สรุปจากคลิป “ผมอยากลาออก” ของช่องยูทูป 9arm อาวุธสุดท้ายในมือของการต่อรองขึ้นเงินเดือน คือ การขอลาออก

ช่วงนี้เพื่อน ๆ ที่มีแพลนจะย้ายงาน หรือ มีเรื่องหนักใจกับที่ทำงานกันอยู่ไหม ? ถ้ามีบอกได้เลยว่า คุณไม่ได้ตัวคนเดียว..เพราะ ยูทูปเบอร์ชื่อดังอย่าง “9arm” ก็กำลังเผชิญกับเรื่องราวแบบเดียวกันนี้อยู่

นายอาร์ม (9arm) เป็นยูทูปเบอร์ที่มีผู้ติดตามกว่า 1.16 ล้านคนเขาสามารถทำคลิปบอกเล่าแชร์ประสบการณ์, ข่าว, เรื่องราวต่าง ๆ ให้เป็นเรื่องที่สนุกแล้วเข้าใจได้ง่าย ด้วยความสามารถที่มี เขาจึงได้รับฉายาจากชาวเน็ตว่า “รัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัล” 

ก่อนหน้านายอาร์ม ทำงานในตำแหน่ง Software Engineer บริษัท Hewlett Packard Enterprise (HPE) ที่เมืองมินนิโซตา สหรัฐอเมริกา และนายอาร์มมีส่วนร่วมในการสร้างซูเปอร์คอมพิวเตอร์อันดับหนึ่งของโลก แล้วเหตุใดเขาจึงลาออกจากงานนี้ Salary Investor สรุปให้แล้ว

คลิปนี้เป็นคลิปที่นายอาร์มแชร์ประสบการณ์ช่วงการตัดสินใจจะลาออกและเส้นทางในการหางานใหม่ของนายอาร์ม ที่มียอดรับชมเกือบล้านวิว ในเวลาเพียง 2 สัปดาห์!

1) ช่วงหางานอย่าตัดสินตัวเองไปก่อนว่า “ไม่เจ๋งพอ” เลยไม่กล้าสมัคร ซึ่ง “เจ๋ง” หรือ “ไม่เจ๋ง” เหมาะสมกับงาน หรือ ไม่เหมาะสม ให้นายจ้างตัดสินอย่ารีบตัดสินตัวเองก่อน 

2) “ถ้าไม่ได้งาน ไม่ได้แปลว่าเราไม่เก่ง แค่ทักษะเราไม่ตรง”

3) แม้ทางบริษัทจะบอกเกริ่น ๆ ไว้ว่า  “งานนี้งานหนักนะและ Work-Life-Balance อาจจะไม่ค่อยมี” แต่นายอาร์ม ก็ตกลงทำด้วยความคิดว่า “ทำไปก่อน ๆๆ”

4) แต่ละบริษัทที่นายอาร์มสัมภาษณ์มามักเจอผู้สัมภาษณ์เป็นคนที่เคยเจอในสายงานกันมาแล้วทั้งนั้น “วงการนี้มันแคบ” 

5) Nvidia โทรมาบอกว่า “เลือกคนอื่นไปแล้ว” นายอาร์มก็โอเค เพราะ  รู้ว่าทำเต็มที่แล้ว คนที่ได้งานนี้ไปก็คงจะมี Performance ที่ดีกว่า

6) นายอาร์มยังยื่นสมัครบริษัทอื่น ๆ ไปอีกอย่าง AMD, Microsoft, Intel แต่ Intel ก็ปฏิเสธมาอีก จนเหลือแค่ AMD, Microsoft

7) ในการสัมภาษณ์เขียนโค้ดที่ดีสำหรับนายอาร์ม คือ ผู้สัมภาษณ์เขาก็ช่วยแนะนำเราด้วย เป็นการช่วยเราและช่วยชี้จุดพลาด ถ้าเป็นคนที่ซ้อมมาจะใช้เวลา 20 นาทีก็เสร็จ นายอาร์มใช้เวลาไป 40 นาที แต่ก็ Run โค้ดได้  ผู้สัมภาษณ์ก็ไม่ได้ว่าอะไร และชื่นชมว่ามีแนวคิดที่ดี เพราะ ระหว่างสอบเขามีการพูดอธิบายแนวคิดในวิธีการตลอด

