ลงทุนอะไรดี? หุ้นนวัตกรรม vs E-Commerce

“You’re buying businesses … because people can make decisions every second with stocks” 

“จงมองว่าคุณกำลังลงทุนในกิจการ เพราะการลงทุนในหุ้นนั้นสามารถเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา”

หนึ่งในแนวคิดของ Warren Buffett ปรมาจารย์ด้านการลงทุนผู้เป็นไอดอลของใครหลายคนโดยเฉพาะนักลงทุนสาย VI (Value Investment) คือการลงทุนในหุ้นที่มีพื้นฐานดี มีแบรนด์แข็งแกร่ง ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพเติบโตต่อเนื่องในอนาคต ก็ยิ่งนับเป็นโอกาสของนักลงทุนที่จะสามารถเติบโตควบคู่ไปกับบริษัทได้ในระยะยาว 
แน่นอนว่าการพัฒนาอย่างรุดหน้าของเทคโนโลยีดิจิทัลที่เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของแทบทุกวงการ ทำให้นักลงทุนทั่วโลกต่างให้ความสนใจหุ้นเทคโนโลยีหรือหุ้นที่มีการนำนวัตกรรมเข้ามาใช้ในธุรกิจ โดยจากการจัดอันดับ 100 บริษัทที่เติบโตเร็วที่สุดในปี 2020 (100 Fastest-Growing Companies) ของนิตยสาร Fortune พบว่า เป็นบริษัทด้านเทคโนโลยีมากถึง 20 บริษัท และยังเป็นอุตสาหกรรมที่ครองสัดส่วนสูงสุดตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา
หนึ่งในเทรนด์ที่เป็นผลจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีคือ ธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่กระแสนิยมพุ่งขึ้นแบบก้าวกระโดด ไม่เว้นแม้แต่ในประเทศไทยซึ่งอีคอมเมิร์ซเติบโตมากที่สุดในภูมิภาคอาเซียนเฉลี่ยกว่า 20-30% (ปี 2560-2562)
โดยนอกจากเทคโนโลยีแล้ว อีคอมเมิร์ซจะเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่มีกระแสโซเชี่ยลคอมเมิร์ซและคนกลางที่ทำหน้าที่จัดส่งสินค้าไปยังผู้บริโภค เพราะฉะนั้น ธุรกิจจัดส่งพัสดุจึงเรียกได้ว่าเป็นกลไกสำคัญในห่วงโซ่อุปทานและเป็นธุรกิจที่พร้อมเติบโตไปกับเทรนด์อีคอมเมิร์ซอย่างแท้จริง
ตัวเลขการเติบโตอันสะดุดตาเหล่านี้อาจทำให้หลายคนเริ่มลังเลว่า ถ้าจะเลือกหุ้นเพียงหนึ่งตัวเข้ามาในพอร์ต แล้วหุ้นธีมไหนน่าสนใจมากกกว่ากัน?
เร็วๆ นี้ กำลังจะมีหุ้นที่ใช้นวัตกรรมในการทำธุรกิจ เกาะขบวนไปกับอีคอมเมิร์ซ และเป็นหุ้นที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยคือ บมจ.เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) (บริษัทฯ) หรือ KEX ผู้นำให้บริการจัดส่งพัสดุด่วนภาคเอกชนในประเทศไทยที่เติบโตรวดเร็วที่สุด
เมื่อพิจารณาจากปริมาณพัสดุที่จัดส่งโดยเฉลี่ยต่อวัน โดยในปี 2557 – 2562 ปริมาณพัสดุรวมที่บริษัทฯ ดำเนินการจัดส่ง มีอัตราเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปีกว่า 134.9% นอกจากนี้ ยังเป็นผู้ให้บริการการเรียกเก็บเงินปลายทาง (Payment-on-Delivery) เป็นรายแรกและรายใหญ่ที่สุดในกลุ่มผู้ให้บริการจัดส่งพัสดุด่วนภาคเอกชนในประเทศไทยเมื่อพิจารณาจากมูลค่าธุรกรรม

