กองทุนรวมคืออะไร? เกี่ยวข้องอย่างไรกับมนุษย์เงินเดือน?

0
873

การเป็นมนุษย์ทำวัยทำงาน ไม่ว่าจะงานประจำ หรือฟรีแลนซ์ ถึงจะมีกิจวัตร และไลฟ์สไตล์ที่ต่างกันยังไง เชื่อว่าทุกคนคงหนีไม่พ้นอีเว้นท์การ “ออมเงิน” ที่ต้องมีหมุนมาให้พบเจออย่างไม่มีที่สิ้นสุด จะรุ่นใหญ่รุ่นเล็ก ก็ต้องออมเงินกันทั้งนั้น แต่การออมเงินก็มีหลายแบบอีก แล้วจะออมยังไงให้เงินงอกเงยได้มากที่สุดกันล่ะ?

ใส่ตุ่มเก็บไว้ที่บ้าน รดน้ำยังไงก็ดูท่าจะไม่โต

ออมเงินในบัญชีเงินฝาก ก็ดี แต่จำนวนดอกเบี้ยไม่ค่อยโดนใจเท่าไร

อยากให้เงินงอกเงย แต่ก็ไม่อยากเสี่ยง ตัวเลือกนี้มีอยู่จริง นั่นคือ “กองทุนรวม”

กองทุนรวม คืออะไร? ทำงานยังไง?

กองทุนรวม คือ เงินก้อนใหญ่ซึ่งได้มาจากการรวมเงินของผู้ลงทุนรายย่อย จากนั้นจะถูกนำไปลงทุนในหลักทรัพย์ หรือสินทรัพย์หลายๆ ประเภทเพื่อเป็นการกระจายการลงทุน หรืออีกนัยน์หนึ่งก็คือ การกระจายความเสี่ยงนั่นเอง

เมื่อลงทุนในกองทุนรวมแล้ว เราก็จะกลายเป็น “ผู้ลงทุน” โดยผู้ลงทุนแต่ละรายจะได้รับ “หน่วยลงทุน” ซึ่งเป็นหลักฐานแสดงให้เห็นว่าเราเป็นเจ้าของเงินที่ได้ลงทุนไป โดยจะมี “บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.)” เป็นเหมือนตัวกลางในการจัดตั้ง และบริหารกองทุนให้งอกเงย จากนั้นจึงจะนำผลตอบแทนมาเฉลี่ยคืนให้แก่ผู้ลงทุนตามสัดส่วนที่ได้ลงทุนไว้แต่แรก

เราจะได้อะไรจากกองทุนรวม?

มาถึงช่วงเวลาสำคัญกันแล้ว นั่นก็คือเรื่องของผลตอบแทน เมื่อกองทุนรวมที่เราไปลงทุน มีกำไร ผู้ลงทุนอย่างเรา มีสิทธิ์จะเลือกรับผลตอบแทนได้ 2 รูปแบบด้วยกัน

เงินปันผล อาจอยู่ในรูปแบบของเงินสด หรือหุ้นก็ได้ บางกองทุนอาจมีนโยบายที่จะนำเงินปันผล (Re-Invest) ไปลงทุนต่อ โดยผู้ถือหุ้นก็จะได้รับเงินปันผลเป็นสัดส่วนต่อการถือหุ้น

กำไรส่วนต่างจากราคาหลักทรัพย์ หรือก็คือการซื้อถูกขายแพงนั่นเอง ผู้ลงทุนจะได้รับกำไรจากการขายคืนหน่วยลงทุนให้แก่ บลจ. แต่ตรงนี้แนะนำว่าควรทำก็ต่อเมื่อเราเล็งเห็นว่ากองทุนอื่นจะสามารถให้ผลตอบแทนได้มากกว่า กองทุนก็เหมือนต้นไม้ ถอนเข้าถอนออก เดี๋ยวก็ไม่โตกันพอดี

ลงทุนในกองทุนรวม เสี่ยงแค่ไหน?

