“ทำงานประจำ” ก็มั่งคั่งได้ ไม่แพ้เจ้าของกิจการ 

0
1709

ก่อนอื่นขอบอกก่อนว่าผมไม่ค่อยชอบคำว่า “มนุษย์เงินเดือน” เพราะมันฟังดูไปทางลบ ซึ่งผมคิดว่าไม่ว่าคุณจะทำอาชีพอะไร จะเป็นพนักงานบริษัทหรือเจ้าของกิจการหรือนักลงทุนก็ตาม ถ้าเป็นอาชีพสุจริตไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใครก็เป็นอาชีพที่มีคุณค่าทั้งนั้นครับ ผมไม่อยากให้พนักงานเงินเดือนรู้สึกว่าตัวเองด้อยค่ากว่าคนอื่นๆ หลายครั้งที่มีพนักงานเงินเดือนชอบบ่นให้ผมฟังว่าโอกาสที่พวกเขาจะสร้างความมั่งคั่งจากงานประจำนั้นช่างยากเย็นเหลือเกิน เมื่อเงินเดือนเท่าเดิมหรือขึ้นบ้างเพียงเล็กน้อย แล้วในแต่ละวันยังต้องรับมือกับลูกค้า การเมืองในที่ทำงาน และเจ้านายอีก ชีวิตช่างไม่มีอิสระและยากเย็นกว่าคนที่เป็นเจ้าของกิจการซะเหลือเกิน อยากจะลาออกมาเปิดกิจการเล็กๆ ของตัวเองสักอย่างซะวันนี้เลย

ในฐานะที่ผมผ่านมาแล้วทั้งการเป็นพนักงานเงินเดือน เจ้าของกิจการขนาดเล็ก และนักลงทุน ผมขอบอกเลยว่าความคิดเหล่านั้นไม่จริงเลย ผมเชื่ออย่างยิ่งว่าการเป็นพนักงานเงินเดือนก็สามารถสร้างความมั่งคั่งได้ หลายครั้งที่ผมอิจฉาพนักงานเงินเดือนด้วยซ้ำที่พวกเขามีข้อได้เปรียบในการสร้างความมั่งคั่งที่เจ้าของกิจการเล็กๆ อย่างผมไม่มี ข้อได้เปรียบเหล่านั้นคือ

1. กระแสเงินสดรับที่คาดเดาได้

พนักงานเงินเดือนมีรายได้ส่วนใหญ่เป็นเงินเดือนที่ได้รับคงที่เท่าๆ กันทุกเดือน บางคนอาจมีค่าคอมมิชชั่นหรือค่าตอบแทนอื่นๆ ที่ผันแปรตามคุณภาพและปริมาณงาน แต่สัดส่วนรายได้ของพนักงานส่วนใหญ่น่าจะมาจากส่วนที่คงที่ หลายคนอาจมองว่านี่มันเป็นข้อเสีย ไม่ว่าจะทำงานให้บริษัทมากมายแค่ไหนรายได้ก็เท่าเดิม แต่ผมขอให้พวกเราคิดบวกและมองด้านดีกันนะครับ เพราะนี่คือข้อได้เปรียบที่สำคัญที่สุดของพนักงานเงินเดือนในการสร้างความมั่งคั่งเลยล่ะครับ

ทำไมน่ะเหรอ ก็เพราะคุณรู้อนาคตไง! การที่คุณรู้กระแสเงินสดรับล่วงหน้าหลายเดือนหรืออาจจะเป็นปี ทำให้สามารถวางแผนการเงิน วางแผนการออม และการลงทุนในแต่ละเดือนได้อย่างง่ายดาย และมีแนวโน้มสูงที่จะสามารถทำตามแผนได้ด้วยถ้าสามารถควบคุมการใช้จ่ายของตนเองได้ นี่คือสิ่งที่เจ้าของกิจการขนาดเล็กไม่สามารถทำได้นะครับ เพราะรายรับจะผันผวนและหลายครั้งก็ไม่เป็นอย่างที่คิดไว้ เช่น ยอดขายไม่เป็นไปตามเป้า โปรเจคเกิดสารพัดปัญหา ไปจนถึงไม่มีปัญหาอะไรเลยแต่ลูกค้าไม่จ่ายเงินซะอย่างงั้น