จะเห็นว่าผลการดำเนินงานของ KEX เติบโตต่อเนื่อง แม้ในช่วงปีนี้ที่ภาพรวมเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคได้รับผลกระทบจากภาวะโรคระบาด COVID-19 ที่ยืดเยื้อกินเวลาหลายเดือน แต่ล่าสุดในงวด 9 เดือนแรกของปี 2563 บริษัทฯ ยังสามารถรักษาระดับรายได้อยู่ที่ 14,688.92 ล้านบาท  สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ในขณะที่กำไรสุทธิ 1,030.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ความโดดเด่นของ KEX โดยเฉพาะการพัฒนาระบบปฏิบัติการและนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้ในการให้บริการแบบครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เป็นส่วนสำคัญที่เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ทำให้บริษัทฯ ให้บริการแก่ลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและตรงเวลา เรียกได้ว่าเป็นกลยุทธ์ไม้เด็ดที่ทำให้ KEX ขึ้นแท่นเป็นผู้จัดส่งพัสดุด่วนที่ครองพื้นที่อยู่ใน Top of Mind ของใครหลายคน 
แม้ปัจจุบัน KEX มีแบรนด์แข็งแกร่งและได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคทั่วประเทศ บริษัทฯ ยังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนาธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสมรภูมิการแข่งขันที่เป็นไปอย่างดุเดือด เพื่อให้บริษัทยังสามารถรักษาความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม และมีศักยภาพที่จะเติบโตไปกับเศรษฐกิจใหม่ (New Economy) ของประเทศ โดยบริษัทฯ มีกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนธุรกิจ ดังนี้
  • สร้างการเติบโตทางธุรกิจและลงทุนในประเทศไทย รวมถึงเพิ่มบทบาทและความเป็นผู้นำตลาดในประเทศ 
  • เน้นภาคธุรกิจ C2C ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าขนาดใหญ่และมีการเติบโตรวดเร็ว ผ่านกลยุทธ์ทางการตลาด การบริการที่เหมาะสมกับพฤติกรรมและความต้องการ และการเข้าเป็นพันธมิตรกับธุรกิจค้าปลีก
  • ลงทุนในเทคโนโลยีและเพิ่มประสิทธิภาพระบบสารสนเทศในการดำเนินงาน เพื่อขยายการบริการและเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า 
  • รักษาสถานะความเป็นกลางในตลาด (ไม่เน้นลูกค้ากลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง) และเพิ่มพันธมิตรเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน
  • สร้างการเติบโตจากภายนอกผ่านการควบรวมหรือเข้าลงทุนทั้งในรูปแบบแนวตั้งและแนวนอน เช่น ธุรกิจในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องที่มีส่วนแบ่งในตลาดสูง ธุรกิจที่มีเทคโนโลยีขั้นสูง ฯลฯ
แม้หุ้น KEX จะจัดอยู่ในหมวดบริการ/ ขนส่งและโลจิสติกส์ ร่วมกับบริษัทด้านโลจิสติกส์ประเภทอื่น แต่ปัจจุบัน KEX เป็นบริษัทจัดส่งพัสดุด่วนรายแรกและรายเดียวที่เข้า IPO ใน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ซึ่งธุรกิจดังกล่าวนอกจากจะสามารถเติบโตไปกับเทรนด์อีคอมเมิร์ซและโซเชียลคอมเมิร์ซได้แล้ว KEX ยังถือเป็นหุ้นที่มีความเป็นนวัตกรรมในขณะเดียวกัน จึงไม่น่าแปลกใจที่การเข้าจดทะเบียนของขนส่งสีส้มยักษ์ใหญ่ครั้งนี้ค่อนข้างได้รับการจับตามองจากบรรดานักลงทุน และเป็นอีกหนึ่ง IPO ครั้งประวัติศาสตร์ของวงการตลาดทุนไทยก็ว่าได้ … 

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://th.kerryexpress.com/ 

แหล่งข้อมูล
(1) รายงานการวิจัยทางการตลาดแบบอิสระของ ฟรอส์ท แอนด์ ซัลลิวัน
(2) แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และหนังสือชี้ชวนฉบับเต็มของ KEX ซึ่งได้ยื่นต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ที่ www.sec.co.th
3) https://www.cnbc.com/2020/02/24/warren-buffett-dont-buy-stocks-because-you-think-they-will-perform.html
(4) https://minimaltrader.com/warren-buffett-investment-philosophy/
(5) https://stockradars.news/2020/05/27/longruay-warren-buffett/
(6) https://fortune.com/2020/10/29/fastest-growing-companies-appfolio-tech-finance-industry-tech-company-growth/
(7) https://www.thansettakij.com/content/money_market/418603 

Facebook Comments
SHARE
Advertorial Team
“คนทำงาน” ที่ชอบลงทุนกับความรู้ เพื่อชีวิตที่ดียิ่งขึ้น