5 ข้อสำคัญที่คุณควรรู้ เมื่อลงทุนในหุ้นกู้ ‘เงินเทอร์โบ’

เมื่อตลาดหุ้น กองทุน ไปจนถึงคริปโต เข้าสู่ช่วงเวลาผันผวน จากภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งกระฉูด และสถานการณ์ทางการเมืองภายในประเทศ ทำให้นักลงทุนอาจเริ่มตื่นตระหนกเมื่อมองดูพอร์ตของตัวเอง และปรับวิธีจัดการเงินในกระเป๋าเพื่อสร้างผลตอบแทนให้เติบโต ท่ามกลางความไม่แน่นอนเหล่านี้  ในสถานการณ์เช่นนี้ หุ้นกู้ที่มีการจ่ายผลตอบแทนที่ชัดเจนและแน่นอนจึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ
โดยล่าสุด บริษัทผู้ประกอบธุรกิจให้บริการทางการเงินรายย่อยที่หลายคนคุ้นเคยอย่างบจก. เงินเทอร์โบ หรือ TURBO’ ก็กำลังเตรียมออกหุ้นกู้ จำนวน 2 ชุด อายุ 1 ปี 10 เดือน 14 วัน อัตราดอกเบี้ยคงที่ 4.80% ต่อปี และอายุ 2 ปี 10 เดือน 14 วัน อัตราดอกเบี้ยคงที่ 5.40% ต่อปี เพื่อเสนอขายต่อนักลงทุนสถาบัน และ/หรือนักลงทุนรายใหญ่ โดยบริษัทฯ ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ BBB- แนวโน้ม Stable จากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 2 .. ที่ผ่านมา
มาดูกันเลยว่า หุ้นกู้ TURBO มีความน่าสนใจ อย่างไรบ้าง 
1. หนึ่งในบริษัทสินเชื่อที่เติบโตเร็วที่สุด     
การใช้โทนสีชมพู ทำให้หลายคนสะดุดตากับ TURBO และจดจำเอกลักษณ์ของแบรนด์ได้อย่างง่ายดาย ประกอบกับความมุ่งมั่นในการออกแบบบริการทางการเงินที่ สะดวก รวดเร็ว เข้าใจง่าย และตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้า ทำให้ TURBO สามารถยืนหยัดอยู่ในสนามธุรกิจอันดุเดือด และเป็นหนึ่งในบริษัทสินเชื่อที่เติบโตเร็วที่สุดในตลาด โดยมีพอร์ตสินเชื่ออยู่ที่ระดับ 7,600 ล้านบาท ในปี 2565 หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตต่อปี (CAGR) กว่า 52.10% จากปี 2563       
ปัจจุบัน TUBRO ดำเนินงานภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย โดยให้บริการสินเชื่อ 3 ประเภทคือ สินเชื่อจำนำทะเบียนรถ สินเชื่อโฉนดที่ดิน และสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ รวมถึงธุรกิจนายหน้าประกันชีวิต และ นายหน้าประกันวินาศภัยโดยมีสาขารวม 796 สาขา ครอบคลุมพื้นที่ 50 จังหวัด ในหลายภูมิภาคทั่วประเทศไทย
2. สถานะการเงินแข็งแกร่งเติบโตแบบก้าวกระโดด
TURBO มีผลประกอบการที่เติบโตต่อเนื่อง โดยในปี 2565 บริษัทฯ สามารถสร้าง New High ทั้งในส่วนรายได้ กำไรสุทธิ และสินทรัพย์ นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงที่รัดกุม และการบริหารต้นทุนการดำเนินการที่มีประสิทธิภาพ เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งบริษัทที่มีสถานะทางการเงินแข็งแกร่ง โดยมีข้อมูลผลประกอบการ 3 ปีย้อนหลัง ดังนี้
  • รายได้
    ปี 2563: 697 ล้านบาท
    ปี 2564: 1,266 ล้านบาท
    ปี 2565: 1,782 ล้านบาท
    เติบโตเฉลี่ย 59.8% ต่อปี
  • กำไรสุทธิ
    ปี 2563: 43 ล้านบาท
    ปี 2564: 235 ล้านบาท
    ปี 2565: 350 ล้านบาท
    เติบโตเฉลี่ย 185.3% ต่อปี
  • สินทรัพย์
    ปี 2563: 3,765 ล้านบาท
    ปี 2564: 6,020 ล้านบาท
    ปี 2565: 8,808 ล้านบาท
    เติบโตเฉลี่ย 53.0% ต่อปี
3. มีกลุ่มธนาคารกสิกรไทยเป็นผู้ถือหุ้น     
หนึ่งในจุดแข็งของ TURBO คือ การมีสถาบันการเงินชั้นนำของประเทศอย่างกลุ่มธนาคารกสิกรไทย เป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้น โดยกลุ่มธนาคารกสิกรไทยได้เข้ามาลงทุนเป็นผู้ถือหุ้นร้อยละ 10 ใน TURBO ตั้งแต่เดือน ธันวาคม 2565 ที่ผ่านมา โดยภายหลังจากการเพิ่มทุนดังกล่าว TURBO มีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น  ที่ 0.97 เท่า  ซึ่งแสดงให้เห็นถึงโครงสร้างทางการเงินที่มีความแข็งแรงพร้อมกับการเติบโตอย่างต่อเนื่อง 
