เจาะลึก! กองทุน LTF / RMF จาก “PRINCIPAL” กองทุนตัว TOP มาตรฐานระดับโลก เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

มาถึงช่วงโค้งสุดท้ายปลายปีกันอีกแล้ว สำหรับคนทำงานมีรายได้อย่างเราๆ ก็คงกำลังมองหากองทุน LTF และ RMF เพื่อช่วยในการลดหย่อนภาษีกันอยู่ ถ้าใครยังไม่เจอกองทุนที่ถูกใจ ก็ยังพอมีเวลาตัดสินใจอีกนิดหน่อยแต่ก็อย่าได้ชะล่าใจจนเกินไป เพราะเดี๋ยวลืมซื้อ อดได้ลดหย่อนภาษีกันพอดี!
วันนี้เราจึงจะมาเจาะลึกกองทุน LTF / RMF ตัว Top จากค่าย “PRINCIPAL”  ที่ประสบความสำเร็จ  ได้รับการจัดอันดับจาก Morningstar มาทั้ง 2 กองทุน จะมีความโดดเด่นยังไง? มาดูกัน…

แล้วทำไมต้อง? “Principal”

“PRINCIPAL” เป็นบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ที่เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ระดับโลกกว่าร้อยสี่สิบปี โดยจดทะเบียนหลักทรัพย์อยู่ที่อเมริกา ปัจจุบันดูแลบริหารเงินลงทุนกว่า 6.9 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิ.ย. 62)

จุดแข็งหลักอยู่ที่การบริหารเงินกองทุนเพื่อการเกษียณสำรองระยะยาว (Pension Fund) เพื่อให้เงินลงทุนเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวตอบโจทย์เป้าหมายการเกษียณ และบริหารความเสี่ยงและกระจายการลงทุนอย่างเหมาะสม

สำหรับกองทุนแรกที่จะมา มาเริ่มกันเลยที่กองทุน RMF ก็คือ “PRINCIPAL iPROPRMF” หรือ กองทุนเปิดพรินซิเพิล พร็อพเพอร์ตี้ อินคัมเพื่อการเลี้ยงชีพ    กองทุนนี้ลงทุนกระจุกตัวในกลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ (Property Sector Fund)  ดังนั้นหากมีปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อการลงทุนดังกล่าว ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก

ซึ่งเรียกได้ว่าเป็น Property RMF รายแรกๆ ที่มีในตลาดกองทุน เพราะสามารถสร้างผลตอบแทนที่โดดเด่นเหนือกว่าดัชนีชี้วัด (Benchmark) ซึ่งคือ Property Fund & REITS Index ได้สูงถึง 24% ในขณะที่ benchmark ให้ผลตอบแทนเพียง 13.60% นับว่าสูงกว่าเกือบเท่าตัวเลยทีเดียว

กองทุนเปิดพรินซิเพิล พร็อพเพอร์ตี้ อินคัมเพื่อการเลี้ยงชีพ PRINCIPAL iPROPRMF :
– กองทุน RMF ระดับ TOP ด้วยผลตอบแทนรวมย้อนหลัง 5 ปี สูงสุดเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มกองทุน RMF

– ได้รับการจัดอันดับ 5 ดาว จาก  Morningstar Thailand (ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2562 อ้างอิง Morningstar Thailand)

– เน้นโครงการอสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐานคุณภาพดี อัตราการเช่าสูง รายได้มั่นคง มุ่งเน้นการลงทุนในประเทศไทย สิงคโปร์เป็นหลัก และแบ่งลงทุนในญี่ปุ่น ออสเตรเลีย เพื่อกระจายความเสี่ยง

ถึงแม้เศรษฐกิจจะไม่ดี แต่เราเองก็ยังต้องใช้บริการ  รถไฟฟ้า ห้างสรรพสินค้า ธนาคาร ดังนั้น รายได้จากกองทุนแบบนี้ เป็นรายได้สม่ำเสมอพอสมควร แต่ถ้าจะให้เราไปเลือกลงทุนเอง ก็อาจจะมีโอกาสผิดพลาดได้สูง เพราะต้องวิเคราะห์สินทรัพย์ในกลุ่มอสังหาฯ แบบลึกพอสมควร

ดังนั้น การลงทุนในกองทุนที่เป็น Property Fund of Funds แบบ PRINCIPAL iPROPRMF  ที่มีผู้จัดการกองทุนคอยเลือกสินทรัพย์ในกลุ่มอสังหาฯ ให้ก็น่าจะช่วยให้ความผันผวนของรายได้ลดลงไปอีก และเป็นอีกทางที่จะทำให้นักลงทุนมีเงินออมเพื่อใช้ในยามเกษียณได้แน่ๆ

และอีกกองทุนที่เราจะเจาะลึกคือ กองทุน PRINCIPAL LTF กองทุนเปิดพรินซิเพิล หุ้นระยะยาว โดยสไตล์การลงทุนในหุ้นของกองทุน LTF จาก Principal นั้น จะมีการปรับพอร์ตค่อนข้างจะรวดเร็วพอสมควร มีการปรับพอร์ตหุ้นตามสถานการณ์ได้ดี ทำให้ความเสี่ยงของพอร์ตไม่ได้สูงมาก ยิ่งในระยะสั้นๆ ก็ทำผลตอบแทนได้ดีทีเดียว

