
เพื่อน ๆ สงสัยกันไหมว่าทำไมผู้เชี่ยวชาญหลายท่านถึงออกมาบอกว่าเศรษฐกิจไทยตอนนี้น่าเป็นห่วง? ตั้งแต่ผ่านสถานการณ์โควิด-19 มาแล้วก็ยังดูน่ากังวล เพราะ ประเทศไทยมีรายได้หลักมาจากการท่องเที่ยว และ การส่งออกเท่านั้น ไม่ได้มีรายได้จากเทคโนโลยี หรือ นวัตกรรมใหม่ ๆ ที่สามารถสร้างรายได้สูงเหมือนประเทศอื่น ๆ นอกจากนี้ ประชากรยังมีรายได้น้อย และ มีอัตราการว่างงานที่สูงมาก จนเกิดการกู้หนี้ยืมสินในที่สุด ทำให้ประชาชนในประเทศมีหนี้ครัวเรือนที่สูงมาก
แต่นอกจากหนี้ของประชาชนที่สูงแล้วประเทศก็มีการก่อหนี้สาธารณะที่รัฐบาลกู้ยืมมา เพื่อแก้ปัญหาทางโครงสร้าง หรือ วิกฤติต่าง ๆ ในจำนวนที่สูงมากไม่แพ้กัน
วันนี้ Salary Investor จึงพามาดูสัดส่วน “หนี้ครัวเรือน” ในประเทศไทย และ เป็นเบื้องหลังของเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบเชิงลบได้
หนี้สาธารณะ :
เงินที่รัฐบาลกู้ยืมมาจากทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ เพื่อนำไปใช้จ่ายในโครงการต่าง ๆ เพื่อพัฒนาประเทศ หรือ แก้ปัญหาจากเศรษฐกิจ ประเทศไทยมีหนี้สาธารณะ ดังนี้
-
หนี้กู้ยืมภายในประเทศ 11,403,872.84 ล้านบาท
-
หนี้ต่างประเทศ 137,791.63 ล้านบาท
หนี้ครัวเรือน :
หนี้ที่ประชาชน คนทั่วไปกู้ยืมมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน หรือ เพื่อการลงทุน ซึ่งหนี้ครัวเรือนไทยพุ่งสูงมากมาหลายปีติดต่อกัน ข้อมูลหนี้ครัวเรือนไทยในไตรมาส 4 ปี 2566 มีมูลค่า 16.4 ล้านล้านบาท อยู่ที่ระดับ 91.3% โดยแบ่งเป็น
-
หนี้สินเชื่อส่วนบุคคลและบัตรเครดิต (67%)
-
หนี้สินประเภทอื่น ๆ (33%) เช่น หนี้สินที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคอื่น ๆ





















