5 Start-up Hub ของ Asia ที่มี Ecosystem ระดับโลก

0
209

Start-up เป็นปรากฏการณ์ทางธุรกิจที่ผู้คนตื่นตัวเป็นอย่างมาก 4-5 ปีให้หลัง และขยายตัวออกเป็นวงกว้างไปทั่วโลก จนแทบทุกคนอยากลาออกจากงานประจำเพื่อมาปลุกปั้นมัน ถึงขนาดที่มีคอร์สต่างๆ มากมาย เพื่อที่จะมาหารายได้จากการสอนทำ Start-up ด้วยนิยามการทำธุรกิจที่ฉีกออกไปจากการทำธุรกิจแบบดั้งเดิม Start up ทั้งหลายจึงต้องการสิ่งแวดล้อม (หรือที่เรียกกันเป็นภาษาอังกฤษว่า “Ecosystem”) ที่นำไปสู่การพัฒนา Start-up อย่างยั่งยืน

หากพูดถึงคำว่า Ecosystem ในเชิงการทำธุรกิจนั้นคงเป็นคำที่ค่อนข้างกว้างและครอบคลุมทุกสิ่งอย่างที่มีผลกระทบกับการเริ่มต้นธุรกิจใหม่ๆ อย่างเช่น กฎหมาย การสร้างเครือข่าย บุคลิกและอุปนิสัยของคนในท้องถิ่นนั้นๆ และยังหมายความไปถึง การซึมซับเทคโนโลยีของคนในพื้นที่นั้นๆ อีกด้วย

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไม Entrepreneur Venture Capitalist หรือ Angel Investors ถึงไปรวมตัวกันอยู่ที่จุดๆ นึง เพื่อสร้างสิ่งต่างๆ ให้กับโลกใบนี้ นอกจากยุโรปและอเมริกาแล้ว เอเชียก็ยังเป็นอีกจุดหมายนึงที่นักลงทุนทั้งหลายให้ความสนใจที่จะมาลงทุน และเริ่มทำ Start-up กัน มากไปกว่านั้นยังได้มีการจัดอันดับ ecosystem ที่เอื้ออำนวยต่อการทำ Start-up มากที่สุดในโลกอีกด้วย และนี่คือ 5 เมืองในเอเชียที่ติด Top 20 ที่เอื้อต่อการมี Start-up ที่สุดในโลก

Top 5 Best Start-up Ecosystem

1. Beijing (4)

Start-up
Beijing, China Central Business District

เมืองหลวงของประเทศจีน ลูกพี่ใหญ่แห่งเอเชียของเรา จัดอยู่ในอันดับที่ 4 เนื่องจากมีผลประกอบการของ Start-up ที่เกิดในปักกิ่ง และการสนับสนุนทางการเงินจากทั้ง VC หรือ Angel Investors ที่อยู่ในระดับที่สูง รวมไปถึงการมีประสบการณ์ในการทำงานกับ Unicorn Start-up (Start-up ที่มีมูลค่าเกิน 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ) และยังมีการถ่ายทอดประสบการณ์และการ Coaching ที่ดีอีกด้วย

2. Tel Aviv (6)

Tel Aviv-Bay

เป็นเมืองที่อาจจะไม่คุ้นหูหลายคน และไม่คิดว่า Tel Aviv จะเข้ามาติดโผลในงานนี้ด้วย แต่หากมองสภาพแวดล้อมของเขาแล้วก็นับไม่เลวเลย เนื่องจากเป็นเมืองหลวงของประเทศอิสราเอล ซึ่งเป็นประเทศที่มีความ progressive สูงและประชากรก็ well-educated กันเป็นส่วนใหญ่ อีกเรื่องที่ทำให้ Tel Aviv เป็นเมืองที่มี ecosystem ดีที่สุดของโลกเมืองนึง ก็เพราะว่า Start-up ทั้งหลาย ถูกบีบให้ต้องคำนึงถึงตลาดต่างประเทศ มากกว่ามองที่ตลาดภายในประเทศเป็นหลัก เนื่องจากธรรมชาติของ ตลาดภายในประเทศอิสราเอลไม่เอื้ออำนวย ให้มารองรับ Start-up ได้อย่างเพียงพอ

