กองทุนรวมคืออะไร? เกี่ยวข้องอย่างไรกับมนุษย์เงินเดือน?

0
3762

การเป็นมนุษย์ทำวัยทำงาน ไม่ว่าจะงานประจำ หรือฟรีแลนซ์ ถึงจะมีไลฟ์สไตล์ที่ต่างกันยังไง ถ้าไม่อยากลำบากในอนาคต เชื่อว่าทุกคนคงหนีไม่พ้นอีเว้นท์การ “ออมเงิน” จะรุ่นใหญ่รุ่นเล็ก ก็ต้องออมเงินกันทั้งนั้น แต่การออมเงินก็มีหลายแบบอีก แล้วจะออมยังไงให้เงินงอกเงยได้มากที่สุดกันล่ะ?

ใส่ตุ่มเก็บไว้ที่บ้าน รดน้ำยังไงก็ดูท่าจะไม่โต
ออมเงินในบัญชีเงินฝากก็ดี แต่ดอกเบี้ยไม่ค่อยโดนใจสักเท่าไร
อยากให้เงินงอกเงยกว่าเงินฝาก แต่ก็ไม่อยากเสี่ยงในการเลือกหุ้นเอง ลองมาดูอีกหนึ่งตัวเลือกนั่นก็คือ “กองทุนรวม” ดูไหม?

กองทุนรวม คืออะไร? ทำงานยังไง?

กองทุนรวม คือ เงินก้อนใหญ่ซึ่งได้มาจากการรวมเงินของผู้ลงทุนรายย่อย จากนั้นจะถูกนำไปลงทุนในหลักทรัพย์ หรือสินทรัพย์หลายๆ ประเภทเพื่อเป็นการกระจายการลงทุน หรืออีกนัยน์หนึ่งก็คือ การกระจายความเสี่ยงนั่นเอง

เมื่อลงทุนในกองทุนรวมแล้ว เราก็จะกลายเป็น “ผู้ลงทุน” โดยผู้ลงทุนแต่ละรายจะได้รับ “หน่วยลงทุน” ซึ่งเป็นหลักฐานแสดงให้เห็นว่าเราเป็นเจ้าของเงินที่ได้ลงทุนไป โดยจะมี “บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.)” เป็นเหมือนตัวกลางในการจัดตั้ง และบริหารกองทุนให้งอกเงย จากนั้นจึงจะนำผลตอบแทนมาเฉลี่ยคืนให้แก่ผู้ลงทุนตามสัดส่วนที่ได้ลงทุนไว้แต่แรก

เราจะได้อะไรจากกองทุนรวม?

มาถึงช่วงเวลาสำคัญกันแล้ว นั่นก็คือเรื่องของผลตอบแทน เมื่อกองทุนรวมที่เราไปลงทุน มีกำไร ผู้ลงทุนอย่างเรา มีสิทธิ์จะเลือกรับผลตอบแทนได้ 2 รูปแบบด้วยกัน

เงินปันผล อาจอยู่ในรูปแบบของเงินสด หรือหุ้นก็ได้ บางกองทุนอาจมีนโยบายที่จะนำเงินปันผล (Re-Invest) ไปลงทุนต่อ โดยผู้ถือหุ้นก็จะได้รับเงินปันผลเป็นสัดส่วนต่อการถือหุ้น

กำไรส่วนต่างจากราคาหลักทรัพย์ หรือก็คือการซื้อถูกขายแพงนั่นเอง ผู้ลงทุนจะได้รับกำไรจากการขายคืนหน่วยลงทุนให้แก่ บลจ. แต่ตรงนี้แนะนำว่าควรทำก็ต่อเมื่อเราเล็งเห็นว่ากองทุนอื่นจะสามารถให้ผลตอบแทนได้มากกว่า กองทุนก็เหมือนต้นไม้ ถอนเข้าถอนออก เดี๋ยวก็ไม่โตกันพอดี

| ลงทุนในกองทุนรวม เสี่ยงแค่ไหน?

จะใช้เงินลงทุนทั้งที ก็ต้องคิดให้ถ้วนถี่กันเสียหน่อย ผลิตภัณฑ์การลงทุนมีให้เราเลือกหลายอย่าง ตัวที่หลายคนได้ยินบ่อยๆ หน่อย เห็นทีจะเป็นหุ้น

แล้วทำไมถึงไม่เลือกลงทุนในหุ้นล่ะ ทำไมต้องเลือกกองทุนรวมด้วย?

ตรงนี้ต้องตอบคำถามกับตัวเองก่อนว่าเราพร้อมเสี่ยงในระดับไหน?
เพราะทุกการลงทุนย่อมมีความเสี่ยงเสมอ ยิ่งเสี่ยงมาก ผลตอบแทนก็ยิ่งมากตามไปด้วย กองทุนรวมจัดอยู่ในความเสี่ยงระดับ “ปานกลาง” ส่วนหุ้น เป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงอยู่ในระดับ “สูง” นอกจากนี้หุ้นยังต้องอาศัยระดับความเชี่ยวชาญที่มากกว่า เนื่องจากว่าเราเป็นคนที่ลงทุนซื้อมันโดยตรง ดังนั้นเราจึงต้องหาข้อมูล มีความรู้พื้นฐานแน่นกว่า เพื่อที่จะสามารถเลือกหุ้นได้ถูกตัว
ในขณะที่การซื้อกองทุน เป็นเหมือนกับการลงทุนในหุ้นแบบทางอ้อม เพราะมีผู้บริหารกองทุน คอยดูแลให้อยู่ตลอด  แถมยังมีการกระจายความเสี่ยง เพราะเงินของเราจะถูกกระจายออกไปลงทุนต่อในผลิตภัณฑ์การเงินต่างๆ ตามสไตล์และเอกสารชี้ชวนของกองทุนนั้นๆ 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก https://www.facebook.com/yourwealthcome/

มีคนดูแลให้ขนาดนี้ ฟังดูดีใช่ไหมล่ะ?

