9 วิธี “วางแผนการเงิน” พร้อมชนทุกความเสี่ยงในชีวิต

“การวางแผนการเงิน” เรื่องที่ทุกคนต้องใส่ใจ
วิกฤตการณ์เศรษฐกิจ COVID-19 ครั้งนี้ทำให้เราเข้าใจ และเห็นภาพเรื่องของการ “การวางแผนการเงิน” ชัดเจนมากขึ้น หลายคนก็เจอผลกระทบในช่วงนี้เช่นกัน มาลองทบทวน 9 วิธี วางแผนการเงินอีกครั้ง…

1. “จดบันทึก” รายรับรายจ่าย

90% ของวัยทำงานจะติดปัญหา “ใช้จ่ายเดือนชนเดือนไม่มีเงินเหลือเก็บ” ลองฝึกวินัย จดบันทึกรายรับ รายจ่าย รายวันดู จะทำให้รู้นิสัยการใช้จ่ายว่าอันไหน จ่ายจำเป็น อันไหนจ่ายฟุ่มเฟือย ลองจดดูนะครับมันช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่าย ได้จริงๆ และเดี๋ยวนี้มีแอปการเงินจดรายรับ รายจ่าย ได้ง่ายและสะดวกด้วย จะทำให้คิดก่อนใช้จ่ายทุกครั้ง และลองทำเป็นงบรายรับ รายจ่ายทั้งปีดูด้วยนะ จะดูว่าทั้งปีเราจะเหลือเงินกี่บาท จะไปวางแผนทำอะไรได้อีก

2. “ทำงบการเงิน” ของตัวเอง

บางคนทำงานมาหลายปี ตรวจแต่สุขภาพร่างกาย แต่ไม่เคยตรวจสุขภาพการเงินเลยว่าปัจจุบันเรามีสภาพคล่องพอไหม? มีหนี้สินเกินตัวหรือปล่าว? การออมเราดีหรือยัง? ทำงานมาตั้งนานแล้วสินทรัพย์ตัวเองมีอะไรบ้าง? ลองบันทึกสินทรัพย์ที่คุณมีทั้งหมด (เช่น เงินในบัญชี เงินลงทุน มูลค่าบ้าน รถ ของส่วนตัวที่มีต่างๆ) และหนี้สินทั้งหมด (เช่น มูลค่าหนี้คงค้าง บ้าน รถ บัตรเครดิต) จะทำให้รู้ว่าทำงานมาหลายปีแล้วเรามีความมั่งคั่งที่แท้จริงเท่าไหร่?
จากการคำนวณ สินทรัพย์ – หนี้สิน = ความมั่งคั่ง

3. “เตรียมเงินฉุกเฉิน” อย่างน้อย 3 – 6 เท่าของรายจ่าย

ถ้าคุณโชคร้าย ถูกออกจากงาน ญาติพี่น้องเจ็บป่วย ต้องมีค่าใช้จ่ายใหญ่ๆ กระทันหัน รายได้หายไป แต่รายจ่ายยังคงอยู่ เราควรเตรียมเงินไว้อย่างน้อย 3 -6 เท่าของรายจ่ายจำเป็น จะทำให้เป็นจุดปลอดภัยแรกๆของชีวิต เงินฉุกเฉินควรเก็บไว้ที่ปลอดภัย สภาพคล่องสูง ถอนเป็นเงินสดได้ทันทีเลย ตามที่ต้องการและมีความเสียงต่ำ อย่างเช่น กองทุนรวมตลาดเงิน หรือบัญชีเงินฝากปกติ

4. “รู้ความเสี่ยงของตัวเอง” และเตรียมการไว้ก่อน

หลายคนละเลยตรงนี้ไปให้ความสำคัญกับการประกันทรัพย์สิน อย่างบ้าน รถ มากกว่าประกันตัวเอง อย่างประกันชีวิตและสุขภาพ ถ้าเกิดผู้นำครอบครัว เป็นอะไรขึ้นมา หรือเจ็บป่วยใหญ่ขึ้นมา ยิ่งอยู่ในยุค Covid-19 ด้วยถ้าไม่ได้วางแผนมีทุนประกันชีวิต และสุขภาพเพียงพอ ถ้าเราต้องนอนรักษารพ.นานๆ ไม่เพียงแต่รายได้หายไป รายจ่ายค่ารักษาพยาบาลที่สูงมาก อาจทำให้ครอบครัวเกิดวิกฤตทางการเงินได้เลย อย่าลืมวางแผนปกป้องรักษาเงินที่หามาได้ด้วยนะ

5. “ตั้งเป้าหมายชีวิต” และ “เป้าหมายการเงิน” ของตัวเอง

บางคนไม่รู้จะเก็บเงินเพื่ออะไร ไม่มีเป้าหมายในชีวิตจะทำให้การเก็บเงินของเรา ล่องลอย ไร้จุดหมาย ลองตั้งเป้าหมายดูจะทำให้เราเก็บเงินอย่างมีเป้าหมาย และรู้ว่าต้องเก็บเงินเพื่ออะไร และควรจะเก็บไว้ที่ไหนดี? เก็บกี่ปีดี? บนผลตอบแทนคาดหวังเท่าไหร่ดี? อย่างเช่น วางแผนเก็บเงิน วางแผนเพื่อซื้อสินทรัพย์ บ้าน รถ ไปเที่ยว แต่งงาน และอย่าลืมวางแผนสำคัญที่คนส่วนใหญ่ละเลย อย่างวางแผนเกษียณ วางแผนภาษี และวางแผนประกันด้วยนะ อาจจะได้สิทธิลดหย่อนภาษีเพิ่มเติมทำให้ประหยัดภาษี เสียภาษีลดลง และมีเงินเก็บเพื่อเกษียณในอนาคตด้วยนะ

