ทำงานทุกวันแต่งานไม่เดิน เพราะอะไร? แก้ยังไงดี?

0
381

TED Talk มักจะมีนักพูดเจ๋งๆ กับแนวคิดคมๆ มาให้เราได้รับชมเป็นแรงบันดาลใจกันอยู่เสมอ Jason Fried ก็เป็นอีกหนึ่งวิทยากรสำคัญในงาน TEDx Midwest

Fried นำเสนอแนวทางใหม่ในการทำงาน ซึ่งเขาไม่ได้แค่คิด แต่ปฏิบัติจริงกับบริษัทที่เขาร่วมก่อตั้งขึ้น โดยเขายังได้ถ่ายทอดไอเดียสำคัญออกมาในหนังสือ “Rework” ที่เขาร่วมแต่งอีกด้วย
เราจึงขอนำไอเดียของเขามานำเสนอให้ฟังกัน

สิ่งที่คอยก่อกวนการทำงานของคุณ

ในขณะที่เราใช้ชีวิตอย่างมนุษย์ออฟฟิศ เดินทางไปกลับเช้าเย็นทุกวัน ระหว่าง บ้าน กับสถานที่แห่งหนึ่งที่ชื่อว่าออฟฟิศ สถานที่ซึ่งมีอุปกรณ์สำนักงานทุกอย่าง จัดไว้ให้คุณอย่างพร้อมเพรียง ทั้งโต๊ะ เก้าอี้ เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ อย่างคอมพิวเตอร์ (สมัยนี้อาจจะมีแต่โน้ตบุ้คไปแล้ว) และอาจจะมีเพิ่มเติมให้อีกนิดหน่อย อย่าง ตู้เย็น ไมโครเวฟ ทั้งหมดนี้ถูกจัดสรรไว้เพื่อให้คุณได้ผลิตงานออกมา แต่ดูเหมือนสิ่งที่คาดหวัง กับความเป็นจริง ดูจะไม่ตรงกันสักเท่าไร

เราไม่ได้ผลิต งาน ออกมาเยอะเท่าที่ควรจะเป็น

เพราะอะไรน่ะเหรอ?

ลองนึกถึงวันทำงานของคุณออกมาสักวันหนึ่ง ตั้งแต่เริ่มเข้างานจนถึงเวลาเลิกงาน คุณได้นั่งอยู่กับที่ โฟกัสอยู่กับงานของคุณ โดยไม่ลุกไปไหนเลย เป็นเวลานานขนาดไหน?

8 ชั่วโมงเป็นตัวเลขที่เป็นไปไม่ได้เลย เพราะมี 1 ชั่วโมงสำหรับทานมื้อกลางวันมาคั่นกลางไว้อยู่แล้ว ถ้าอย่างนั้นอาจจะเป็น 4 หรือ 2 หรือ 1 ?

ไม่มีทางเลยที่คุณจะได้นั่งอยู่หน้างานของคุณ โดยปราศจากการรบกวนใดๆ เป็นเวลาต่อเนื่องอย่างยาวนาน ปัจจัยหลักที่จะเข้ามาเป็นเหมือนมารขวางงานของคุณให้ไม่เสร็จคือ M&Ms

ในที่นี้ไม่ใช่ชื่อขนม โปรดอย่าเข้าใจผิด แต่มันคือ Manager และ Meeting นั่นเอง ไม่ว่าคุณจะทำอะไรอยู่ Manager มักจะเรียกให้คุณหยุดจากงานคุณกำลังทำอยู่โดยทันที เพื่อให้คุณเข้า Meeting และรายงานผล ว่างานของคุณคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว Meeting นั้น จะนำพาคุณเข้าสู่การ Meeting ครั้งถัดไป ถัดไป และถัดไป อย่างไม่มีวันรู้จบ

ทำงานก็เหมือนการนอนหลับ

เอาเข้าจริงหากจะเปรียบเทียบแล้ว การทำงานก็เหมือนการนอนหลับ หากคุณเข้าสู่นิทราหลับใหลต่อเนื่องยาวนาน การนอนของคุณก็จะเต็มอิ่ม ผลลัพธ์คือการตื่นมาพร้อมรับวันใหม่ พลังงานเต็ม 100% แต่ในทางกลับกัน หากคุณถูกปลุกให้ตื่นกลางคัน แล้วต้องการจะกลับมานอนต่ออีกครั้ง มันไม่ใช่ว่าคุณจะสามารถกดปุ่ม RESUME ให้การนอนของคุณไหลลื่นต่อไปได้เลย คุณต้องกลับมาเริ่มใหม่ตั้งแต่การพยายามจะนอนให้หลับเสียก่อน เท่ากับว่าชั่วโมงการนอนที่สะสมมาก่อนหน้าเป็นศูนย์
เมื่อเราโดนปลุกให้ตื่นจากการทำงานของเราบ่อยๆ ความต่อเนื่องในชั่วโมงการทำงานจึงไม่ไชมีอยู่เลย เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการทำงาน พนักงานจึงควรมีชั่วโมงการทำงานที่ลื่นไหลต่อเนื่องกัน

