โลก Pokemon กับ Franchise ที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาล!

0
41

เพิ่งจะผ่านปรากฎการณ์ Avengers : ENDGAME กันไปไม่นาน ถึงวันนี้เราก็จะได้รับชม อีกหนึ่งภาพยนตร์ที่ Fanboy รอคอยกันมากที่สุดในปีนี้ พร้อมการโลดแล่นในจอเงินครั้งแรกของเจ้าหนูสายฟ้าสีเหลือง Pikachu และผองเพื่อน Pokemon กันแล้วกับ Pokemon Detective Pikachu นั่นเอง

Pokemon Detective Pikachu นับเป็นความพยายามอีกครั้งของ Hollywood ในการนำ Franchise ที่โด่งดังของ Pop Culture มาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ ซึ่งเราจะเห็นได้อย่างชินตาผ่านผลงานเรื่องที่ผ่านๆ มา ของ Studio ดังหลายต่อหลายเจ้า ไม่ว่าจะเป็น Marvel Comics, Hellboy, Resident Evil, Tomb Raider, Assassin’s Creed และอีกมากมาย

แล้วสิ่งนี้มันบอกอะไรกับเราล่ะ? แน่นอนว่าไม่มีใครอยากหยิบสิ่งที่ทำเงินไม่ได้มาทำเป็นหนัง Hollywood ก็เช่นกัน ดังนั้นการที่ Franchise เหล่านี้ถูกเลือกสรรและนำมาปั้น สร้างเป็นบทภาพยนตร์ ออกงบประมาณ​ CGI, Location และนักแสดงไปหลายร้อยล้านดอลลาร์ ก็เพราะเขามั่นใจว่าหนังที่จะทำอยู่นี้มัน “ขายได้” นั่นเอง

โดยทุนเดิมแล้วนั้น Franchise เหล่านี้ต่างก็มีฐานแฟนคลับของตัวเองอยู่ก่อนแล้ว และยังสามารถทำรายได้อย่างมากมายมหาศาลให้กับผู้ถือครองลิขสิทธิ์ ซึ่งมันย่อมคุ้มค่าสำหรับ Studio ที่จะทุ่มเงินทำหนังให้ โดยมุ่งหวังกำไรจากแฟนคลับเหล่านี้และคนอื่นๆ ทั่วไปที่เคยเห็น Franchise เหล่านี้ผ่านตากันมาบ้าง ไม่มากก็น้อย

แล้วถ้าพูดถึง Franchise ที่ทำรายได้สูงสุดในโลกในปัจจุบันล่ะ คุณจะนึกถึงอะไร?

ในขณะที่หลายคนกำลังให้ความสนใจกับกระแสการทำหนังติดต่อกัน 11 ปีของ Marvel Studio หรือ หนังสงครามอวกาศในตำนานจากยุค 70-80 อย่าง Star Wars ว่าน่าจะเป็น Franchise ที่ทำเงินได้สูงสุดในโลก

รู้หรือไม่ว่าทั้ง 2 Franchise ใหญ่ยักษ์ดังกล่าว ยังต้องหลีกทางให้เจ้าหนูสายฟ้า Pikachu แห่ง Pokemon ที่กวาดรายได้ไปกว่า 9 หมื่นล้านดอลลาร์ทั่วโลก และติดอันดับหนึ่งของ Franchise ที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาล

โดย Star Wars ทำรายได้ทั่วโลกไปเพียง 6 หมื่น 5 พันล้านดอลลาร์ และ Marvel ทำรายได้ทั่วโลกไปเพียง 3 หมื่น 2 พันล้านดอลลาร์เท่านั้น!

จุดกำเนิดของโลกและ Franchise Pokemon

Pokemon หรือ Pocket Monster เป็น Franchise ที่มีจุดกำเนิดเล็กๆ ในปี 1996 หรือประมาณ 22 ปีก่อน ด้วยการแจ้งเกิดในฐานะวีดีโอเกมภายใต้ลิขสิทธิ์ของบริษัท Gamefreak (ใต้สังกัดของ Nintendo) ผ่านไอเดียของคุณ “ซาโตชิ ทะจิริ” ร่วมกับ “เคน ซุงิโมะริ” ด้วยแรงบันดาลใจง่ายๆ ในวัยเด็ก อย่างการที่เขาชอบ “สะสมแมลง” อย่างตัวด้วงเป็นสัตว์เลี้ยง และบ่อยครั้งที่จะนำมันมาต่อสู้วัดพลังกับตัวด้วงของเพื่อน

แล้วถ้าโลกเราไม่ได้มีแต่ด้วงกว่างล่ะ? แต่มีเหล่าสัตว์อันน่าพิศวง ทั้งที่ดูน่ารักและแข็งแกร่งไปในเวลาเดียวกัน อยู่ร่วมอาศัยกับมนุษย์ล่ะ? เมื่อนั้นเองที่โลกแห่ง Pokemon ถือกำเนิดขึ้น…

ด้วยการดีไซน์ตัวละคร Pokemon กว่า 151 ตัวและการพัฒนาเกมอีก 6 ปีเต็ม ท้ายที่สุดโลกแห่ง Pokemon ก็ออกสู่สายตาผู้คนเป็นครั้งแรก ผ่านเกม “Pokemon Red” และ “Pokemon Green” ทาง Platform Gameboy Color และเข้าขโมยหัวใจของนักเล่นเกมทั่วโลก จนกลายเป็น Franchise ระดับหมื่นล้านที่ช่วยประคับประคองบริษัท Nintendo จากวิกฤตการเงิน และกลายเป็นแหล่งรายได้ที่มีมูลค่าสูงที่สุดของ Nintendo ในปัจจุบัน (ปัจจุบันถือลิขสิทธิ์ในนามบริษัท The Pokemon Company)

แล้วอะไรล่ะที่ทำให้ Pokemon กลายเป็น Franchise ที่ทำรายได้สูงที่สุดในโลก?