6. “เก็บก่อนใช้” ไม่ก่อหนี้เกินตัว

พอเงินเดือนออกปุ๊บ เปลี่ยนจากรายรับ – รายจ่าย = เงินเก็บ เป็น รายรับ – เงินเก็บ = รายจ่าย จะทำให้อย่างน้อย ควบคุมรายจ่ายได้ ถ้ารอสิ้นเดือนค่อยเก็บไม่เหลือแน่นอน ตามหลักวางแผนการเงินที่ดี ควรเริ่มเก็บ อย่างน้อย 10% ของรายได้ แต่ถ้าได้มากกว่านี้จะดีมากๆ เก็บได้มากกว่านี้ชีวิตดีๆ หลังจากนี้จะตามมาอย่างแน่นอนครับ  และปัญหาของวัยทำงานหลายคนส่วนใหญ่พอเริ่มทำงานปุ๊บแล้วของมันต้องมี อย่างคอนโด บ้านหรือรถ รวมไปถึงของแบรนเนมด์ต่างๆ เลยใช้วิธีก่อหนี้ เพื่อสร้างสินทรัพย์ให้เร็วที่สุดโดยลืมคำนึงหลักการวางแผนการเงินที่เหมาะสม การผ่อนหนี้สินต่างๆ ที่ดี ไม่ควรเกิน 45% ของรายได้ คือ ง่ายๆ มีรายได้ต่อเดือน 20,000 บาท ไม่ควรผ่อนหนี้ทุกอย่างเกิน 9,000 บาท ไม่งั้นชีวิตจะลำบากในอนาคตอย่างแน่นอน

7. ควรมีรายได้สำรอง “ช่องทางอื่น”

ช่วง Covid-19 หลายคนต้องตกงาน หลายคนอาจรอสัมภาษณ์งาน ถ้าเรามีรายได้มากกว่า 1 ทาง และใช้ความเก่ง ความชอบตัวเองหารายได้อีกทางเพิ่มจะทำให้เราอยู่รอดได้ เพราะหลายคนไม่สามารถลดรายจ่ายได้ เราต้องควรใช้เวลาว่างที่มีหารายได้เพิ่มอีกทาง สู้ๆครับ

8. ให้เงินทำงาน “ลงทุนแบบที่เป็นตัวเอง”

นำเงินที่เราเหลือไปลงทุนในสินทรัพย์ที่เหมาะสม ตามแต่ละสถานการณ์ ปัจจุบันมีบทวิเคราะห์จากบริษัท ลงทุนชั้นนำของประเทศที่จะวิเคราะห์และแนะนำ ว่าช่วงนี้ควรลงทุนอะไร และไม่ควรลงทุนอะไร ถ้าเราลงทุนถูกจังหวะที่เหมาะสมในระยะยาว จะทำให้ได้ผลตอบแทนได้ดีมากขึ้น ถ้าลงทุนในหุ้น หรือกองทุนรวม จะได้ผลตอบแทนในรูปของ เงินปันผล และส่วนต่างราคา (ซื้อถูกขาย แพง) แต่ต้องรับความเสี่ยงได้นะ และต้องจัดพอร์ตการลงทุนที่ดี แต่ถ้าต้องการลงทุนที่ได้ผลตอบแทนที่แน่นอน อาจจะลงทุนผ่านหุ้นกู้ จะได้รับผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ยและเงินต้นคืนที่แน่นอน รวมไปถึงหุ้นปันผล หรืออสังหาริมทรัพย์ ที่ได้ค่าเช่าที่แน่นอน

9. ลงทุนกับ “ความรู้” ให้ตัวเองเสมอ

เดี๋ยวนี้มีความรู้การวางแผนการเงิน และการลงทุนให้เรียนฟรี แถมบ้างที่มีประกาศนียบัตรให้ด้วย ในเว็บไซต์ เพจการเงินการลงทุนต่างๆ Youtube และ Podcast อย่าง SET Education และอื่นๆ อยากรู้อะไรก็เรียนเรื่องที่เราสนใจได้เลย ลองหาเวลาว่างอย่างน้อยอาทิตย์ละ 3-5 ชั่วโมงมาเรียนรู้ดู จะทำให้มีความสุขกับการลงทุนและการวางแผนการเงินมากขึ้น
SHARE
ปรีชา มานพ CFP®, IP, FChFP นักวางแผนการเงินรุ่นใหม่ ที่มีความตั้งใจอยากให้คนไทยมีความมั่นคงและความมั่งคั่ง ในชีวิต ผ่านการออกแบบชีวิตและวางแผนการเงิน