เปิดพอร์ต “หุ้นต่างประเทศ” ง่ายกว่าที่คิด!



เพื่อนๆ นักลงทุนต่างรู้กันดี ว่าบริษัทที่เติบโตสูงในอนาคต ล้วนอยู่ต่างประเทศกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะบริษัท Technology, บริษัท E-Commerce หรือ บริษัทรถยนต์ EV เช่น Google, Amazon หรือ Tesla ฯลฯ

ปัญหาคือแต่ก่อนการจะ “เปิดพอร์ตลงทุนหุ้นต่างประเทศ” ยากมาก
และค่าธรรมเนียมสูงมาก แต่ ณ วันนี้ง่ายขึ้นกว่าเดิมเยอะ!!
แถมค่าธรรมเนียมก็ยังถูกลงเยอะ แถมมีแค่แอปเดียวก็ลงทุนได้แล้ว!

การลงทุนใน “หุ้นต่างประเทศ” น่าสนใจยังไง?

ช่วงนี้กระแสการลงทุน หุ้นต่างประเทศกำลังมาแรง ไม่ว่าจะเป็น จีน, ญี่ปุ่น, ยุโรป หรืออเมริกา เพราะ มีธุรกิจเกิดใหม่ที่น่าสนใจ เทคโนโลยีล้ำสมัย มีธุรกิจเกี่ยวกับเทรนด์ ระดับโลก megatrend รวมถึงค่าธรรมเนียม ที่ถูกขึ้น หาข้อมูลง่ายขึ้น และคนไทยเองก็คุ้นเคยกับสินค้า หรือบริการของต่างประเทศด้วย

และที่สำคัญ เมื่อลงทุนหุ้นต่างประเทศจะช่วยเพิ่มโอกาสลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีระดับโลกที่มีการเติบโตสูง และไม่มีในไทย เช่น Google, Facebook, Amazon, Alibaba ฯลฯ ซึ่งหุ้นเหล่านี้ล้วนเป็น หุ้นแห่ง “อนาคต” และเราสามารถเป็นเจ้าของหุ้นเหล่านี้ได้

ยังไม่พอ การลงทุนหุ้นต่างประเทศ ยังมีสิ่งที่น่าสนใจอื่นๆ เช่น
– ช่วยกระจายความเสี่ยง และมีโอกาสรับผลตอบแทนสูงจากเศรษฐกิจต่างประเทศ
– กระจายการลงทุนจากเงินสกุลบาทไปสกุลต่างๆ เลือกกระจายลงทุนไปในประเทศ/สินทรัพย์อื่นๆ นอกจากไทย
– ช่วยเพิ่มตัวเลือกในการลงทุนได้มากขึ้น โดยเฉพาะ ETF ของต่างประเทศ
– ประหยัดค่าธรรมเนียมบริหาร เพราะ ลงทุนหลักทรัพย์ต่างประเทศตรง ไม่ต้องผ่านกองทุนรวมซึ่งต้องเสียค่าธรรมเนียมการบริหารรายปี

ทั้งหมดนี้จึงไม่น่าแปลกใจเลย ที่การลงทุนหุ้นต่างประเทศจะเป็นที่ดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนหลายๆ คน

ลงทุนใน “หุ้นต่างประเทศ” ต้องเสียค่าธรรมเนียมยังไง?

สำหรับการลงทุนต่างประเทศ คนส่วนใหญ่มักลังเลระหว่าง “การลงทุนในกองทุนต่างประเทศ” กับ “การลงทุนในหุ้น/ETF ต่างประเทศ” ถึงแม้จะเป็นการลงทุนต่างประเทศเหมือนกัน แต่มีค่าใช้จ่ายการลงทุนที่แตกต่างกัน คือ

กองทุนต่างประเทศจะคิดค่าธรรมเนียมแรกเข้า ประมาณ 1.5% ขึ้นอยู่กับกองทุน มีค่าธรรมเนียมจัดการกองทุน และคิดค่าธรรมเนียมการจัดการ ETF ด้วย ถ้ากองทุนนั้นลงทุนใน ETF ต่างจาก “หุ้น/ETF ต่างประเทศ” ที่มีค่าธรรมเนียมการซื้อ-ขาย 0.08 USD ต่อหุ้น (ขั้นต่ำ 4.99 USD) คิดค่าธรรมเนียมการจัดการ ETF แต่ถ้าลงทุนต่างหุ้น ต่างประเทศไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม และที่สำคัญ ไม่มีค่าธรรมเนียมจัดการกองทุน

