2563 – 2565 ล่าสุดผลการดำเนินการกลับมาเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญภายหลังการเปิดประเทศของไทย โดยมีรายได้รวมในช่วงเดือนมกราคม – มิถุนายน 2566 อยู่ที่ 321.8 ล้านบาท และมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยสูงถึง 91%

รู้จักโรงแรมที่กอง LHHOTEL ลงทุนในปัจจุบัน กับ 3 โรงแรมชั้นนำใจกลางเมือง อโศก ราชดำริ ทองหล่อ 

ปัจจุบันทรัพย์สินกอง LHHOTEL ลงทุนในโรงแรมในระดับพรีเมี่ยม 5 ดาว จำนวน 3 แห่ง ซึ่งตั้งอยู่บนทำเลใจกลางเมือง และใจกลางแหล่งท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ ได้แก่ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เทอร์มินอล 21 (462 ห้อง) โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ราชดำริ (497 ห้อง) และโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุขุมวิท 55 (442 ห้อง) โดยในครึ่งปีแรกของปี 2566 มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยของ 3 โรงแรมสูงถึง 88% มีอัตราการเติบโตของรายได้ค่าห้องพักเฉลี่ยเมื่อเทียบกับปี 2562 ก่อนโควิด-19 เป็นอัตราเพิ่มขึ้นถึงประมาณ 20% ซึ่งส่งเสริมให้ผลการดำเนินงานของ LHHOTEL ในช่วง 8 เดือนครึ่งของปี 2566 สามารถจ่ายผลตอบแทนให้กับผู้ถือหน่วยทรัสต์ไปแล้วที่ 0.88 บาทต่อหน่วยเลยทีเดียว

จากความแข็งแกร่งของโรงแรมทั้ง 3 ในปัจจุบันของกอง LHHOTEL เมื่อประกอบกับยานแม่ลำใหม่เพิ่มเติม คือ โรงแรมทั้งสองในพัทยาที่มีจุดเด่น และผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง จึงคาดว่าการลงทุนเพิ่มเติมของกอง LHHOTEL ในโรงแรมที่พัทยาทั้ง 2 แห่งนี้ จะช่วยเสริมผลการดำเนินงานของกอง LHHOTEL ให้มีการเติบโตต่อเนื่อง ขยายกลุ่มลูกค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้น และสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนให้กับผู้ถือหน่วยและนักลงทุนในกอง LHHOTEL ได้เป็นอย่างดี 

LHHOTELจะเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มทุน เพื่อลงทุนใน 2 โรงแรมที่มีศักยภาพสูงจากบริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์        โฮเทล จำกัด ในกลุ่มบริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) (LH) พร้อมประมาณการยีลด์หลังเพิ่มทุนสูงถึง 10.5%⁄¹

รายละเอียดช่วงเวลาและช่องทางการจองซื้อสำหรับนักลงทุนรายย่อย⁄²‚³

1. ผู้ถือหน่วยเดิมที่มีสิทธิจองซื้อ⁄⁴‚⁵

1.1 ช่วงเวลาจองซื้อ : ระหว่างวันที่ 16 – 20 ตุลาคม 2566 

1.2 ช่องทางการจองซื้อ : ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ผ่านทุกสาขาทั่วประเทศและเว็บไซต์ www.kasikornbank.com/kmyinvest โทร 02-888-8888 ต่อ 819 และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ผ่านทุกสาขาทั่วประเทศและแอปพลิเคชัน SCB EASY โทร. 02-777-6784

2.ประชาชนทั่วไป⁄⁵

1.1 ช่วงเวลาจองซื้อ : ระหว่างวันที่ 24 – 27 ตุลาคม 2566 

1.2 ช่องทางการจองซื้อ : ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)

หมายเหตุ:

1. อ้างอิงประมาณการผลตอบแทนของกองทรัสต์ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 ถึง 31 ธันวาคม 2567 ตามที่ได้ระบุไว้หนังสือชี้ชวน บนสมมติฐานราคาเสนอขายสูงสุดไม่เกิน 10.5 บาทต่อหน่วย

2. การจัดสรรขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการการจัดจำหน่าย เงื่อนไขการจัดจำหน่ายเป็นไปตามที่กำหนดในร่างหนังสือชี้ชวน

3. ผู้จัดจำหน่ายหน่วยทรัสต์ขอสงวนสิทธิ์ที่จะปฏิเสธการจองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มเติมในกรณีที่ผู้จองซื้อเป็นสัญชาติอื่นใดที่มิใช่สัญชาติไทย อย่างไรก็ดี รายชื่อสัญชาติของผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิมที่ไม่ได้รับการเสนอขายหน่วยทรัสต์จะถูกประกาศผ่านเว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยก่อนวันจองซื้อหน่วยทรัสต์

4. ผู้ถือหน่วยเดิมที่มีรายชื่อในสมุดทะเบียนผู้ถือหน่วยทรัสต์ ณ วันที่ 27 กันยายน 2566

5. ผู้ถือหน่วยเดิมที่มีสิทธิจองซื้อที่ราคาเสนอขายสูงสุดที่จะมีการประกาศในวันที่ 9 ตุลาคม 2566 และประชาชนทั่วไปจองซื้อที่ราคาเสนอขายสุดท้ายที่จะมีการประกาศในวันที่ 20 ตุลาคม 2566 ทั้งนี้ จะมีการคืนส่วนต่างหากราคาเสนอขายสุดท้ายต่ำกว่าราคาเสนอขายสูงสุดทั้งนี้ผู้สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.lhhotelreit.com

คำเตือน: ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

Reference: market.sec.or.th/public/ipos/IPOSEQ01.aspx?TransID=528011&lang=th

SHARE
Salary Investor
“คนทำงาน” ที่ชอบลงทุนกับความรู้ เพื่อชีวิตที่ดียิ่งขึ้น