เรื่องนี้ก็เป็นอีกหนึ่งในหัวข้อสำคัญที่ผู้ลงทุนต้องพึงระวังเช่นกัน
คอนเซ็ปต์ของกองทุนคือ เงินของเราที่มีคนอื่นช่วยบริหาร เพราะฉะนั้น ถ้าหากเราเลือกเชื่อผิดคน โอกาสเสี่ยงก็จะมีเพิ่มขึ้น
การลงทุนหุ้น ต้องอาศัยโบรกเกอร์ (บล.) ส่วนกองทุนรวมก็ต้องอาศัย บลจ. ก็คือมี ตัวกลางเหมือนกัน แต่ระบบการทำงานนั้นมากน้อย และแตกต่างกัน ทุกการตัดสินใจของคนเล่นหุ้น ก็จะอยู่ที่คนเล่นหุ้น แต่การตัดสินใจของคนที่เลือกลงทุนในกองทุนรวม จะไปอยู่ที่บลจ. ดังนั้นผู้ลงทุนก็ต้องพร้อมจะยอมรับในการตัดสินใจของบลจ.ที่ตนเองเลือกด้วยเช่นกัน

โบรกเกอร์หรือบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) คือนายหน้าในการลงทุน
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ). คือ บริษัทที่จัดการการลงทุนให้เรา

ในกรณีที่บลจ. ที่ดูแลกองทุนรวมของเราล้มละลาย อย่าเพิ่งตกใจไป! เพราะคนที่ดูแลเงินของเราอยู่ คือ “ผู้ดูแลผลประโยชน์” ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นสถาบันการเงินอื่น โดยคนกลุ่มนี้ จะทำหน้าที่ ดำเนินการจัดสรรคืนให้กับผู้ถือหน่วยที่เข้ามาลงทุนในกองทุนนั้นๆ ต่อไป 

กองทุนรวมเหมาะกับใคร มนุษย์เงินเดือนลงทุนได้ไหม?

รู้จักกองทุนรวมกันไปพอสังเขปแล้ว หลายๆ คนก็เกิดคำถามขึ้นมาว่ามันเหมาะกับเราไหม? เราควรจะลงทุนในกองทุนรวมไหมนะ? ลองมาดูกันก่อนว่าคุณเป็นคนแบบนี้หรือเปล่า

อย่างที่ได้กล่าวไปในข้างต้น ผลิตภัณฑ์การลงทุนที่เรียกว่า “กองทุนรวม” จัดอยู่ในระดับความเสี่ยงปานกลาง ให้ผลตอบแทนได้ในระดับที่น่าพอใจ โดยไม่เสี่ยงจนเกินไป กองทุนรวมสามารถตอบโจทย์ได้ทั้งการลงทุนแบบระยะสั้นหรือระยะยาว แล้วแต่เป้าหมายทางการเงินของแต่ละคน

ระยะสั้น

สำหรับใครที่กำลังมองหาที่พักเงินระยะสั้นๆ แต่ก็อยากได้กำไรมากกว่าเอาเงินไปฝากธนาคาร ก็จะมีกองทุนรวมประเภทนั้นอยู่เช่นกัน ถึงจะเป็นการพักเงินในระยะสั้นๆ ไม่ว่าจะ 3 เดือน หรือ 1 ปี แต่ก็ต้องเข้าใจว่า ลงทุนระยะสั้น ผลตอบแทนโดยเฉลี่ย ก็จะไม่ได้มากเท่ากับการลงทุนในแบบระยะยาว

ระยะยาว

การลงทุนในกองทุนระยะยาวมากกว่า 3 ปีขึ้นไป จากข้อมูลโดยเฉลี่ยที่ผ่านมา สามารถสร้างผลตอบทนที่ดีให้กับผู้ลงทุน ยิ่งเราไม่ได้ถอนออก จำนวนเงินต้นที่เราลงทุนก็จะเพิ่มมากขึ้น ผลตอบแทนที่เราได้ในปีถัดไปก็จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ วิธีการนี้เรียกกันว่า “Re-invest” เป็นการปล่อยให้เงินงอกเงยอย่างที่ตำราเขาว่าไว้  สิ่งที่จะทำให้เรารวยขึ้น ก็คือ ดอกเบี้ยทบต้น นั่นเอง

| ไม่เคยมีประสบการณ์ ควรเริ่มศึกษาจากไหนก่อนดี?

ทุกคนต้องเคยผ่านจุดนี้มากันทั้งนั้น ไม่ต้องกังวล เราสามารถเริ่มศึกษาผลตอบแทนในอดีตของบรรดากองทุนต่างๆ ย้อนหลัง เพื่อเป็นการดูแนวโน้ม ทิศทางของแต่ละกองทุน
และขั้นตอนในการออมเงินผ่านกองทุนรวมเป็นอย่างไร? ตามไปอ่านต่อกันได้ที่นี่เลย

อย่างไรก็ตาม เราควรพึงระวัง และตระหนักเอาไว้อยู่เสมอว่า “ผลตอบแทนในอดีตของกองทุนรวม ไม่ได้การันตีถึงผลตอบแทนที่ผู้ลงทุนจะได้รับในอนาคต” ควรมองว่าการศึกษาผลตอบแทนในอดีต เพื่อเป็นการวิเคราะห์ว่าในอนาคตกองทุนนั้นๆ จะสามารถสร้างผลตอบแทนได้ต่อไปในอนาคตอีกหรือไม่?

Facebook Comments
SHARE
Ing
Ing is my name, yet my personal is thing you may explore.