ทำให้รอบครบกำหนดชำระวันที่ 25 พฤศจิกายน จะถูกคิดดอกเบี้ยฯ พร้อมยอดดอกเบี้ยที่เรียกเก็บเพิ่มทั้งหมด คือ 473.42 + 189.37 = 662.79 บาท
แล้วพอถึงรอบครบกำหนดชำระถัดไปวันที่ 10 ธันวาคมจะมียอดคงค้างพร้อมดอกเบี้ยเป็น 27,000 + 662.79 = 27,662.79 บาท

2.เมื่อชำระคืนเต็มจำนวนแต่เกินกำหนด
คิดดอกเบี้ยของยอดรวมทั้งหมดตั้งแต่วันที่ใช้จ่ายบัตรเครดิตจนถึงวันที่ชำระคืนครบทั้งหมด แถมอาจมีค่าทวงถามหนี้ และ ค่าปรับอีกด้วย
ตัวอย่าง : รูดจำนวน 30,000 บาท จำนวนวันนับจากวันที่บันทึกรายการถึงวันก่อนวันชำระ 1 วัน คือ 45 วัน
สูตร = [ค่าใช้จ่ายแต่ละรายการ x อัตราดอกเบี้ยฯ ต่อปี x จำนวนวันนับจากวันที่บันทึกรายการถึงวันก่อนวันชำระ 1 วัน] / จำนวนวันใน 1 ปี (365)
= [30,000 x 16% x 45] / 365
= 591.78 บาท
นอกจากนี้ผู้ถือบัตรเครดิตยังต้องจ่ายค่าทวงถามหนี้ ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ประมาณ 100 บาท/รอบบัญชี + vat 7% = 107 บาท ดังนั้นรวมดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย = 591.78 + 107 บาท = 698.78 บาท
3.เมื่อเบิกเงินสดจากวงเงินบัตรเครดิตออกมาใช้ล่วงหน้า
กรณีนี้นอกจากเสียดอกเบี้ยแล้วยังมีค่าธรรมเนียมเบิกถอนเงินสด 3% อีกด้วย
ตัวอย่าง : เบิกถอนเงินสดจำนวน 10,000 บาท ในวันที่ 2 กันยายน และมีวันสรุปยอดบัญชีคือทุกวันที่ 10 ของเดือน และวันครบกำหนดชำระ คือ ทุกวันที่ 28 ของเดือน หากต้องการปิดยอดชำระเงินเบิกถอนเงินสดพร้อมดอกเบี้ยทั้งหมด ในวันที่ 28 กันยายน จะต้องเสียดอกเบี้ยจากการเบิกถอนเงินสด :
สูตร : [ยอดเบิกถอนเงินสดล่วงหน้า x อัตราดอกเบี้ยฯ ต่อปี x จำนวนวันนับจากวันที่บันทึกรายการถึงวันก่อนวันชำระ 1 วัน] / จำนวนวันใน 1 ปี (365)
= [10,000 x 16% x 26 (2 – 27 กันยายน = 26 วัน)] / 365
ดอกเบี้ยที่ต้องเสียจากกการเบิกเงินสด = 113.97 บาท
เสียค่าธรรมเนียมเบิกถอนเงินสด 3% ของยอดเงินที่รูด 10,000 บาท = 300 บาท เท่ากับว่าต้องจ่ายค่าธรรมเนียมบวกดอกเบี้ย = 300 + 113.97 = 413.97 บาท
สรุปแล้ว
อย่างที่เห็นตาม 3 กรณีข้างต้นที่จะถูกคิดดอกเบี้ยบัตรเครดิตที่เพิ่ม ดังนั้น ให้ใช้งานบัตรเครดิตอย่างมีวินัยโดยชำระเต็มจำนวนตามกำหนดทุกเดือน จะได้ไม่เสียค่าใช้จ่ายในส่วนนี้และเป็นการใช้บัตรเครดิตได้อย่างคุ้มค่า
อ้างอิง : ตลาดหลักทรัพย์ไทย SET, ธนาคารแห่งประเทศไทย