จะใช้เงินลงทุนทั้งที ก็ต้องคิดให้ถ้วนถี่กันเสียหน่อย ผลิตภัณฑ์การลงทุนมีให้เราเลือกหลายอย่าง ตัวที่หลายคนได้ยินบ่อยๆ หน่อย เห็นทีจะเป็นหุ้น

แล้วทำไมถึงไม่เลือกลงทุนในหุ้นล่ะ ทำไมต้องเลือกกองทุนรวมด้วย?

ตรงนี้ต้องตอบคำถามกับตัวเองก่อนว่าเราพร้อมเสี่ยงในระดับไหน

ทุกการลงทุนย่อมมีความเสี่ยงเสมอ ยิ่งเสี่ยงมาก ผลตอบแทนก็ยิ่งมากตามไปด้วย กองทุนรวมจัดอยู่ในความเสี่ยงระดับ “ปานกลาง” ส่วนหุ้น เป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงอยู่ในระดับ “สูง” นอกจากนี้หุ้นยังต้องอาศัยระดับความเชี่ยวชาญที่มากกว่า เนื่องจากว่าเราเป็นคนที่ลงทุนซื้อมันโดยตรง ดังนั้นเราจึงต้องหาข้อมูล มีความรู้พื้นฐานแน่นกว่า เพื่อที่จะสามารถเลือกหุ้นได้ถูกตัว
ในขณะที่การซื้อกองทุน เป็นเหมือนกับการลงทุนในหุ้นแบบทางอ้อม เพราะมีผู้บริหารกองทุน คอยดูแลให้อยู่ตลอด  แถมยังมีการกระจายความเสี่ยง เพราะเงินของเราจะถูกกระจายออกไปลงทุนต่อในผลิตภัณฑ์การเงินต่างๆ ตามสไตล์และเอกสารชี้ชวนของกองทุนนั้นๆ 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก https://www.facebook.com/yourwealthcome/

มีคนดูแลให้ขนาดนี้ ฟังดูดีใช่ไหมล่ะ?

เรื่องนี้ก็เป็นอีกหนึ่งในหัวข้อสำคัญที่ผู้ลงทุนต้องพึงระวังเช่นกัน
คอนเซ็ปต์ของกองทุนคือ เงินของเราที่มีคนอื่นช่วยบริหาร เพราะฉะนั้น ถ้าหากเราเลือกเชื่อผิดคน โอกาสเสี่ยงก็จะมีเพิ่มขึ้น
ถึงแม้ว่าการลงทุนหุ้น จะต้องอาศัยความช่วยเหลือจากโบรกเกอร์ และกองทุนรวมก็ต้องอาศัย บลจ. หรือก็คือมี ตัวกลางเหมือนกัน แต่ระบบการทำงานนั้นมากน้อย และแตกต่างกัน ทุกการตัดสินใจของคนเล่นหุ้น ก็จะอยู่ที่คนเล่นหุ้น แต่การตัดสินใจของคนที่เลือกลงทุนในกองทุนรวม จะไปอยู่ที่บลจ. ดังนั้นผู้ลงทุนก็ต้องพร้อมจะยอมรับในการตัดสินใจของบลจ.ที่ตนเองเลือกด้วยเช่นกัน

โบรกเกอร์หรือบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) คือนายหน้าในการลงทุน

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ). คือ บริษัทที่จัดการระดมทุน

การลงทุน กับความเสี่ยงเป็นอะไรที่อยู่คู่กันอยู่แล้ว ดังนั้นหากใครที่กลัวว่าลงทุนแล้วจะเจ๊ง ขอให้สบายใจได้ (ในระดับหนึ่ง)

ในกรณีที่บลจ. ที่ดูแลกองทุนรวมของเราล้มละลาย อย่าเพิ่งตกใจไป! เพราะคนที่ดูแลเงินของเราอยู่ คือ “ผู้ดูแลผลประโยชน์” ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นสถาบันการเงินอื่น โดยคนกลุ่มนี้ จะทำหน้าที่ ดำเนินการจัดสรรคืนให้กับผู้ถือหน่วยที่เข้ามาลงทุนในกองทุนนั้นๆ ต่อไป แต่ก็ต้องระวังกันหน่อย ถ้าหากสินทรัพย์ของคุณอยู่ในรูปแบบของหุ้น แล้วถ้าเกิดหุ้นตกขึ้นมา มูลค่าทรัพย์สินของเราก็จะลดลงตามไปด้วย

กองทุนรวมเหมาะกับใคร มนุษย์เงินเดือนลงทุนได้ไหม?