งานมักไม่เกิดในออฟฟิศ

ลองนึกถึงอาชีพที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์อย่าง นักเขียน นักออกแบบ นักดนตรี หรืออะไรก็ตาม เมื่อถามคนเหล่านี้ว่าคุณมักจะไปที่ไหนเพื่อนั่งทำงาน บางคนเลือกอยู่กับบ้าน โดยอาจมีมุมโปรดเฉพาะตัว บางคนเลือกไปนั่งตามร้านกาแฟ บางคนชอบที่จะอยู่บนพาหนะเคลื่อนที่ ทั้งหมดนี้เป็นไปได้ทั้งนั้น แต่สถานที่เดียวที่จะไม่หลุดออกจากปากพวกเขาเลยคือออฟฟิศ

ออฟฟิศเป็นสถานที่ ที่ Managerของคุณจะสามารถตรวจสอบได้ว่าคุณกำลังทำงานอยู่หรือไม่ คุณไม่สามารถที่จะเลือกไปทำงานที่บ้านได้เลย เพราะเจ้านายของคุณจะไม่มีวันรู้ว่า คุณกำลังทำงานอยู่จริงหรือเปล่า ใครจะไปรู้ คุณอาจมัวแต่ดูทีวีเพลิน จนลืมทำงานไปเลย

แต่ลองคิดอีกที จริงหรือที่คุณจะได้โฟกัสทำแต่งานของคุณอย่างเดียว ที่ออฟฟิศ?

นอกเหนือไปจาก M&Ms แล้ว การครอบครองโน้ตบุ้คเพียงแค่เครื่องเดียว ก็สามารถทำให้คุณเถลไถลออกนอกงาน ไปดู Youtube เล่น Facebook ได้แล้ว แถมจอใหญ่กว่าดูจากมือถือเป็นไหนๆ

ปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ ทำให้คุณต้องละจากงานที่ทำอยู่โดยทันที การจะกลับมาทำงานของคุณต่อจึงไม่ใช่เรื่องที่จะสามารถเกิดขึ้นได้โดยง่าย คุณต้องใช้เวลาอีกสักพักในการระลึกว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่ และกำลังจะทำอะไรต่อไป

บอกลาปัญหางานไม่เดิน

คงจะดีอยู่ไม่น้อย ถ้าหากออฟฟิศของคุณมีช่วงเวลาแค่เพียงครึ่งวันจาก 5 วันทำการ ครึ่งวันในตอนบ่ายวันใดวันหนึ่ง ที่ถูกคนจะไม่พูดคุยกัน จะไม่มีชั่วโมง Meeting ไม่มี Manager มาคอยกวนใจ ไม่มี Youtube หรือ Facebook เพียงแค่ครึ่งวันที่มีความเงียบสงบอย่างต่อเนื่อง อีกสิ่งหนึ่งที่สามารถช่วยกู้สถานการณ์งานไม่งอกได้ คือการเปลี่ยนจากการสะกิดไหล่เรียกกันซึ่งๆ หน้า ไปใช้เทคโนโลยีอย่าง อีเมล์ หรือส่งข้อความหากัน เพราะอย่างน้อยที่สุด คุณก็สามารถที่จะเลือกได้ว่าจะเปิด ปิดมันตอนไหน ถึงแม้มันจะกวนใจ แต่ก็ไม่ได้เข้ามาขัดขวางเวลาการทำงานของคุณ เป็นสิทธิ์ของคุณที่จะเลือกเปิดมันในเวลาไหนก็ได้

สุดท้าย ถ้าคุณมีอำนาจมากพอ ยกเลิก Meeting ทั้งหลายไปซะเถอะ แล้วคุณจะพบว่าทุกอย่างราบรื่น ไม่ได้มีอะไรเดือดร้อนร้ายแรงเลย

ถ้าทำได้ครบตามนี้ ไม่ต้องห่วงเลยว่าปัญหางานไม่เดิน จะเกิดขึ้นกับคุณอีก

Credit: Source

Facebook Comments