3. Shanghai (8)

Shanghai-Bay

เซี่ยงไฮ้นับว่าไม่ต่างอะไรกับปักกิ่งมาก เนื่องจากเป็นประเทศเดียวกัน แต่หากใครเคยไปเซี่ยงไฮ้แล้ว ก็คงแปลกตาน่าดูกับบ้านเมืองที่ดูยังไงก็ไม่เหมือนเมืองจีน แถมยังมีฝรั่งเยอะ และมีความ Internationalized สูง นั่นทำให้เป็นจุดเด่นของเมืองนี้ ที่ดึงดูดนักลงทุนให้มาลงทุนใน Start-ups ทั้งหลาย

4. Singapore (12)

Singapore-Sunset

ขึ้นชื่ออยู่แล้วสำหรับ ศูนย์กลางทางการเงินและการธนาคารอีกแห่งนึงของโลก ที่ดึงดูดนักลงทุนจากทุกสารทิศ เข้ามายังเกาะนี้ ด้วยความที่เป็นประเทศที่เปิดและมีความทันสมัยที่สุดในย่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้มีการลงทุนมากมายเกิดขึ้นในเกาะสิงคโปร์ มากไปกว่านั้นสิงคโปร์ยังโดดเด่นในเรื่องของทรัพยากรบุคคล เรียกได้ว่าเป็นเบอร์ 1 ของโลกในเวลานี้เลยทีเดียว แซงหน้า Silicon valley ไปเรียบร้อยแล้ว

5. Bangalore (20)

Bangalore-Karnatakakarnataka

ถึงแม้จะเป็นอันดับสุดท้ายของทั้งทวีปเอเชียและ Top 20 แต่ก็ยังต้องพูดถึงประเทศนี้อยู่ดี ซึ่งก็คือ India เมือง Bangalore ของ India เป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องของเทคโนโลยีที่โดดเด่นและยังเป็นเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญแห่งนึงของอินเดีย เลยก็ว่าได้ ด้วยพื้นเพของประเทศนี้ที่เคยเป็นอาณานิคมของสหราชอาณาจักรมาก่อน ทำให้ภาษาอังกฤษเป็นเรื่องหมูๆ สำหรับคนที่นั่น ด้วยองค์ประกอบรวมๆ คร่าวๆ จึงไม่แปลกเลยที่จะเข้ามาติดโผกับเขาได้เหมือนกัน ซึ่งก็ออกมาดีซะด้วยและก็มี Start-up ใกล้เคียงกับคำว่า Unicorn เลยด้วยนะ

สุดท้ายนี้ Ecosystem นี้เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับ Start-up หากหลายๆท่านสนใจที่จะทำ Start-up แล้วละก็ Ecosystem เป็นสิ่งสำคัญที่เราต้องคำนึงถึง เพราะมันคือการฟูมฟัก การเติบโต และการหาผลกำไรของ Start-up นั้นๆ และหากผู้อ่านท่านใดสนใจสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากรายงาน The Start-up Ecosystem Ranking Report 2017 และถึงแม้ตอนนี้จะยังไม่มีกรุงเทพเข้ามาติดโผ Top 20 แต่อีกไม่กี่ปีข้างหน้า ก็หวังว่ากรุงเทพของเราจะมีชื่อติดอยู่ลิสต์ข้างต้นบ้างก็เป็นได้นะครับ

Facebook Comments
SHARE
Bearye
นักรัฐศาสตร์ผู้สนใจเศรษฐศาสตร์มหภาค เศรษฐกิจสังคมนิยม การลงทุนแบบมีธรรมมาภิบาล เห็นด้วยกับคำพูดที่ว่า "เงินเป็นลูกน้องที่ซื่อสัตย์ แต่เป็นเจ้านายที่เลวร้าย"