นอกจากนี้  TURBO ยังมีวงเงินกู้คงเหลือที่ยังไม่ได้เบิกใช้จากธนาคารอีกจำนวนมาก ซึ่งวงเงินกู้ดังกล่าวจะเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่บริษัทฯ สามารถนำมาใช้ เพื่อสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจได้ในอนาคต
4. โครงสร้างการกำกับดูแลกิจการที่ได้มาตรฐาน
แม้ TURBO จะยังไม่ เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ แต่บริษัทฯ ก็ให้ความสำคัญกับโครงสร้างการกำกับดูแลกิจการที่ได้มาตรฐาน โดยนอกจากจะมีการแต่งตั้งกรรมการอิสระจำนวน 3 ท่าน หรือ 1 ใน 3 ของคณะกรรมการ เพื่อเพิ่มความโปร่งใสในการจัดการแล้ว  บริษัทฯ ยังมีการจัดตั้งคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง คณะกรรมการตรวจสอบ   และฝ่ายตรวจสอบภายในที่มีความอิสระ รวมถึงพัฒนานโยบายต่าง ๆ ซึ่งมีมาตรฐานใกล้เคียงกับบริษัทที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯนอกจากนี้งบการเงินของบริษัทฯ ยังเป็นงบการเงินชุดใหญ่ (PAE) ที่ได้รับการตรวจสอบโดย PricewaterhouseCoopers (PwC)อีกด้วย
5. รายละเอียดของหุ้นกู้ และ การเสนอขาย
สำหรับหุ้นกู้ที่ TURBO กำลังจะเสนอขายในครั้งนี้ เป็นหุ้นกู้ชนิดระบุผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน มีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ และผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนครบกำหนดไถ่ถอน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเงินไปใช้สำหรับการขยายธุรกิจ เป็นทุนหมุนเวียน และชำระคืนเงินกู้ ประกอบด้วยหุ้นกู้จำนวน 2 ชุด ได้แก่ 
หุ้นกู้ชุดที่ 1 อายุ 1 ปี 10 เดือน 14 วัน อัตราดอกเบี้ยคงที่ 4.80% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน ครบกำหนดไถ่ถอนในปี 2568

หุ้นกู้ชุดที่ 2 อายุ 2 ปี 10 เดือน 14 วัน อัตราดอกเบี้ยคงที่ 5.40% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน ครบกำหนดไถ่ถอนในปี 2569
การเสนอขายหุ้นกู้ทั้ง 2 ชุดของ TURBO จะเสนอขายผ่านช่องทางของบริษัทหลักทรัพย์ ดังนี้
– บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
– บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด
– บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
– บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด 
โดยจะเปิดจองซื้อในวันที่ 20-22 มิ.. 66 ให้กับนักลงทุนสถาบัน และ/หรือนักลงทุนรายใหญ่ (High Net Worth) ซึ่งเป็นนักลงทุนที่มีประสบการณ์ มีความรู้ด้านการลงทุน และมีสถานะการเงินตามข้อกำหนด เช่น รายได้มากกว่าปีละ 3 ล้านบาท โดยมีมูลค่าหุ้นที่ตราไว้หน่วยละ 1,000 บาท ราคาเสนอขายหน่วยละ 1,000 บาท กำหนดจองซื้อขั้นต่ำ 100,000 บาท และทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท
สำหรับนักลงทุนที่สนใจ สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://market.sec.or.th/public/ipos/IPOSDE01.aspx?TransID=527148&SD=2006256622062566
หมายเหตุ: อัตราส่วนหนี้สินต่อผู้ถือหุ้น = (หนี้สินรวมเงินกู้ยืมจากกิจการที่เกี่ยวข้องกัน) / (ส่วนของผู้ถือหุ้น+เงินกู้ยืมจากกิจการที่เกี่ยวข้องกัน)
References :
www.turbo.co.th
– Turbo’s Press Release
https://shorturl.at/xBCS9
https://shorturl.at/kqwOP
https://www.ryt9.com/s/trsn/3417952 
SHARE
“คนทำงาน” ที่ชอบลงทุนกับความรู้ เพื่อชีวิตที่ดียิ่งขึ้น