โชคชะตาหรือดวง เปลี่ยนได้จริงหรือ?

“หมอดูบอกว่าเราเป็นคนดวงไม่ดี ทำอะไรก็ประสบความสำเร็จได้ยาก”
“ทำอะไรมีแต่คนกลั่นแกล้ง ขัดแข้งขัดขาตลอด คงจะเป็นเจ้ากรรมนายเวร”
“มีคนบอกว่าเราเคยทำกรรมหนักในชาติก่อน ชาตินี้จึงต้องก้มหน้าชดใช้กรรม”
“เรามีบุญแค่นี้ ขยันยังไงก็คงไม่รวย คนจะรวยได้ต้องอาศัยบุญวาสนา”

 

หลายๆ คนรู้สึกน้อยอกน้อยใจกับโชคชะตาที่ดูเหมือนจะเล่นตลกทำให้ชีวิตต้องพบกับความอับเฉา บอบช้ำ ย่ำอยู่กับที่ ทำอะไรก็ไม่มีความสำเร็จ พอบ่อยครั้งเข้าก็ถอดใจได้แต่ก้มหน้ารับชะตากรรมไปอย่างเงียบๆ

ดิฉันเองเคยมีคำถามในใจว่าหากเราพยายามมากพอเราจะสามารถเปลี่ยนโชคชะตาจากร้ายให้กลายเป็นดีได้หรือไม่ และวันนี้ดิฉันก็ได้พบอีกหนึ่งคำยืนยันจาก ดร. คาซุโอะ อินาโมริ ผู้ก่อตั้งบริษัทหลายพันล้าน Kyocera และ KDDI ผู้กอบกู้อีกหนึ่งบริษัทที่กำลังล้มละลายให้พ้นวิกฤตภายในระยะเวลาเพียง 1 ปี (บริษัท Japan Airlines) และได้ชื่อว่าเป็น “เทพแห่งการบริหารญี่ปุ่นที่ยังมีชีวิตอยู่”

​ดร.อินาโมริได้ให้ข้อคิดเกี่ยวกับเรื่องโชคชะตาว่า “โชคชะตานั้นมีอยู่จริง แต่ไม่ได้ถูกกำหนดไว้แต่อย่างใด” เขาเชื่อว่าชีวิตคนเราอยู่ภายใต้การควบคุมของ “มือที่มองไม่เห็น” มือข้างหนึ่งคือโชคชะตาที่ติดตัวทุกคนมาแต่กำเนิด ในทางพุทธศาสนาก็คือเป็นกรรมจากชาติที่แล้ว โชคชะตาอยู่เหนือความต้องการกำลังนำทางหรือผลักดันเราโดยที่เราไม่ได้ตั้งใจ

แต่โชคชะตาทำให้เราไร้อำนาจในการควบคุมชีวิตตัวเองหรือเปล่า? “ผมไม่คิดเช่นนั้นครับ”

ดร. บอกว่ายังมีมือที่มองไม่เห็นอีกข้าง คือ “กฎของเหตุและผล” พูดง่ายๆ ก็คือ คนทำดีมักได้สิ่งดีๆตอบแทน คนทำเรื่องเลวร้ายจะประสบเคราะห์กรรมเสมอ

สรุปง่ายๆคือหากโชคชะตาเปรียบเสมือนเส้นด้ายแนวยาว กฎของเหตุและผลก็เปรียบเสมือนเส้นด้ายแนวขวาง ทั้งสองสิ่งต่างต้องทำงานร่วมกันเพื่อถักทอเส้นใยแห่งชีวิต

ลำพังโชคชะตาไม่สามารถลิขิตชีวิตเราได้ หากเราคิดและทำสิ่งที่ดี เราจะสามารถเปลี่ยนเส้นทางชีวิตและทำให้โชคชะตาเข้าข้างเราได้ อย่างไรก็ตามคนที่ทำดีแต่ยังไม่ได้ดีอาจเป็นเพราะโชคชะตายังไม่เอื้ออำนวย หรือหากโชคชะตาพาเราไปพบช่วงเวลาที่เลวร้าย ผลของการทำความดีอาจเล็กน้อยเกินกว่าจะหักล้างโชคชะตา ในทางกลับกัน ถ้าเรามีโชคชะตาดี การทำไม่ดีเพียงเล็กน้อยอาจไม่ส่งผลกระทบต่อชีวิตเรามากนัก ต้องพึงรับรู้ว่าผลแห่งการทำความดีอาจจะไม่เกิดขึ้นโดยเร็วแต่อาจต้องใช้เวลาถึง 20-30 ปี

