4 หลักการแก้ปัญหาทางการเงินอย่างยั่งยืนโดย The Money Coach

เริ่มต้นปีใหม่ก็ได้เวลาตั้งตัวใหม่ โดยเฉพาะใครที่ปีที่แล้วเจอแต่ “ปัญหาเรื่องเงิน” ไม่ว่าจะหนี้สินรุงรังจนชักหน้าไม่ถึงหลัง ต้องใช้เงินเดือนชนเดือนบ้างล่ะ หรือมัวแต่ใช้จ่ายเรื่อยเปื่อยซื้อแต่ของที่ไม่จำเป็น เงินเก็บก็เลยเก็บไม่ได้ซักกะที ฯลฯ

ปี 2019 นี้ ขอให้ตั้งหลักใหม่กันอีกซักครั้ง สร้างแรงผลักดันให้ชีวิตการเงินดีขึ้น วางแผนจัดการเรื่องเงินอย่างรัดกุมมากขึ้น จะได้ไม่กลับไปมีปัญหาเรื่องเงินในแบบเดิมๆ อีก

เราจึงขอนำ “4 หลักการแก้ปัญหาทางการเงินอย่างยั่งยืน” โดยพี่หนุ่ม Money Coach มาเป็นคำอวยพรปีใหม่ ที่จะทำให้ทุกคนสามารถพลิกทุกปัญหาการเงินให้กลับมาสดใสใหม่อีกครั้งในปีนี้…
(อ่านแล้วถ้าเอาไปลงมือทำอย่างตั้งใจ จะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นแน่นอน)

1. หยุดพึ่งพาคนอื่น

หลายคนอาจลืมตัวไปว่าทุกวันนี้ที่เราใช้ชีวิตอยู่นั้น เราอาจ “พึ่งพา” ความช่วยเหลือทางการเงินจากคนอื่นอยู่เป็นกิจวัตร ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว, เพื่อน แม้แต่นายจ้าง หรือภาครัฐ ซึ่งแท้จริงแล้วมันกลายเป็นการบ่มเพาะนิสัยเสีย เพราะมันจะทำให้เราระลึกอยู่เสมอว่า แม้ตัวเองจะใช้จ่ายเกินตัว แต่ก็มีคนอื่นให้พึ่งพาอยู่ดี อาทิ การขอเงินจากทางบ้าน

จงจำไว้เสมอว่า “ปัญหาทางการเงิน” เป็นเรื่องของบุคคลเพียงคนเดียว คุณเป็นคนที่ทำให้ปัญหามันเกิดขึ้นได้ คุณก็เป็นคนที่แก้มันได้เช่นกัน จงหยุดพึ่งพาคนอื่น และจำไว้ว่า “ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน” ถ้าคุณไม่แก้ปัญหาด้วยตัวเอง ท้ายที่สุดปัญหาก็จะย้อนรอยกลับมาเกิดขึ้นใหม่ได้เรื่อยๆ อยู่ดี

2. มีรายได้หลายทาง

เป็นความจริงที่ว่าประเทศไทยประสบกับปัญหา “กับดักรายได้ปานกลาง” หรือพูดง่ายๆ คือ อัตราการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่อนข้างต่ำ ในขณะที่ค่าใช้จ่ายกลับเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว อาทิ เงินเดือนเริ่มต้นที่แทบจะไม่แตกต่างกันใน 20 ปีที่ผ่านมา (เริ่มต้นประมาณ 15000-20000 บาท) ในขณะที่ราคาของข้าวจานหนึ่งเพิ่มขึ้นจาก 25-35 บาท มาเป็น 45-60 บาท

ดังนั้น ในเมื่อเงินเดือนของเรามีอัตราเพิ่มขึ้นช้าและน้อย การมีรายได้หลากหลายทางจะเป็นตัวช่วยให้เราสามารถบริหารจัดการเงินได้ง่ายขึ้น และยังเป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายได้มากขึ้นอีกด้วย ซึ่งสิ่งนี้ ทำได้จากการหารายได้เสริมในทางต่างๆ หรือ การลงทุน ทำธุรกิจเสริมก็เช่นกัน อย่างไรก็ตาม จงเชื่อมั่นในตัวเองก่อนว่า “เรามีดีมากพอ ที่จะทำสิ่งต่างๆ ได้”

3. เปลี่ยนเงินให้กลายเป็นทรัพย์สิน

จากรายได้ที่คุณทำมาในแต่ละเดือน ให้แบ่งรายได้บางส่วนเพื่อเปลี่ยนมันให้กลายเป็น “ทรัพย์สิน” ซึ่งเป็นสิ่งที่ถือไว้แล้วมีมูลค่ามากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป หรือสามารถสร้างกระแสเงินสดให้กับคุณได้นั่นเอง อาทิ เงินฝาก, พันธบัตร, หุ้น ฯลฯ อย่างน้อย 10-20% ต่อเดือน ซึ่งแม้ในตอนแรกจะมีปริมาณไม่ได้มาก แต่เมื่อสะสมไปเรื่อยๆ แล้ว มันจะกลายเป็นเครื่องผ่อนแรงที่ช่วยให้เราสามารถแก้ปัญหาทางด้านการเงิน และนำไปสู่การเกษียณทางด้านการเงินได้ในที่สุด

จำไว้เสมอว่า เงินที่คุณหามาได้ ถ้าไม่ได้ถูกนำไปสร้าง “ทรัพย์สิน” เลย ท้ายที่สุดก็ต้องหมดไป และจะต้องหามาใหม่ไม่จบไม่สิ้นอยู่ดี ซึ่งสภาวะนี้จะไม่มีทางนำคุณไปสู่ “อิสระภาพทางการเงิน” ได้อย่างแน่นอน

4. รู้จักคำว่า “พอเพียง”  

เราทุกคนล้วนทำงานหาเงินมาเพื่อ “ความสุข” ของตัวเอง เพราะฉะนั้นการได้เข้าใจตนเองว่าความสุขคืออะไร เป้าหมายของตัวเองคืออะไร และบรรลุมันแล้วหรือยัง นอกจากจะทำให้เราหลีกเลี่ยงปัญหาทางการเงินได้แล้ว ยังไม่ต้องขวนขวายอะไรเกินตัวจนเกิดเป็นความทุกข์ให้แก่ชีวิตด้วย

การอยู่อย่างพอเพียง ไม่ได้หมายความว่าให้คุณหยุดหาเงิน หยุดสั่งสมทรัพย์สิน แต่เป็นการประเมินว่าตนเองว่า “ต้องการอะไร?” เช่น การไม่กังวลทางด้านการเงิน, การมีชีวิตที่ดีมีสุข เท่านี้มันเพียงพอกับสิ่งที่เราต้องการหรือยัง? เรายังจำเป็นต้องใช้จ่ายอะไรที่เกินตัวอีกมั้ย และยังต้องทำงานอย่างหนักเพื่อมันอีกรึเปล่า?

เพราะบางทีแค่การพอใจในสิ่งที่ตนมี ก็นำมาซึ่งการแก้ปัญหาทางการเงินได้อย่างยั่งยืน และนำมาสู่ความสุขได้อย่างแท้จริง ตามไปฟัง The Money Case by The Money Coach ได้ที่ Thestandard.co/podcast

Facebook Comments
SHARE
Salary Investor
เริ่มลงทุนวันนี้ เพื่ือชีวิตที่ดีในอนาคต "INVEST WELL, LIVE WELL"