อยากเป็นเจ้าของโรงแรมในเมืองท่องเที่ยวแลนด์ มาร์ก ต้องใช้เงินเท่าไหร่?

ในอดีตถ้าพูดถึงการเป็นเจ้าของธุรกิจโรงแรมโดยเฉพาะตามหัวเมืองท่องเที่ยว อาจฟังดูเป็นเรื่องของนักลงทุนที่ต้องมีเงินทุนไม่ต่ำกว่าหลักร้อยล้าน หรือเป็นคนท้องถิ่นที่เป็นเจ้าของที่ดินในเมืองนั้น ๆ
แต่ปัจจุบัน หลังจากมีการลงทุนในรูปแบบกอง REIT หรือทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เกิดขึ้นในเมืองไทย ทำให้นักลงทุนรายย่อยสามารถร่วมเป็นเจ้าของโครงการอสังหาฯ บนสุดยอดทำเลได้ โดยใช้เงินลงทุนขั้นต่ำแค่หลักพันบาท และยังมีมืออาชีพผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาฯ มาทำหน้าที่บริหารจัดการและจัดหาประโยชน์จากทรัพย์สินที่กองทรัสต์เข้าลงทุน

เร็ว ๆ นี้ กำลังจะมีกอง REIT ใหม่ที่จะไอพีโอเข้ามาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้นักลงทุน โดยเฉพาะสำหรับคนที่สนใจอสังหาฯ ประเภทโรงแรม หรืออยากมีโอกาสร่วมเติบโตควบคู่ไปกับภาคการท่องเที่ยวของประเทศ นั่นคือ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าบลูเวล ฮอสพิทอลลิตี้ (BWHREIT) ที่จัดตั้งและบริหารโดย บริษัท บลูเวล แอสเซท จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจบริหารจัดการกองทรัสต์อิสระซึ่งไม่มีข้อจำกัดในการหาโรงแรมเพื่อลงทุน โดยเกิดจากทีมผู้บริหารและบุคลากรที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในแวดวงอสังหาฯ และการเงินมากว่า 20 ปี

‘BWHREIT’ จะเป็น Hospitality REIT ที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 หลังจากเข้าระดมทุนแล้ว และมีเป้าหมายพัฒนาสู่การเป็นกองทรัสต์โรงแรมที่มีขนาดทรัพย์สินใหญ่เป็นอันดับ 1 ในประเทศไทย โดยการเข้าลงทุนครั้งแรกจะลงทุนในโรงแรมชั้นนำ 3 โครงการที่ตั้งอยู่ในทำเลแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม มูลค่ารวมไม่เกิน 4,420 ล้านบาท ดังนี้

1. โรงแรมแลงแฮม สแปลช จังเกิ้ล รีสอร์ท และสวนน้ำ ภูเก็ต

– ลงทุนในกรรมสิทธิ์ (Freehold) ในที่ดิน อาคาร และสังหาริมทรัพย์ที่เกี่ยวข้อง
– โรงแรมระดับ 4 ดาว มีห้องพักรวม 455 ห้อง
– ติดหาดไม้ขาวที่ยาวกว่า 11 กิโลเมตร และอยู่ไม่ไกลจากสนามบินภูเก็ต
– เน้นนักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัว โดยลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวรัสเซียและชาวจีน
– มีสวนน้ำขนาดใหญ่ที่สุดในภูเก็ตที่มีเครื่องเล่นกว่า 10 ชนิด

2. โรงแรม หรรษา สมุย รีสอร์ท แอนด์ สปา จ.สุราษฎร์ธานี

– ลงทุนในสิทธิการเช่าช่วง (Leasehold) ในที่ดิน อาคาร และกรรมสิทธิ์ในสังหาริมทรัพย์ที่เกี่ยวข้อง ระยะเวลา 20 ปี
– โรงแรมระดับ 5 ดาว มีห้องพัก 74 ห้อง และเป็น Sea View ทุกห้อง
– ตั้งอยู่บนหาดบ่อผุด มีบริเวณติดชายหาดยาว 129 เมตร
– อยู่ใกล้ถนนคนเดิน Fisherman Village และไม่ไกลจากสนามบิน
– เน้นกลุ่มฮันนีมูนและคู่รัก โดยฐานลูกค้าหลักเป็นชาวอิสราเอล ชาวยุโรปและอเมริกา

3. โรงแรม กรีนเนอรี่ เขาใหญ่ และศูนย์ประชุม จ.นครราชสีมา

– ลงทุนในสิทธิการเช่า (Leasehold) ในที่ดิน อาคาร และกรรมสิทธิ์ในสังหาริมทรัพย์ที่เกี่ยวข้อง ระยะเวลา 30 ปี
– รีสอร์ทระดับ 4 ดาว มีห้องพักรวม 254 ห้อง
– เน้นกลุ่มครอบครัว บริษัท หน่วยงานราชการ และผู้ใช้บริการห้องประชุมสัมมนา (MICE)
– ศูนย์ประชุม KYCC มีขนาดใหญ่ที่สุดในเขาใหญ่ รองรับได้มากกว่า 5,000 คน

ในช่วงกว่าหนึ่งปีที่ผ่านมา บลูเวล แอสเซท ได้พิจารณาคัดเลือกโรงแรมทั่วประเทศกว่า 60 แห่ง เพื่อให้ได้ทรัพย์สินที่มีคุณภาพนำมาจัดตั้งกองทรัสต์ โดยมุ่งเน้นให้อสังหาฯ แต่ละโครงการที่เข้าลงทุนมีความสมดุลของการสร้างรายได้และการกระจายความเสี่ยงที่เหมาะสม เพื่อนำมาซึ่งโอกาสในการได้รับผลตอบแทนที่ดีของผู้ถือหน่วย โดยประมาณการอัตราผลตอบแทนในปีแรกอยู่ที่ประมาณ 8.5% (คำนวณจากอัตราเงินปันผลที่จ่ายให้แก่ผู้ถือหน่วยรวมย้อนหลังผลการดำเนินงาน 12 เดือนล่าสุด จากข้อมูล ณ วันที่ 17 พฤษภาคม 2562)

นอกจากกองทรัสต์ BWHREIT จะเป็นตัวเลือกที่ทำให้สามารถร่วมลงทุนในอสังหาฯ โรงแรมชั้นนำแล้ว การลงทุนกับกอง REIT ที่บริหารโดยผู้จัดการกองทรัสต์อิสระ ซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องกับเจ้าของทรัพย์สิน ยังทำให้กองทรัสต์สามารถเข้าลงทุนในทรัพย์สินได้อย่างอิสระ และมีโอกาสเติบโตจากการเข้าลงทุนในทรัพย์สินใหม่ ๆ ในอนาคต

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.bwhreit.com/th/set/upcoming-ipo-set

Facebook Comments
SHARE
Advertorial Team
เริ่มลงทุนวันนี้ เพื่ือชีวิตที่ดีในอนาคต "INVEST WELL, LIVE WELL"