มาถึงตรงนี้ ห้ามคิดว่าเงินเดือนน้อยนิดจะทำได้อย่างไรนะครับ ผมจะบอกว่าไม่ว่ารายได้มากหรือน้อยไม่ใช่เรื่องที่สำคัญที่สุดในการสร้างความมั่งคั่ง สิ่งสำคัญที่สุด 2 อย่างคือเหลือเก็บเท่าไหร่ และเอาไปลงทุนได้ผลตอบแทนเท่าไหร่ต่างหาก คนส่วนใหญ่พอรายได้มากขึ้นก็จะใช้เงินมากขึ้นด้วยทำให้ไม่รวยซักที เพราะฉะนั้นหัวใจจึงอยู่ที่การวางแผน การบริหารจัดการและควบคุมตัวเองให้ทำได้ตามแผน ถ้าไม่รู้จะเริ่มอย่างไร อ่านบทความเรื่องการวางแผนการเงินนี้ก่อนครับ “วางแผนการเงิน” ต้องทำก่อน “วางแผนลงทุน”

2. ทรัพย์สินเท่ากันแต่ลงทุนได้มากกว่า

พนักงานเงินเดือนเนี่ยมีข้อได้เปรียบอีกอย่างหนึ่งคือ “ไม่ต้องใช้เงิน เพื่อทำเงิน” งงไหมครับ? ลองคิดดูนะครับว่าสมมติตอนนี้คุณแทบไม่เหลือเงินเลย เหลือแค่นิดหน่อยพอประทังชีวิตและเดินทางไปทำงาน แต่ตอนสิ้นเดือนคุณก็จะได้เงินเดือนอยู่ดี

แต่เจ้าของกิจการส่วนใหญ่จะไม่โชคดีแบบนั้น เจ้าของกิจการ “จำเป็นต้องใช้เงิน เพื่อทำเงิน” เช่น ถ้าไม่มีเงินไปซื้อสินค้ามาขาย ก็จะไม่มียอดขาย หรือไม่มีเงินซื้อวัตถุดิบ จ่ายค่าเช่า ค่าจ้าง ก็ไม่สามารถทำเงินได้

เมื่อเป็นแบบนี้ สมมติพนักงานเงินเดือนคนหนึ่งกับเจ้าของกิจการคนหนึ่งมีเงินเก็บเท่ากัน พนักงานเงินเดือนจะมีพลังสามารถนำเงินเก็บเกือบทั้งหมดไปลงทุนสร้างผลตอบแทนกลับมาได้ ในขณะที่เจ้าของกิจการจำเป็นต้องกันเงินก้อนใหญ่ไว้สำหรับทำธุรกิจ

ในตอนที่ผมเป็นพนักงานบริษัท ผมมีเงินในบัญชีไม่ถึง 20,000 บาทเท่านั้น เงินส่วนใหญ่ผมลงในหุ้นและกองทุนต่างๆ แทบทั้งหมด พอเงินเดือนออกก็จะโอนเงินจำนวนหนึ่งเข้าพอร์ตหุ้นและกองทุนทันที แต่พอมีกิจการก็ไม่สามารถทำแบบนั้นได้ ทำให้เสียโอกาสในการลงทุนไปพอสมควร

แต่พนักงานเงินเดือนต้องระวังข้อได้เปรียบนี้ให้ดีเพราะมันเป็นดาบสองคม การที่พนักงานเงินเดือนไม่ต้องใช้เงินเพื่อทำเงิน ทำให้ไม่จำเป็นต้องเก็บเงิน นี่คือปัญหาที่ทำให้คนส่วนใหญ่ไม่มีเงินเก็บ ฉะนั้นการวางแผนการเงินและทำให้ได้ตามแผนจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากครับ

3. มีตัวช่วยเสริมแรง

จากการที่พนักงานมีเงินเดือนมีข้อได้เปรียบข้อแรกคือการมีรายได้ที่แน่นอน ทำให้เกิดข้อได้เปรียบนี้ตามมาด้วย คือความสามารถในการกู้เงิน การกู้เงินภาษาอังกฤษจะใช้คำว่า Leverage แปลตรงตัวได้ว่าคานงัด หรือการเสริมแรง นั่นแหละครับคือพลังของการไม่ต้องใช้เงินตัวเอง ผมยกตัวอย่างหนึ่งเลยละกัน เมื่อหลายปีก่อนเพื่อนผมคนหนึ่งที่เป็นพนักงานเงินเดือนธรรมดา ไม่ได้มีความรู้เรื่องการลงทุนในตลาดหุ้นหรือกระตือรือร้นในการออมการลงทุนมากมาย เขาได้ตัดสินใจซื้อคอนโดราคา 5 ล้านบาทไว้ เขาไม่ได้มีเงินมากถึง 5 ล้านบาท แต่เขาก็แบ่งเงินส่วนหนึ่งจากเงินเดือนมาผ่อนดาวน์ โอน และผ่อนกับธนาคารเรื่อยมา ต่อมาไม่กี่ปีคอนโดนั้นมีมูลค่าตลาดราว 8 ล้านบาท ถ้าเขาขายเขาจะมีเงินเก็บในบัญชีเพิ่มขึ้น 3 ล้านบาททันที ซึ่งเขาจะสามารถนำเงินก้อนนี้ไปลงทุนสินทรัพย์อย่างอื่นสร้างผลตอบแทนต่อไปอีก นี่คือพลังแห่งการ Leverage (การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน คนที่ซื้อคอนโดแล้วเจ๊งก็มีเยอะนะครับ)

มาดูฝั่งเจ้าของกิจการ ถ้าคุณเป็นแค่เจ้าของกิจการเล็กๆ ยังไม่ได้มีรายได้ที่แน่นอน อย่าว่าแต่กู้เงินเลย บัตรเครดิตยังทำได้ยากเลยครับ

ทีนี้พอพนักงานเงินเดือนกู้ได้ง่าย มันก็เลยกลายเป็นดาบสองคมเหมือนกันว่าจะก่อหนี้ไปสร้างประโยชน์ให้งอกเงยหรือกู้เงินไปสร้างหายนะให้ชีวิตครับ

นอกจาก 3 ข้อนี้ จริงๆ ยังมีข้อได้เปรียบอื่นๆ อีก เช่น สวัสดิการและโบนัส ซึ่งแต่ละคนได้มากน้อยแตกต่างกัน ซึ่งเหล่านี้เป็นตัวเร่งความมั่งคั่งได้อย่างดีถ้าใช้ถูกวิธี ส่วนเจ้าของกิจการนอกจากไม่ได้โบนัสแล้วยังต้องเป็นคนจ่ายอีกต่างหากพูดถึงเรื่องโบนัส ผมเคยได้ยินคำกล่าวภาษาอังกฤษเกี่ยวกับลาภลอย หรือ Windfall (เงินก้อนๆ ใหญ่ๆ ทีบังเอิญได้มาอย่างไม่คาดคิด) กล่าวไว้ว่า

“คนจนมักเห็นลาภลอยเป็นหนทางในการสร้างความสนุก แต่คนรวยจะมองเป็นโอกาสในการนำไปต่อยอดสร้างความมั่งคั่ง”

หมายความว่าถ้าได้โบนัสก้อนใหญ่ คุณจะเอาเงินไปซื้อรถคันใหม่ มือถือใหม่ หรือเลือกจะเอาเงินไปลงทุนสร้างผลตอบแทนกลับมาซึ่งทำให้รายได้เพิ่มขึ้นโดยไม่ต้องรอเจ้านายขึ้นเงินเดือน?

จริงอยู่ว่าการเป็นเจ้าของกิจการก็มีข้อได้เปรียบพนักงานเงินเดือนหลายข้อ และอาจมีโอกาสในหลายๆ อย่างมากกว่า แต่ผมเขียนบทความนี้ขึ้นมาเพราะอยากให้พนักงานเงินเดือนลองมองในมุมบวกดูว่าจริงๆ แล้วพวกคุณก็มีข้อได้เปรียบมากมายที่จะสามารถสร้างความมั่งคั่งได้ ทุกอย่างมีบวกและลบ อยู่เราจะเลือกมองด้านไหน ถ้าเราเลือกจะมองมุมบวกก็จะเห็นแต่โอกาส และสิ่งดีๆ ในชีวิตก็จะตามมาเอง

Facebook Comments
SHARE
Nuntadej Sutthideshanai
จบปริญญาตรีและโทด้านบริหารธุรกิจจากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (ABAC) และเคยร่วมงานกับ Idea360 บริษัทที่ปรึกษาด้านการตลาดจนมีประสบการณ์ในหลายกลุ่มธุรกิจ ปัจจุบันเป็น CEO บริษัท 8020 Syndicus จำกัด ให้บริการด้านสถาปัตยกรรมและออกแบบภายใน และ 8020 Décor ให้บริการตกแต่งภายในครบวงจร