ฮาวทู! “ตรวจสุขภาพการเงิน” 4 ด้าน รู้ตัวก่อน รักษาหาย ก่อนลุกลาม!!

ความแข็งแรงของร่างกายวัดผ่านการตรวจสุขภาพ เช่นเดียวกับความแข็งแรงทางการเงินต้องวัดผ่านงบการเงินของตัวเอง

เวลาเราป่วยเราต้องไปหาหมอ เพื่อไปตรวจว่าร่างกายผิดปกติเป็นอะไรไหม เช่นเดียวกัน การตรวจสุขภาพการเงิน เหมือนกับการหาหมอด้านการเงิน เพื่อดูว่า 4 ด้านในมิติด้านการเงิน แต่ละด้านเป็นเช่นไร? เพื่อให้คุณรู้เท่าทัน ก่อนจะสายเกินแก้!

วันนี้ Salary Investor เลยมีวิธีการตรวจการตรวจสุขภาพการเงินอย่างง่ายมาฝาก ลองตรวจดูว่า “สุขภาพทางการเงิน” ของเรามีอะไรต้องรีบแก้ไขหรือปล่าว?

ด้านที่ 1. “สถานะการเงิน” เราเป็นยังไง?

สินทรัพย์ คือ มูลค่าปัจจุบันของสินทรัพย์ที่มีมูลค่า เช่น บัญชีเงินฝาก กองทุนรวม มูลค่าบ้าน รถ เป็นต้น

หนี้สิน คือ มูลค่าหนี้คงค้าง เช่น หนี้บัตรเครดิต หนี้บ้าน หนี้ รถ เป็นต้น

ความมั่งคั่งสุทธิ (ความรวย)
ตัวอย่าง :
= สินทรัพย์ 1,200,000 – หนี้สิน 500,000
= 700,000 บาท
จะให้ดีควร เป็น+
จากตัวอย่าง : ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี มี “สินทรัพย์” มากกว่า “หนี้สิน”

ความอยู่รอด
ตัวอย่าง := รายได้ 360,000 / ค่าใช้จ่าย 300,000 (ทั้งปี)
= 1.2 เท่า
จะให้ดีควร มากกว่า 1 เท่า
จากตัวอย่าง : ถือว่ามีการใช้จ่ายน้อยกว่ารายได้ แต่ก็ควรจะเพิ่มรายได้ต่อไป!

ด้านที่ 2. “สภาพคล่อง” เราดีอยู่มั้ย?

สินทรัพย์สภาพคล่อง คือ มูลค่าของสินทรัพย์ที่เปลี่ยนเป็นเงินสดได้ทันที และมีความเสี่ยงต่ำ เช่น เงินสด บัญชีเงินฝาก กองทุนรวมตลาดเงิน เป็นต้น

หนี้สินระยะสั้น คือ มูลค่าหนี้คงค้าง ที่มีอายุน้อยกว่า 1 ปี เช่น หนี้บัตรเครดิต

สภาพคล่องระยะสั้น
ตัวอย่าง :
= สภาพคล่อง 40,000 / หนี้ระยะสั้น 20,000
= 2 เท่า
จะให้ดีควร > 1
จากตัวอย่าง : ถือว่า มีการจ่ายหนี้ระยะสั้นที่พอไหวอยู่

สภาพคล่องพื้นฐาน (เงินเก็บฉุกเฉิน)
ตัวอย่าง :
= สภาพคล่อง 40,000 / ค่าใช้จ่าน 25,000 ต่อเดือน
= 1.6 เท่า
จะให้ดีควรมี อย่างน้อย 3-6 เดือน
จากตัวอย่าง : ถือว่ามีเงินสำรองไม่ถึงเกณฑ์ ควรเพิ่มเงินเก็บส่วนนี้ด่วน!

ด้านที่ 3. มี “หนี้สินเกินตัว” อยู่หรือไม่?

สัดส่วนหนี้สิน vs สินทรัพย์
ตัวอย่าง :
= มีหนี้ 500,000 / สินทรัพย์ 1,200,000
= 42%
จะให้ดีควร < 50%
จากตัวอย่าง : ถือว่ามี “สัดส่วนหนี้” ที่น้อยกว่า 50% ถือว่ายังปลอดภัย

ความสามารถในการจ่ายหนี้
ตัวอย่าง :
= ผ่อนหนี้ เดือนละ 17,000 / รายได้ต่อเดือน 30,000
= 57%
จะให้ดีควร < 45%
จากตัวอย่าง : ถือว่ามีการผ่อนหนี้สินที่เกินตัวอยู่ ไม่ควรก่อหนี้เพิ่มอีก!

ด้านที่ 4. จะมีโอกาส “รวย” ในอนาคตมั้ย?

สินทรัพย์ลงทุน คือ มูลค่าของสินทรัพย์ลงทุน เช่น สลากออมสิน กองทุนรวม กองทุนรวม SSF,LTF,RMF และหุ้น อสังหาฯ เป็นต้น

สัดส่วน “การลงทุน”
ตัวอย่าง :
= สินทรัพย์ลงทุน 200,000 / ความมั่งคั่งสุทธิ 700,000
= 28%
จะใหดีควร > 50%
จากตัวอย่าง : ถือว่าสัดส่วนการลงทุนยังน้อยไป ควรเพิ่มสินทรัพย์ลงทุน ถ้าอยากรวยและมั่งคั่ง! (ความมั่งคั่งสุทธิ = สินทรัพย์รวม – หนี้สินรวม)

สัดส่วน “การออม”
ตัวอย่าง :
= (48,000+60,000)/360,000
= 30%
จะให้ดีควร > 10%
จากตัวอย่าง : ถือว่ามีการเก็บออมที่ดี บริหารเงินได้ดี

Facebook Comments
SHARE
Preecha Manop
ปรีชา มานพ CFP®, IP, FChFP นักวางแผนการเงินรุ่นใหม่ ที่มีความตั้งใจอยากให้คนไทยมีความมั่นคงและความมั่งคั่ง ในชีวิต ผ่านการออกแบบชีวิตและวางแผนการเงิน