ในส่วนหุ้นที่เลือกก็จะเป็นหุ้นพื้นฐานดีที่มีการปรับตัวลดลง หรือว่ามีราคาถูกเมื่อเทียบกับมูลค่าพื้นฐานของบริษัท   นั้นๆ แถมเป็นหุ้นที่มีเงินปันผลต่อเนื่อง กองทุนนี้ก็ไม่พลาด เก็บมาไว้ในพอร์ตเรียบร้อย

กองทุนเปิด พรินซิเพิล ไลฟ์ หุ้นระยะยาว PRINCIPAL LTF :

–  กองทุนเปิดพรินซิเพิล ไลฟ์ หุ้นระยะยาว (PRINCIPAL LTF) ผลตอบแทนติดอันดับ TOP 5 ช่วงผลการดำเนินงานตลอดระยะเวลา 5 ปี (ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2562 อ้างอิง Morningstar Thailand)

– ให้น้ำหนัก (Overweight) Sector ที่มีรายได้มั่นคง ได้แก่ Office และ Business Parks ลงทุนใน Data Centers ซึ่งเติบโตกับความต้องการใช้ Data และลงทุนในกลุ่ม Logistics ซึ่งเติบโตจาก E-Commerce พร้อมกับหลีกเลี่ยง (Underweight) กลุ่มที่มีรายได้ผันผวนตามภาวะเศรษฐกิจหรือมีอุปทานล้น อาทิ โรงแรมและอพาร์ทเม้นต์

– บริหารโดยทีมผู้จัดการกองทุนรุ่นใหม่ไฟแรง เน้นการทำ Company Visit เพื่อวิเคราะห์หุ้นด้วยตนเอง โดยประเมินจาก 3 ปัจจัย ได้แก่ Fundamentals, Momentum และ Valuation พร้อมได้รับความร่วมมือจากทีมหุ้นมืออาชีพของกลุ่ม Principal เข้ามาเสริมทัพ

แต่อย่างไรก็ตาม การลงทุนในกองทุน RMF / LTF ควรเลือกกองทุนที่น่าเชื่อถือ และมีทีมผู้ให้คำปรึกษาด้านการลงทุนระดับมืออาชีพ จะช่วยให้ความผันผวนลดลง และช่วยให้นักลงทุนไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้แบบสบายใจ

อย่างเช่น  บลจ. PRINCIPAL ที่พิสูจน์ความสำเร็จด้วยรางวัลระดับโลก โดยกองทุน PRINCIPAL iPROPRMF ได้รับการจัดอันดับสูงสุด Morningstar 5 ดาว และ PRINCIPAL LTF ที่ได้รับรางวัลกองทุนหุ้นระยะยาวยอดเยี่ยม จาก Morningstar Thailand Fund Awards 2018 ที่สร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนได้อย่างดี ยิ่งเข้าสู่ฤดูกาลซื้อกองทุนประหยัดภาษีในปีนี้ ประกอบกับกลยุทธ์ข้างต้นนับว่าเหมาะกับสถานการณ์ลงทุนในปัจจุบัน และตอบโจทย์การลงทุนระยะยาวได้เป็นอย่างดี

สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.principal.th โทร 0-2686-9595

คำเตือน :
– ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า(กองทุน) เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน/ผู้ลงทุนต้องศึกษาข้อมูลของกองทุนรวม โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายการลงทุน ความเสี่ยง และผลการดำเนินงาน ของกองทุนรวมที่เปิดเผยไว้ในแหล่งต่างๆ หรือให้ขอข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ ก่อนการตัดสินใจลงทุน

– ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุนในกองทุนรวมดังกล่าวด้วย หากไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการลงทุนผู้ลงทุนจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี
จะต้องคืนสิทธิประโยชน์ทางภาษี (การลงทุนตั้งแต่ปี 2559 ผู้ลงทุนจะต้องลงทุนใน LTF อย่างน้อย 7 ปีปฏิทิน)

– บริษัทจัดการใช้สัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อเป็นเครื่องมือในการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนของกองทุน (Hedging) ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน

– กองทุนมีนโยบายลงทุนในต่างประเทศ กองทุนอาจมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับกำไร จากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าทุนเริ่มแรกได้

– PRINCIPAL iPROPRMF กองทุนนี้ลงทุนกระจุกตัวในกลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ (Property Sector Fund) ดังนั้นหากมีปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อการลงทุนดังกล่าว ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก

– ผลตอบแทนในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

– การลงทุนในหน่วยลงทุน มิใช่การฝากเงิน และมีความเสี่ยงของการลงทุน ผู้ลงทุนอาจได้รับเงินลงทุนคืนมากกว่าหรือน้อยกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกก็ได้ ดังนั้น ผู้ลงทุนควรลงทุนในกองทุนนี้ เมื่อเห็นว่าการลงทุนในกองทุนรวมนี้ เหมาะสมกับวัตถุประสงค์การลงทุนของผู้ลงทุน และผู้ลงทุนยอมรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการลงทุนได้

Facebook Comments
SHARE
Advertorial Team
เริ่มลงทุนวันนี้ เพื่ือชีวิตที่ดีในอนาคต "INVEST WELL, LIVE WELL"