บ้านกับรถยนต์ ควรเลือกอย่างไหนก่อนดี ?

0
984

ระหว่างมีบ้าน(คอนโด) กับมีรถ เราควรเลือกอย่างไหนก่อน หรือ หลังดี ?
ผมมักจะได้เจอกับคำถามแบบนี้บ่อยๆ จากหลายๆ ท่าน ว่าควรตัดสินใจอย่างไรดี
การตัดสินใจ เลือกซื้อ ระหว่างบ้าน หรือ รถนั้นมันก็คงขึ้นอยู่กับเหตุผล และ ความจำเป็นของแต่ละคน

เราลองมาดูรายละเอียด มาทำความเข้าใจ เรื่องของการซื้อบ้านและซื้อรถกันก่อนครับ

ถ้าเลือกซื้อบ้าน / คอนโดHowto-Buy-Home

การซื้อบ้าน ก็เป็นการสร้างภาระทางการเงินในระยะยาว อาจจะ 20-30 ปี และการขอกู้เงินเพื่อซื้อบ้านก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ธนาคารเขาจะต้องพิจารณา ถึงความสามารถในการผ่อนชำระของผู้กู้ด้วย ถ้าคุณมีรายได้ที่ไม่แน่นอน หรือ มีหนี้สินอยู่ (ก็จะยากในการขออนุมัติเงินกู้)

ปัจจัยเหล่านี้ ธนาคารจะนำมาประเมินว่าควรจะปล่อยสินเชื่อให้คุณหรือไม่ บ้าน เป็น สินทรัพย์ ที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้น เมื่อเวลาผ่านไป บ้าน มีมูลค่าสูงขึ้นทุกปี ถ้ายิ่งอยู่ในทำเลดี ยิ่งทำให้ราคาถีบตัวสูงขึ้นไปอีก
แต่บ้าน ก็มีค่าเสื่อมราคาเช่นกัน แต่มีค่าเสื่อมที่น้อยมากเมื่อเทียบกับการซื้อรถยนต์

การเลือกซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่มีที่ดิน เช่น บ้านเดี่ยว ทาวเฮ้าส์ มูลค่าสินทรัพย์จะราคาไม่ค่อยตกมาก ยิ่งทำเลดีมูลค่ายิ่งเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต คอนโดก็เช่นเดียวกัน แต่ข้อได้เปรียบที่ต่างกันระหว่างบ้านกับคอนโด คือซื้อบ้านเราได้ที่ดินเป็นของเราคนเดียว แต่ซื้อคอนโดเป็นที่ดินร่วมกับคนอื่น

แต่ในปัจจุบัน คนทำงานรุ่นใหม่หันมาเลือกซื้อและผ่อนคอนโดกันเยอะ เพราะมันสะดวกสบายสำหรับคนทำงานในเมือง และข้อดีคือค่าผ่อนคอนโดไม่สูงมากนัก (ราคาก็ขึ้นอยู่กับขนาดของห้อง ทำเล รวมถึงเจ้าของโครงการ)
ผ่อนได้สบายและเมื่อไหร่ที่มีครอบครัว หรือมีหน้าที่การงานที่ดีขึ้น คนเหล่านี้ก็อาจจะขยับขยายไปซื้อบ้านก็ได้
ส่วนคอนโดที่เหลืออยู่ ก็สามารถปล่อยเช่า หรือ ขายเพื่อทำกำไร เป็นแนวทางที่

เรื่องค่าใช้จ่ายในการดูแลบ้าน ก็มีเช่นกัน เช่นค่าส่วนกลางประจำปี ค่าซ่อมบำรุงบ้าน เป็นต้น
การเลือกซื้อบ้านควรเลือกให้เหมาะกับตนเอง และขนาดของครอบครัว เลือกให้เหมาะสมกับความสามารถในการผ่อนชำระ หลักเกณฑ์ที่เหมาะสม คือค่าผ่อนบ้าน ไม่ควรเกิน 30% ของรายได้ต่อเดือน เพราะคุณจำเป็นต้องเหลือเงินไว้เพื่อค่าใช้จ่ายอื่นๆ และต้องเหลือเงินออมเพื่ออนาคตด้วย