ดร. กล่าวให้ทุกคนได้ชุ่มชื่นหัวใจว่า

“ในระยะยาว เคราะห์ร้ายจะไม่เล่นงานคนที่ตั้งใจทำงานและช่วยเหลือผู้อื่นเสมอไป

ส่วนความเจริญก็จะไม่อยู่กับคนที่ขี้เกียจและเห็นแก่ตัวเสมอไป”

หากดูเผินๆอาจเหมือนหลายคนประสบความสำเร็จทั้งๆที่ทำเรื่องแย่ๆ ขณะที่หลายคนทำดีแต่อาจต้องโชคร้าย ทว่าเมื่อเวลาผ่านไป สถานการณ์ของแต่ละคนจะค่อยๆเปลี่ยนแปลงไปตามสิ่งที่พวกเขาทำ และเมื่อถึงจุดนั้น ทุกอย่างจะสมเหตุสมผลราวกับมีเครื่องหมายเท่ากับระหว่างสิ่งที่ทำกับสิ่งที่ได้รับ

“ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว” นั้นเป็นเรื่องจริงเสมอ

ข่าวดีคือเราสามารถใช้ทัศนคติเปลี่ยนแปลงเส้นทางชีวิตได้ ความรู้สึกนึกคิดของมนุษย์เป็นเพียงสิ่งเดียวที่เปลี่ยนแปลงโชคชะตาได้ เพราะชีวิตคือภาพสะท้อนของความคิด พูดง่ายๆก็คือ “คิดอะไรได้อย่างนั้น” เพราะผลลัพธ์ที่เราจดจ่อจะถูกดึงดูดเข้าหาเราเสมอ

ดังนั้น คนคิดบวก เช่น มองโลกในแง่ดี คิดขอบคุณในสิ่งที่มี กตัญญูต่อผู้มีพระคุณ มีความจริงใจ ขยันหมั่นเพียร กตัญญู คิดช่วยเหลือคนอื่นโดยไม่หวังผลตอบแทน คิดถึงความอบอุ่น ความสุข ความมั่งมี จึงมีชีวิตที่ดี ในทางตรงข้าม

คนคิดลบ เช่น เกลียดชัง อิจฉาริษยา คิดทำลายผู้อื่น หรือคิดถึงแต่สิ่งไม่ดี เช่น ความเจ็บป่วย ความยากจน ความทุกข์ ก็จะมีชีวิตที่ไม่ราบรื่นนัก นี่เป็นกฎแห่งจักรวาล ดังนั้นจึงควรพึงระวังความคิดที่ไม่ดีในหัวอยู่เสมอ

ที่สำคัญคือเราสามารถทำให้ความปรารถนาในชีวิตทุกประการเป็นความจริงได้โดยผ่านความคิด หากเราจดจ่อกับสิ่งที่ต้องการ มีภาพในหัวชัดเจน และมีความต้องการมันมากพอจนฝังรากลึกลงไปในจิตใต้สำนึกพร้อมกับลงมือทำไปพร้อมๆ กัน สิ่งนั้นจะกลายเป็นจริง “คุณจะได้ในสิ่งที่ขอ” นี่คือกฎของชีวิต

หมอดูดูได้แต่ชะตากรรมของเราตามการกระทำในชาติก่อน แต่เราสามารถเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของเราให้ดีขึ้นในชาตินี้ได้โดยการ คิดดี ทำดี และ พูดดี ค่ะ

ข้อคิดจากหนังสือ 生き方 ดร. คาซุโอะ อินาโมริ

ติดตามอ่านเรื่องราวการทำธุรกิจอย่างมีความสุขได้ในหนังสือ “ธุรกิจสร้างสุข (Business For Happiness)” “Japan Success ธุรกิจสำเร็จได้ด้วยใจรัก” และ หนังสือจิตวิทยาความรักความสัมพันธ์ “เมื่อจิตวิทยา ทำให้คนรักกัน” และสามารถพูดคุยกับพิชชารัศมิ์ได้ทาง Life Inspired by พิชชารัศมิ์

Facebook Comments
SHARE
Pichcharast Podsatiankul
ผู้เขียนหนังสือขายดีเรื่อง “Japan Success ธุรกิจสำเร็จได้ด้วยใจรัก” ปัจจุบันเป็นผู้จัดการอาวุโส ของบริษัทเทรดดิ้งรถยนต์ขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง มีประสบการณ์ทำงานด้านการค้าระหว่างประเทศและการพัฒนาธุรกิจระหว่างประเทศกว่า 10 ปี