เจาะเทรนด์ความเคลื่อนไหว 5 Social Platform เจ้าใหญ่ ในงาน Thailand Zocial Awards 2019

มาอัพเดตความเคลื่อนไหวของ Social Media ในไทย กับงาน Thailand Zocial Awards 2019 ว่าในปีที่ผ่านมามีเหตุการณ์สำคัญไหนเกิดขึ้นบ้าง? และในปี 2019 นี้ จะมีอะไรใหม่ๆ ที่น่าตื่นเต้น สำหรับในแต่ละแพลตฟอร์มกันบ้าง?

เริ่มต้นที่ คุณกล้า ตั้งสุวรรณ จาก ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจ โดยปัจจุบันคนไทยเรามีผู้ใช้งาน Facebook สูงกว่า 53 ล้านคน, Instagram อีก 13 ล้านคน และ Twitter อีกกว่า 7.8 ล้านคน ซึ่งเป็นตัวเลขกว่า 84% ของประชากรไทยเลยทีเดียว

ด้วยจำนวนผู้ใช้งานอันมหาศาลนี้เอง ส่งผลให้อัตราการหมุนเวียนของข้อมูลบนโลก Social สูงเป็นประวัติการณ์ จาก 2.5 พันล้านข้อมูลในปี 2016 กลายเป็น 3.6 พันล้านข้อมูลในปี 2017 และเพิ่มขึ้นอีกเป็น 5.3 พันล้านข้อมูลในปี 2018 ที่ผ่านมา คิดเป็นการเติบโตถึง 44% และ 47% ตามลำดับ เป็นการก้าวกระโดดขึ้นเรื่อยๆ ในทุกๆ ปี

นี่เป็นเพียงตัวอย่างเล็กๆ ที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของ Social Media ต่อชีวิตประจำวันของเรา โดยยังไม่นับรวมถึงผลประโยชน์ต่างๆ ที่สามารถสร้างผ่านเครื่องมือเหล่านี้ได้อย่างไร้สิ้นสุด ไม่ว่าจะเป็นด้านการโฆษณา, การจัดทำ Campaign เพื่อเคลื่อนไหวสังคม, การสื่อสารระหว่าง Brand กับลูกค้า ซึ่งทำให้เกิดการรับรู้ (Awareness) และเกิดการตอบสนองมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการซื้อหรือการบอกต่อด้วยวิธีการต่างๆ ผ่าน Social Media

ด้วยข้อมูลข้างต้นสามารถสรุปได้ว่า โลกในทุกวันนี้ถูกขับเคลื่อนอย่างรวดเร็วด้วยศักยภาพของเทคโนโลยี และถ้าหากคุณต้องการสร้างประโยชน์จากเศรษฐกิจยุคดิจิตอลนี้ จุดสำคัญคือการก้าวให้ทันเหล่าสื่อ Social Media ที่อยู่ในมือ(ถือ) ของคุณนั่นเอง

ทีนี้เรามาอัพเดตความเคลื่อนไหวของ 5 Social Platform เจ้าใหญ่ ในงาน Thailand Zocial Awards 2019 ว่าแต่ละบริษัทฯ จะมีการพัฒนารูปแบบการทำงานเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทย ในปี 2019 นี้กันอย่างไรบ้าง? 

GOOGLE : Reach to the right person by the right message and at the right time and place


Google ถือเป็นยักษ์ใหญ่อันดับ 1 ในวงการ IT และ Social Media ปัจจุบัน เพราะคงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าไม่เคยใช้ Google ในการค้นหาข้อมูลออนไลน์ แต่นอกจาก Search Engine อันดับ 1 ของโลกแล้ว Google ยังได้ถือครองกรรมสิทธิ์ของ Social Media และปัจจัยทาง IT ที่มีอิทธิพลต่อชีวิตประจำวันอีกมากมาย ซึ่งสามารถสรุป 7 ผลิตภัณฑ์ที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดได้ดังนี้ Search Engine, Google Maps, YouTube, Play Store, Android, Google Chrome และ Gmail

ซึ่งจะเห็นได้ว่า จากผลิตภัณฑ์ทั้งหมด 7 ตัวนั้น ล้วนมีความสำคัญต่อชีวิตประจำวันของเราทั้งสิ้น และแทบจะครอบคลุมในทุกๆ ด้านอีกด้วย นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ Google เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลก ที่สามารถทำรายได้ได้อย่างมหาศาล เพราะโอกาสไร้สิ้นสุดในการ “แสดงผลไปยังบุคคลที่ค้นหา”