8) บริษัท Microsoft ติดต่อนัดสัมภาษณ์เต็มวัน ตั้งแต่ 9.00 – 15.00 น. ซึ่งให้สัมภาษณ์แบบ 

– เขียนโปรแกรม 2 เซสชั่น

– System Design อีก 1 เซสชั่น 

นายอาร์มคิดว่าเรื่องพวกนี้ไม่ใช่งานที่เขาทำเลยก็เลยปฏิเสธ ไม่ทำ

9) ต่อมาบริษัท Microsoft ติดต่อมาให้สัมภาษณ์อีกครั้ง แต่แบบแยกวันเป็น 3 วัน เลยคิดว่าโอเคลองดู แต่นัดวันสัมภาษณ์ไม่ได้สักทีเลยยกเลิกไม่สมัคร

10) AMD เรียกสัมภาษณ์อีกรอบ  เจอคนที่ทำงานวงการเดียวกันอีก ถาม Technical มาแบบเวลา test Program ทำยังไง บลา บลา ๆ คิดว่าทำให้ดีแล้วถ้าจะไม่ได้งานก็ไม่ได้พลาดตรงไหนเลย คงแค่เพราะ ไม่ตรง หรือ มีคนตรงกว่า

11) วันต่อมา AMD เรียกสัมภาษณ์อีกรอบ เป็นรอบที่ 6 ถ้ารวมรอบแรกด้วย และ ได้สัมภาษณ์กับ Manager ซึ่งเขาถามแค่ “พร้อมเริ่มงานเมื่อไร? งานหนักนะ ไปด้วยกัน Welcome to the team” 

12) ระหว่างตัดสินใจเลือกงาน หัวหน้าทีมที่ทำงานด้วยกันมาลาออก ซึ่งเขาคิดอยู่แล้วว่า ถ้าหัวหน้าทีมที่เป็นแม่ทัพของเขาไม่อยู่ เขาก็ไม่อยู่เหมือนกัน

13) จุดพีคคือ แม่ทัพไป Nvidia ตำแหน่งที่นายอาร์มไปสัมภาษณ์แล้วไม่ผ่านเนี่ยแหละ…

14) งานที่เคยอยู่กับหัวหน้าเขาจึงไหลมาอยู่กับเขาทั้งหมด แล้วปัญหาคือ บริษัทจะหาจ้างคนมาแทนที่หัวหน้าได้อย่างไง? อาจจะจ้างคนใหม่ที่เทพมาก ๆ หรือ การเลื่อนขั้นคนขึ้นไป 

15) ปัญหาของบริษัทก็คือ บริษัทกำลังอยู่ช่วง “Hiring Freeze = งดค่าใช้จ่ายในการจ้างงาน เพื่อลดค่าใช้จ่าย”

สรุปคือ จ้างคนเพิ่มก็ไม่ได้ แถมโปรโมทก็ไม่ได้ ทุกคนต้องช่วยกันก่อน

16) การที่นายอาร์มทำงานที่นี่มา 4 – 5 ปี แม้จบปริญญาเอกก็ยังอยู่ที่ระดับ Intermediate ไม่เคยได้เลื่อนขั้นขึ้นเลยแม้คนที่อยู่ระดับสูงกว่าหลาย ๆ คน จะมาถามเรื่องงานกับนายอาร์มและนายอาร์มเป็นคนดีไซน์งานให้คนระดับสูงกว่าทำด้วยซ้ำคือ เรียกได้ว่าเป็น Engineer ตัวท็อป

17) ย้อนไปเมื่อตอนทำงานได้ปีที่ 3 Manager เก่า พยายามที่จะโปรโมทเลื่อนขั้นให้ แต่กลับโดนปฏิเสธไปเพราะ สถานการณ์บริษัทไม่สู้ดี และปีนั้นเป็นปีที่ทีมได้ Super Frontier 

สุดยอดคอมพิวเตอร์อันดับ 1 ของโลก แต่กลับไม่ได้เลื่อนตำแหน่งแต่ได้เงินเดือนขึ้นแทน

18) จนเขาได้มาคุยกับ Manager ใหม่ว่าผ่านมา 5 ปีแล้วตำแหน่งไม่ขึ้นเลย 

ทั้งที่ประสิทธิภาพเกินตำแหน่งที่อยู่ตอนนี้มาก Manager ก็เห็นด้วย จะขึ้นตำแหน่งให้ แต่บอกเป็นหลัง Hiring Freeze คือ ประมาณช่วงต้นปีหน้า..