ประโยชน์เรื่องอื่นๆ เช่น ค่าใช้จ่ายดอกเปี้ยที่เราผ่อนส่งบ้าน หรือ คอนโด สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 1 แสนบาท และคุณสามารถลดภาระดอกเบี้ยบ้านได้ โดยการ Refinance ทุกๆ 3-4 ปี เพื่อให้ได้อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลง

ถ้าเลือกซื้อรถยนต์

การซื้อรถยนต์ เป็นการสร้างภาระทางการเงินระยะกลาง คือ อาจจะ 3-6 ปี การกู้ขอซื้อรถจึงเป็นเรื่องที่ง่ายกว่าการซื้อบ้าน แต่ว่ารถยนต์เป็นสินทรัพย์ ที่มูลค่าลดลงอย่างรวดเร็ว มีอัตราค่าเสื่อมที่สูงกว่าบ้านมาก

คุณคงเคยได้ยินใช่ไหมครับ ว่ารถยนต์แค่ขับออกจากโชว์รูมหมาดๆ ราคาก็ตกลงมาแล้วกว่า 20% หรือ 30% นอกจากนี้ เมื่อซื้อรถมาแล้ว ยังต้องเจอกับค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษามากมาย เช่น ค่าน้ำมัน ค่าซ่อมบำรุงตามระยะ ค่าเปลี่ยนยาง ค่าประกันรถยนต์ และอื่นๆ

ถ้าใช้รถประมาณ 4 ปี ค่าใช้จ่ายเหล่านี้ อาจจะตกราวๆ 20 หรือ 30% ของมูลค่ารถ ก็เป็นได้ (ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับปริมาณ และ ระยะเวลาในการใช้งาน) ราคาขายต่อ ค่อนข้างต่ำ บางทีอาจจะขายออกยากด้วยซ้ำ

“รถยิ่งใช้ ยิ่งต้องเสียค่าใช้จ่าย ยิ่งใช้นานๆ ไป ราคายิ่งตกลง”

การเลือกซื้อรถยนต์ ต้องพิจารณาว่าจำเป็นต้องใช้ หรือไม่มีทางเลือกในการเดินทางในรูปแบบอื่นไหม เช่น ระบบขนส่งมวลชน รถไฟฟ้า หรืออื่นๆ (สำหรับน้องๆ ที่เริ่มต้นทำงานแนะนำอย่าเพิ่งรีบซื้อรถ เน้นเก็บเงินก่อนจะดีกว่า)

แต่ถ้าจำเป็นต้องซื้อควรเลือกให้เหมาะสมกับความสามารถในการผ่อนชำระ หลักเกณฑ์ที่เหมาะสม คือค่าผ่อนรถ ไม่ควรเกิน 20% ของรายได้ต่อเดือน เพราะถ้าต้องผ่อนรถ 40-50% คุณจะไม่มีเงินเหลือเก็บ แถมไม่พอกับค่าน้ำมัน ค่าซ่อมรถ ค่าใช้จ่ายอะไรหลายๆ อย่างอีก

การกู้ซื้อรถยนต์ ดอกเบี้ยเป็นแบบ Flat Rate คือ เขาจะเอาเงินต้น ไปรวมดอกเบี้ย แล้วมาหารแบ่งเป็นค่าผ่อนชำระเป็นงวดๆ ตามจำนวนเดือน หรือ ปี ที่คุณจะผ่อน ถ้าคุณกู้ซื้อรถในระยะสั้นๆ เช่น 3 ปี คุณก็จะเสียดอกเบี้ยน้อยลง กว่าผ่อนหลายปี หรือ ถ้าคุณมีกำลังผ่อนไม่มากพอ ก็อาจจะเลือกเป็นผ่อนนานขึ้นแทนก็ได้

ถึงตอนนี้ คุณก็คงจะเข้าใจแล้วว่า ระหว่างการซื้อบ้าน กับ ซื้อรถ ต่างกันอย่างไรคุณคงต้องตัดสินใจเองนะครับ ว่าจะเลือกอย่างไหนที่ตอบโจทย์ความจำเป็นของคุณมากที่สุด
ไม่ว่าจะเลือกอย่างไหน อย่าลืม พิจารณาถึงเรื่องสุขภาพทางด้านการเงินของคุณด้วยนะครับ
“เราไม่จำเป็น ต้องสร้างภาระทางการเงิน ที่ไม่จำเป็นนะครับ”

Facebook Comments