เมื่อคนค้นหาว่า “รีวิวรถยนต์” นอกจาก Google จะทำการแสดงผลรีวิวรถยนต์ แน่นอนว่ายังแสดงผลการซื้อขายรถยนต์ออกมาพร้อมๆ กัน ซึ่งสิ่งนี้เองที่ทำให้ “สารทางการค้า” มากมาย ถูกส่งต่อไปยัง “ผู้บริโภคที่สนใจ” ได้อย่างตรงกลุ่ม ตรงเป้าหมาย เกิดเป็นยอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตามในปี 2019 นี้นอกจาก Search Engine, Google ยังมีระบบ AI และ Machine Learning แบบใหม่ที่วิเคราะห์พฤติกรรมของผู้ใช้ ทำให้สามารถส่งสารที่ธุรกิจต่างๆ ต้องการ ไปยังกลุ่มคนที่ตรงเป้าหมายมากขึ้น จึงไม่เป็นเพียง “Reach to the Right Person” แต่ยังเพิ่มเติมด้วย “by the Right message and at the Right Time and Place” เช่น จากเดิมที่หน้าซื้อขายรถยนต์จะถูกแสดงไปที่ผู้ค้นหา “รีวิวรถยนต์” ในครั้งนี้ มันจะถูกแสดงผลไปหาผู้ที่ค้นหาคำว่า “ซื้อรถยนต์” หรือมีพฤติกรรมสนใจซื้อรถยนต์แทน

โดยเฉพาะในส่วนของ “Google Blast” ที่รวบรวมการกระจายข่าวสารผ่านทุก Product ของ Google เพื่อ Launch Campaign อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อเพิ่มให้เกิด High Reach, High Frequency เรียกได้ว่าเป็นการกระจายโฆษณาแบบ Short Burst นั่นเอง

Facebook : New Platform for Entertainment and Commercial Use


เมื่อพูดถึง Profile และ Social Media ส่วนตัวทางออนไลน์ ไม่มีใครไม่นึกถึง Facebook ซึ่ง Platform ของ Facebook นั้น นอกจากจะมีตัว Facebook เองแล้ว ยังรวมไปถึง Instagram, Whatsapp และ Messenger ซึ่งเป็น Application เชิง Social Media และ Messaging ในทำนองเดียวกัน ที่มีอัตราผู้ใช้งานเพิ่มสูงขึ้นทุกวัน โดยล่าสุดมีผู้ใช้งานเกินกว่า 1 พันล้านคนแล้วในทุกๆ Platform

สิ่งที่ Facebook จะทำการพัฒนาและผลักดันในปี 2019 เป็นการเพิ่มเติม Feature ในส่วนของความบันเทิงและการค้าที่มากขึ้น สืบเนื่องจากการค้าขายออนไลน์ซึ่งใช้ Facebook เป็นสื่อกลางซะส่วนใหญ่ ล่าสุด ทาง Facebook จึงได้ประสานงานร่วมกับธนาคารอย่าง “กสิกรไทย” เพื่อให้สามารถทำการซื้อขาย โอนเงินจบได้ใน Messenger เพียง App เดียว อำนวยความสะดวกให้การค้าออนไลน์ทำได้รวดเร็วขึ้นมหาศาล เฉกเช่นเดียวกับการ Boost Ad โฆษณา ซึ่งส่งผลให้เกิดการ Reach ถึง 85% สำหรับธุรกิจ และเพิ่มยอดขายกว่า 21%

นอกจากนี้ยังเพิ่มเติมส่วนของ Story ซึ่งเป็น Feature เด่นของ Instagram เข้ากับ Facebook เพื่อเพิ่มการมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกันระหว่างผู้ใช้งานมากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นคือการเพิ่ม “Facebook Watch” ซึ่งเป็น Platform ใหม่สำหรับความบันเทิงออนไลน์ เพื่อเพิ่มการทำรายการ และเป็นพื้นที่ของสื่อบันเทิงใหม่ๆ ด้วย โดย Feature นี้รองรับทั้งส่วน Interactive ที่ให้ผู้ใช้งานมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกับรายการได้อีกด้วย