จะเห็นว่า “การลงทุนในหุ้นต่างประเทศ” มีต้นทุนค่าธรรมเนียมที่ถูกลง เพราะ ลงทุนหลักทรัพย์ต่างประเทศตรง ไม่ต้องผ่านกองทุนรวมซึ่งต้องเสียค่าธรรมเนียมการบริหารรายปี จึงช่วยประหยัดค่าธรรมเนียมบริหารได้

และข้อควรรู้สำหรับใครที่สนใจลงทุนหุ้นต่างประเทศ ต้องรู้จัก “W-8BEN” คือแบบภาษีที่กรมสรรพากร สหรัฐอเมริกา (IRS) กำหนดให้บุคคลต่างชาติทุกคนที่มีรายได้ใน สหรัฐอเมริกาต้องยื่นเพื่อ รับรองว่าไม่ได้เป็นบุคคลสัญชาติอเมริกัน ไม่ได้ทำงาน หรือไม่ได้ประกอบธุรกิจในสหรัฐอเมริกา

และการยื่นแบบภาษี W-8BEN มีค่าบริการ 2,000 บาท ต่อ 3 ปีปฎิทิน และลูกค้าจะได้รับสิทธิประโยชน์ลดภาษีเงินปันผลจากร้อยละ 30 เป็นร้อยละ 15

ลงทุน “หุ้นอเมริกา & ETF” ง่ายๆ ก่อนใคร! ที่แอป Easy Invest แค่ 3 ขั้นตอน

เริ่มลงทุนในหุ้นอเมริกา และ ETF ได้ง่ายๆ ก่อนใคร! ผ่านแอป “Easy Invest” จาก SCBS เปิดบัญชีง่าย ไว 15 นาที เพียงทำ 3 ขั้นตอนง่ายๆ คือ

เติมเงิน : หากนักลงทุนยังไม่มีเงินบาทในบัญชีบริหารเงินสด สามารถเติมเงินเข้าบัญชีบริหารเงินสด ผ่านแอปพลิเคชัน EASY INVEST แล้วจึงกลับมาแลกสกุลเงิน ต่างประเทศอีกครั้ง

แลกเงิน : เลือกเมนู HOME เลือกเมนูแลกเปลี่ยนสกุลเงินต่างประเทศ แล้วเลือกสกุลเงินเพื่อสมัครบริการยื่นแบบภาษี

ลงทุน : เมื่อแลกเงินสกุลต่างประเทศสำเร็จ เลือกเมนู INVEST แล้วเลือกแถบ Stocks เพื่อซื้อขายหุ้นต่างประเทศ

ค่าธรรมเนียมถูก สะเทือนวงการ (ลงทุนในตลาดอเมริกาทั้งหุ้น และ ETF ค่าธรรมเนียม 0.08 (ไม่รวม VAT) ต่อหุ้น โดยค่าธรรมเนียมขั้นต่ำ 4.99 USD (ไม่รวม VAT) ต่อรายการ ไม่จำกัดวงเงินขั้นต่ำ

ซึ่งตอนนี้สามารถเลือกลงทุนได้ 2 ประเทศ คือสหรัฐอเมริกา และฮ่องกง และการลงทุนหุ้นต่างประเทศในตลาดสหรัฐอเมริกาครั้งแรก ผ่านแอป EASY INVEST จะต้องมีการสมัครยื่น แบบภาษีของกรมสรรพากรสหรัฐอเมริกา ที่เรียกว่า W-8BEN อัตโนมัติก่อน จึงจะสามารถแลกเงิน USD และลงทุนต่อได้

สำหรับผู้ที่สมัครบริการยื่นแบบภาษีผ่านแอป EASY ตั้งแต่วันนี้ – 30 เมษายน 2565 รับเลย! ส่วนลด 50% สำหรับค่าสมัครบริการยื่นแบบภาษี W-8BeN เหลือเพียง 1,000 บาท (จากปกติ 2,000 บาท)

รายละเอียดเพิ่มเติม www.scbs.com/th/scbs-global-trade