19) โครงสร้างเงินเดือนใน Sillicon Valley สาย Tech ในอเมริกามี 3 ส่วน

  • เงินเดือน

  • หุ้น

  • โบนัส

20) เมื่อได้ Offer เงินเดือนในอเมริการอบแรกคนส่วนใหญ่ มักจะเจรจาต่อรองก่อน เกมก็คือ “ใครพูดเรื่องตัวเลขก่อนแพ้”

21) บริษัทมักเสนอเงินเดือนประมาณกลาง ๆ ของช่วงเงินเดือนและเขาก็ค่อยเขียนอีเมลล์การต่อรองเงินเดือนเพิ่มไปอีกที ด้วยเหตุผลที่ แสดงความสามารถของเราว่าทำอะไรได้บ้างที่สมควรได้รับเงินเดือนตามที่เสนอเพิ่มไป

“ผมมีเป้าเงินเดือนอยู่….ให้ผมขึ้นเงินเดือนได้ไหม

ถ้าขึ้นไม่ได้ขอหุ้นเพิ่มได้ไหม ถ้าหุ้นไม่ได้

ขอโบนัสเพิ่มได้ไหม..ผมอยากร่วมงานกับคุณมาก

แต่ช่วยตัดสินใจได้ไหม ผมพร้อมที่จะเซ็นสัญญา”

22) บริษัท AMD ก็ตอบกลับว่า “ไม่สามารถทำตามเงินเดือนที่ขอได้ แต่สามารถเพิ่มหุ้นและโบนัสได้” แม้ไม่ใช่ตามรูปแบบที่ขอแต่ก็ได้จำนวนเงินมูลค่าตามที่เสนอเงินเดือนไป 

23) อีเมลล์ในการเจรจาต่อรองเงินเดือนที่เขียนไปกว่า 2 ชั่วโมงเป็นสิ่งที่คุ้มค่าและมีมูลค่าหลายล้านบาทที่ทำให้ได้เงินเพิ่ม

24) ประเทศอเมริกามีวัฒนธรรมแบบนายจ้าง – ลูกจ้าง บอกเลิกกันวันไหนก็ได้แทบไม่ต้องบอกก่อนล่วงหน้า แต่ส่วนใหญ่ตามมารยาท คือ บอกกันก่อน 2 อาทิตย์เพื่อให้เวลาเตรียมตัว

25) เมื่อนายอาร์มบอกว่าจะออกกับบริษัทเดิม ทางบริษัทก็ตอบกลับมายื้อว่าพอมีอะไรที่จะทำให้อยู่ต่อได้บ้าง และสิ่งนั้นคือ การเลื่อนตำแหน่งตามที่เขาสมควรได้รับมานานแล้ว

26) ในตอนนี้บริษัทสามารถรับข้อเสนอนั้นแบบง่ายขึ้นมาเฉยด้วยเหตุผลที่ทาง ผู้จัดการเขาคิดว่า เพราะ นายอาร์มมีอาวุธในมือแล้ว คือ การขอลาออก จนทำให้เบื้องบนทำตามข้อเสนอนั้นอย่างรวดเร็ว

27) ถึงอย่างไรแล้วบริษัทจะทำตามข้อเสนอนั้นได้หรือไม่

แต่ “ความรู้สึกเป็นสิ่งที่ซื้อคืนไม่ได้ ต่อให้อยู่ต่อความรู้สึกก็ไม่เหมือนเดิม”

พอทุกคนในทีมได้ฟังเหตุผลในการลาออกของนายอาร์ม ยังคิดว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกแล้ว สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะทำงานใหม่ที่บริษัท AMD เรื่องราวทั้งหมดที่นายอาร์มได้เล่าประสบการณ์ก็อยากให้ทุกคนได้เห็นความเสี่ยงของการย้ายงาน ที่เราไม่รู้เลยว่าวันข้างหน้าจะต้องเจอกับอะไรบ้าง..

ดูคลิป 9arm ได้ที่ลิ้งค์
https://youtu.be/ZN7iH6xT7sI?si=_NPLd65vhYJfyQJM

SHARE
Investment Planner (IP) Knowledge Content Creator