LINE : More than just a Message


หากเราสังเกตความเคลื่อนไหวของ LINE ในปัจจุบัน จะพบว่าเครือข่ายธุรกิจของ LINE ขยายออกไปอย่างกว้างขวางมากในไม่กี่ปีที่ผ่านมา จากบริการส่งข้อความทางออนไลน์ LINE เพิ่มเติม LINEMAN, LINEFOOD, LINEPAY, LINETV และอื่นๆ อีกมากซึ่งอำนวยความสะดวกในการใช้บริการต่างๆ ในหลายๆ แขนง จนมองไปทางไหน คุณก็จะเห็นบริการของ LINE ได้ในแทบจะทุกที่เลยทีเดียว

ในปี 2019 นี้ LINE ยังคงเดินหน้ากับวิสัยทัศน์นี้ ในการอำนวยความสะดวกบริการในแขนงอื่นให้มากขึ้น และยังเพิ่มเติมการค้าผ่าน Platform ต่างๆ ให้สะดวกมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการเก็บข้อมูลของลูกค้าผ่านทางออนไลน์ผ่าน LINESURVEY ซึ่งจะทำให้ธุรกิจสามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์กลุ่มลูกค้าเพื่อพัฒนาการขายเพิ่มขึ้นได้

Pantip : Trend for you and Consumable Ads


หนึ่งใน Community Website เก่าแก่ที่อยู่คู่ชาวไทยมาช้านาน และยังได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ทันต่อยุคสมัย เรียกว่าเก่าแต่ยังเก๋าก็คงจะไม่ผิดนัก โดย Pantip ถือเป็น Community Online ที่คนมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกันหลายช่องทางและหลายรูปแบบ ไม่ต่างหรือน้อยไปกว่า Facebook เลย โดยจุดแข็งของ Pantip คือ Community ที่แข็งแกร่งและมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากเจ้าอื่นๆ อย่างชัดเจน

ในปี 2019 Pantip พยายามเพิ่ม Interaction รวมถึงการเสพ Content ของผู้ใช้งานที่มากขึ้น ผ่านการใช้ Pantip Top Trend ซึ่งเป็นระบบแนะนำกระทู้ง่ายๆ แต่มีประสิทธิภาพ โดยทำงานผ่านการวัดค่า Engagement และ View Click เพื่อจัดอันดับกระทู้แนะนำ สร้างปฏิสัมพันธ์ใน Social Media ให้มากขึ้น อีกทั้งยังได้มีการเพิ่มเติม Feature “Comment Ads” โฆษณารูปแบบใหม่ซึ่งมีความใกล้เคียงกับการ Reply ตามกระทู้ต่างๆ ทำให้ผู้ชมเสพโฆษณาได้อย่างไม่ขัดใจมากเกินไป ซึ่งสร้างยอดขายได้อย่างไม่น่าเชื่อ

Twitter : Make you a Trend and Quicker than ever


Twitter เป็น Social Media ที่มีอัตราการเติบโตสูงสุดในบรรดา Social Media ยักษ์ใหญ่ทั้ง 5 เจ้า ทั้งในด้านของผู้ใช้งานและจำนวนข้อมูลที่เกิดจากการ Tweet จุดเด่นคงไม่ใช่เรื่องอื่น นอกจากความรวดเร็วและความสะดวกในการใช้งาน ทำให้ Twitter กลายเป็นเครื่องมือในการสร้าง Trend หมายเลข 1 ของ Social Media ปัจจุบันเลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะการที่มีผู้ใช้งานในกลุ่มอื่นๆ มากขึ้น จึงทำให้ Content ที่เกิดขึ้นขยายวงกว้างในเนื้อหาอื่นๆ มากขึ้น

ด้วยคุณสมบัติที่รวดเร็วเป็นทุนเดิมในปี 2019 Twitter จึงหยิบความได้เปรียบในการสร้าง Trend นี้ เป็นการเพิ่มโอกาสในการทำธุรกิจผ่านบริการ Top Trend ซึ่งจะสร้าง Hashtag แนะนำไว้ในตำแหน่งบนสุดของส่วน Trend ซึ่งจะทำให้ธุรกิจสามารถใช้ประโยชน์ของการ Tweet สื่อสารกับผู้ใช้งานต่างๆ ได้รวดเร็วมากขึ้น และทำ Campaign ต่างๆ ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

Facebook Comments
SHARE
Teedanai Cholvatanapong
จบเศรษฐศาสตร์ มศว แต่ใจรักงานสาย Creative จึงผันตัวมาเป็น Content Creator ในปัจจุบัน ยึดถือคำพูดที่ว่า "ถ้าคุณสามารถล้มเหลวในสิ่งที่ไม่ชอบได้ ทำไมถึงไม่ลองทำในสิ่งที่ชอบดูล่ะ"