สรุป..เรื่องจริงเกี่ยวกับเงินที่ไม่มีใครบอกคุณ!
“จากคนไม่มีอะไรเลยจะทำอย่างไรให้มั่งคั่ง”
The Untold Truth About Money : How to Build Wealth From Nothing.
– James Jani
คลิปบนยูทูปที่ยอดวิวกว่า 17 ล้านครั้งจากช่อง “James Jani” ซึ่งมีแรงบันดาลใจมาจากหนังสือธุรกิจของ MJ DeMarco
1. ระบบความคิดเกี่ยวกับเงินที่คนส่วนใหญ่เข้าใจผิด
ความเชื่อเกี่ยวกับเงินที่ถูกปลูกฝังจากครอบครัวและสังคมแบบผิด ๆ และ ระบบการศึกษาก็ไม่เคยสอนวิธีสร้างความมั่งคั่งทำให้คนส่วนใหญ่ มีขีดจำกัดทางความคิด โดยในความเป็นจริง 68% ของมหาเศรษฐีระดับโลก
นั้นสร้างฐานะขึ้นมาเอง (Self-Made) ทั้ง Warren Buffet, Elon Musk, Jeff Bezos ก็สร้างตัวด้วยตนเองทั้งนั้น
2. เรื่องที่คนส่วนใหญ่เข้าใจผิด : “เงิน = เงินเดือนจากงาน”
คนส่วนใหญ่มักใช้ชีวิตแบบ “เงิน = เงินเดือนจากงาน” เช่น ถ้ารายได้ 20 ดอลลาร์/ชั่วโมง คุณต้องทำงานถึง 24 ปี ถึงจะมี 1 ล้านดอลลาร์แล้วเงินเดือนยังถูกหักภาษี และ ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ถ้าคุณต้องการมีความมั่งคั่งนี่อาจจะใช้เวลานานเกินไป
3. เศรษฐีให้ความสำคัญกับ “มูลค่าที่ถูกมองเห็น”
รายได้ขึ้นอยู่กับมูลค่าที่ตลาดมองเห็นในตัวคุณ ไม่ใช่แค่ความขยัน เช่น นักฟุตบอลที่มีรายได้สูง เพราะ ตลาดยอมจ่ายเงินให้วงการนี้ดูอย่าง พนักงานทำความสะอาดที่ทำงานอย่างหนักเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อทุกวัน ยังมีรายได้น้อยกว่าหลายคนที่นั่งทำงานในออฟฟิศ นั่นก็เพราะตลาดให้มูลค่าต่างกัน อาชีพที่ใครก็มาทำแทนได้ง่ายเลยถูกตีมูลค่าน้อยกว่า อาชีพที่ทำได้ยากและหาคนมาทำแทนได้น้อย
4. อย่าไล่ตาม “เงิน” แต่จงตามหา “ปัญหา”
สิ่งที่ อีลอน มัสก์ และ เจฟฟ์ เบโซส ทำคุณค่าที่คนรับรู้สูง ด้วยการ “แก้ปัญหาให้ผู้คน” แล้วเงินก็จะเข้ามา อย่าง Amazon ช่วยแก้ปัญหามากมายแถมได้หลายรางวัลการันตี จากการทำช็อปปิ้งออนไลน์ ส่งของให้ผู้คนถึงบ้าน ด้วยราคาที่ถูกกว่า ยิ่งปัญหามีมูลค่าเป็นพันล้าน การแก้ปัญหาเหล่านั้นก็จะทำเงินได้เป็นพันล้าน “ถ้าต้องการเงิน” -> “มองให้เห็นถึงปัญหา&ทางแก้” พอเจอมันแล้วให้ทำธุรกิจเกี่ยวกับสิ่งนั้น ลองเริ่มจากการสำรวจตลาดรอบตัวคุณ ด้วยคำถามเหล่านี้
– อะไรที่ผู้คนชอบบ่นว่าไม่ชอบมัน?
– อะไรที่ผู้คนขอให้มีทางออกอยู่เสมอ?
– อะไรที่ผู้คนมักคับข้องใจ และ รู้สึกไม่สะดวกสบาย?
สิ่งเหล่านี้แหละคือ ปัญหาที่รอการแก้ไขอยู่
5. วิธีเพิ่มรายได้ : “สร้างระบบที่ปรับขนาดได้”
ไม่ว่าจะถูกจำกัดด้วย เวลา, พื้นที่ หรือ ระยะทาง ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่จำกัดรายได้ของคุณ อย่างครูสอนโยคะ ที่มีรายได้ 100$ ต่อชั่วโมง อย่างมากก็สอนได้ไม่เกินวันละ 12 ชั่วโมง ทำให้ได้เงินไม่เกินวันละ 1,200$ แต่ถ้าครูสอนโยคะเปิดสอนคลาสออนไลน์ก็จะทำเงินได้ตลอดเวลา ด้วยการสร้างคลิปออนไลน์ เพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น นั่นคือ ความสามารถในการสร้างรายได้ได้ไม่จำกัด หรือ การที่คุณสร้างธุรกิจแล้ว คุณหาคนที่มีความสามารถมาทำงานให้คุณ ทำให้คุณสามารถรับรายได้เพิ่มอย่างไม่จำกัด
6. “เงินของคุณ” หรือ “ชีวิตของคุณ”
การมีรถในฝัน, อิสรภาพทางการเงิน ท่องเที่ยวรอบโลกแบบไม่มีความกังวลเรื่องเงิน ถ้าสิ่งเหล่านี้คือ สิ่งที่คุณมองหาเพื่อแสดงความมั่งคั่ง แปลว่า เงินก็เป็นเพียงเครื่องมือที่พาไปสู่เป้าหมายในชีวิตที่แท้จริงของคุณ
แล้วมันจะคุ้มค่าไหม? ถ้าชีวิตของคุณจะเต็มไปด้วย การทำงาน-กลับบ้าน-ดูทีวี-นอน-ตื่นมาวันต่อไป แล้วทำงานวนไปในวงจรเดิมไปจนแก่ หรือ บางทีคุณก็ต้องโอเคกับชีวิตจริงแบบนั้น เพราะ มันไม่มีทางเลือกอื่น แต่ก็ให้ตามทำเส้นทางต่อไป มันต้องใช้เวลา
.
#Keyword
“อย่าไล่ตามเงิน ให้วิ่งตามปัญหา แล้วหาทางแก้ปัญหาเหล่านั้น”
ในงานประจำก็เช่นกัน หากคุณสามารถแก้ปัญหาให้องค์กรได้มากขึ้น ก็ใช้เป็นเครื่องมือต่อรองเงินเดือนที่สูงขึ้นได้
.
สุดท้าย..คนที่ล้มเร็วและเรียนรู้ไว จะมีโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่า



