ปัจจัยสู่ความสำเร็จของ Franchise Pokemon ประกอบไปด้วยเงื่อนไขหลักๆ 2 ข้อ

1 คือช่องทางการสร้างรายได้ที่หลากหลายมากถึง 6 ช่องทาง จากการนำลิขสิทธิ์ตัวละคร Pokemon ไปใช้แสวงหากำไร อันได้แก่

  1. ผลิตภัณฑ์ลิขสิทธิ์ ทำรายได้กว่า 61.1 พันล้านดอลลาร์
  2. วีดีโอเกม ทำรายได้กว่า 17.138 พันล้านดอลลาร์
  3. การ์ดเกม ทำรายได้กว่า 10.254 พันล้านดอลลาร์
  4. หนังสือการ์ตูน ทำรายได้กว่า 1.46 พันล้านดอลลาร์
  5. ภาพยนตร์แอนิเมชั่น ทำรายได้กว่า 1.36 พันล้านดอลลาร์
  6. แอนิเมชั่นจอแก้ว ทำรายได้กว่า 863 ล้านดอลลาร์

และ 2 คือการสร้าง “โลกของ Pokemon” และการสร้างสรรค์ “Pokemon” ตัวใหม่ๆ ออกมาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งในปัจจุบันมีตัวละคร Pokemon ที่เกิดจากการสร้างสรรค์ของ The Pokemon Company มากถึงกว่า 800 ตัว

เงื่อนไข 2 ข้อนี้ทำงานประสานกันอย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดเป็นการสร้างรายได้อย่างมหาศาลที่ยากต่อการทำลาย ด้วยหลักการง่ายๆ

“ถ้าคุณไม่ชอบ เราก็แค่สร้างสิ่งที่คุณชอบ”

เพราะถึงแม้ Pikachu จะเป็น Pokemon มาสคอตอย่างเป็นทางการของ Franchise Pokemon แต่ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ก็ต้องมีบางคนที่รู้สึกไม่ชอบเจ้าหนูสายฟ้าสีเหลืองตัวนี้อยู่บ้าง แต่แล้วยังไงล่ะ? ไม่ชอบ Pikachu ก็ไม่เป็นไร เพราะเรายังมี Pokemon ที่คุณอาจจะชอบอยู่อีกกว่า 800 ตัว!

ด้วยเหตุนี้เอง ความสำเร็จอันล้มหลามของ Pokemon จึงจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากปราศจากความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบ Character ของเหล่า Art Designer ตั้งแต่ตัวละครที่ดูน่ารัก บอบบางอย่าง Pikachu ไปจนถึง Pokemon ที่ดูแข็งแกร่งทรงพลังอย่าง Rayquaza

เมื่อมีทรัพยากรตัวละครให้ใช้ล้นหลามขนาดนี้ สิ่งที่ทำต่อไปก็แค่ใช้ช่องทางการสร้างรายได้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ออกสินค้าของ Character ยอดฮิต สร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ตาม Character ที่เพิ่งจะสร้างขึ้นมา เพื่อรอเงินจากแฟนบอยที่ติดตามกันมาตั้งแต่ยุค 90 พร้อมกันนั้นก็สร้างฐานแฟนใหม่ไปเรื่อยๆ ทำแบบนี้ซ้ำไปซ้ำมา กลายเป็นวงจรรายได้ที่ยากต่อการทำลาย เว้นเสียแต่ว่า “คนจะเบื่อ Pokemon ไปเอง” (ซึ่งคงจะไม่เกิดขึ้นในอีก 10-20 ปีนี้อย่างแน่นอน)

สุดท้ายแล้วการมาถึงของ Pokemon Detective Pikachu บอกอะไรกับเราบ้าง?

อย่างไม่ต้องสงสัย การมาถึงของภาพยนตร์จอเงินเรื่องแรกของ Franchise Pokemon อย่าง Pokemon Detective Pikachu คือการปูทางอันชาญฉลาดของ The Pokemon Company ในการสร้าง ช่องทางรายได้ใหม่ นั่นคือ “อุตสาหกรรมภาพยนตร์” เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ Franchise นี้มากขึ้นเป็นทวีคูณนั่นเอง ซึ่งถ้าในอีกปี 2 ปี ถ้าเราจะได้เห็นภาพยนตร์ที่จั่วหัวว่า “Pokemon” อีกครั้ง มันก็ไม่น่าแปลกใจเลยทีเดียว (และถึงตอนนั้น เราก็คงจะโดนเหล่า Pokemon พวกนี้ขโมยหัวใจและเงินในกระเป๋ากันเหมือนเดิม)

อ้างอิง
https://en.wikipedia.org/wiki/List_of_highest-grossing_media_franchises

https://screenrant.com/pokemon-highest-grossing-media-franchise

https://comicbook.com/anime/2018/06/24/pokemon-franchise-revenue-anime-media

https://geektyrant.com/news/the-highest-grossing-franchise-of-all-time-is-pokemon

Facebook Comments
SHARE
Teedanai Cholvatanapong
จบเศรษฐศาสตร์ มศว แต่ใจรักงานสาย Creative จึงผันตัวมาเป็น Content Creator ในปัจจุบัน ยึดถือคำพูดที่ว่า "ถ้าคุณสามารถล้มเหลวในสิ่งที่ไม่ชอบได้ ทำไมถึงไม่ลองทำในสิ่งที่ชอบดูล่ะ"