รู้จักกองทุนรวมกันไปพอสังเขปแล้ว หลายๆ คนก็เกิดคำถามขึ้นมาว่ามันเหมาะกับเราไหม? เราควรจะลงทุนในกองทุนรวมไหมนะ?

ลองมาดูกันก่อนว่าคุณเป็นคนแบบนี้หรือเปล่า

อย่างที่ได้กล่าวไปในข้างต้น ผลิตภัณฑ์การลงทุนที่เรียกว่า “กองทุนรวม” จัดอยู่ในระดับความเสี่ยงปานกลาง ให้ผลตอบแทนได้มากในระดับที่น่าพอใจ โดยไม่เสี่ยงจนเกินไป กองทุนรวมสามารถตอบโจทย์ได้ทั้งการลงทุนแบบระยะสั้น ที่ไม่อยากรอนาน ต้องการถอนเงินออกมาใช้ หรือจะระยะยาว อยากให้เงินโตเอง งอกเงยยาวๆ ไป ก็ได้เช่นกัน

ระยะสั้น

สำหรับใครที่กำลังมองหาที่พักเงินระยะสั้นๆ แต่ก็อยากได้กำไรมากกว่าเอาเงินไปฝากธนาคาร ก็จะมีกองทุนรวมประเภทนั้นอยู่เช่นกัน ถึงจะเป็นการพักเงินในระยะสั้นๆ ไม่ว่าจะ 1 สัปดาห์ หรือจะ 3 เดือน เราก็อยากทำให้เงินก้อนนั้นเกิดประสิทธิภาพสูงสุด จริงไหม?

ระยะยาว

ผู้ลงทุนสามารถเลือกลงทุนในกองทุน แบบระยะยาว ลงเงินทีเดียวไปเลยก็ได้ เมื่อได้ผลตอบแทนออกมา แล้วเราไม่ได้ถอนออก จำนวนเงินต้นที่เราลงทุนก็จะเพิ่มมากขึ้น ผลตอบแทนที่เราได้ในปีถัดไปก็จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ วิธีการนี้เรียกกันว่า “Re-invest” เป็นการปล่อยให้เงินงอกเงยอย่างที่ตำราเขาว่าไว้   สิ่งที่จะทำให้เรารวยขึ้น ก็คือ ดอกเบี้ยทบต้น นั่นเอง

ไม่เคยมีประสบการณ์ ควรเริ่มศึกษาจากไหนก่อนดี?

ทุกคนต้องเคยผ่านจุดนี้มากันทั้งนั้น ไม่ต้องกังวลไปหากคุณต้องเริ่มจาก ศูนย์
เราสามารถเริ่มศึกษาผลตอบแทนในอดีตของบรรดากองทุนต่างๆ ย้อนหลัง เพื่อเป็นการดูแนวโน้ม ทิศทางของแต่ละกองทุน
คำถามสำคัญที่เกิดตามมาเมื่อเราเริ่มสนใจลงทุนก็คือ ขั้นตอนในการออมเงินผ่านกองทุนรวมเป็นอย่างไร?ใครที่อยากรู้ ตามไปอ่านต่อกันได้ที่นี่เลย

อย่างไรก็ตาม เราควรพึงระวัง และตระหนักเอาไว้อยู่เสมอว่าผลตอบแทนในอดีตของกองทุนรวม ไม่ได้การันตีถึงผลตอบแทนที่ผู้ลงทุนจะได้รับในอนาคต ควรมองว่าการศึกษาผลตอบแทนในอดีต เป็นการเพิ่มความรู้ให้ตัวเราเองจะดีกว่า

Facebook Comments