“Iron Man” การลงทุนและการเดิมพัน เพื่อความอยู่รอด!

Avengers : Endgame กับบทสรุปอันแสนโหดร้ายที่ทำให้หลายคนบ่อน้ำตาแตก แม้แต่ตัวผมเอง ก็ถึงกับต้องน้ำตาซึมออกมาแบบไม่ทันตั้งตัว ในฉากสุดท้ายของหนังเรื่องนี้…

กับการยอมเสียสละชีวิตเพื่อให้ผู้คนที่หายไปครึ่งจักรวาลกลับมา ของผู้ชายที่ชื่อ “โทนี่ สตาร์ค” ฮีโร่ที่จะอยู่ในใจแฟนหนัง Marvel ตลอดไป…

#รักนะ3000
_____________________________________________________________________

แต่รู้หรือไม่? ในด้านของโลกธุรกิจ “Iron Man” คือหนังที่พลิกวิกฤตการเงินให้กับ Marvel เมื่อหลายปีก่อน จากบริษัทที่ต้องยื่นขอล้มละลาย…ให้กลับมายิ่งใหญ่จนอยู่มาถึงทุกวันนี้ได้

ย้อนไปเมื่อปี 1996 บริษัท Marvel ประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนัก ถึงกับต้องขอยื่นเรื่องล้มละลาย ซึ่งช่วงนั้น Marvel จำเป็นต้องทำอะไรสักอย่างให้บริษัทมีรายได้เพิ่มขึ้น เพราะรายได้จากแค่ลิขสิทธิ์ตัวละครฮีโร่ต่างๆ มันไม่เพียงชำระหนี้สินของบริษัท

ทางเลือกเดียวของ Marvel นั่นคือ ต้องผลิตหนังขึ้นเอง เพื่อพลิกเกมส์การเงินของบริษัทให้อยู่รอด…

โดยการเดิมพันครั้งใหญ่นั้น ต้องเอาลิขสิทธิ์ฮีโร่ไปค้ำประกันกู้เงินกับสถาบันการเงิน เพื่อเอาเงินมาลงทุนสร้างหนังเรื่องแรก

พอมาถึงขั้นตอนการเลือกหนังที่จะทำเรื่องแรก จริงๆ แล้ว Marvel มีซุปเปอร์ฮีโร่ที่โด่งดังมากมาย เช่น Captain America, Iron Man, Thor, The Hulk เป็นต้น

แต่จากการคัดเลือกข้อสรุปคือ หนังเรื่องแรกที่ Marvel เลือกที่จะเสี่ยงทำก็คือ “Iron Man” ซึ่งในสมัยนั้น ถ้าไม่เคยอ่านหนังสือของ Marvel Comic ก็แทบไม่มีใครรู้จัก “Iron Man” เลยนะสิ ให้ตายเถอะ…

และการเดิมพันครั้งนั้น ยังเป็นการเดิมพันด้วยชีวิตของผู้ชายที่ชื่อว่า “โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์” นักแสดงที่ตอนนั้นมีประวัติเสียยาวเป็นหางว่าว ทั้งติดยา ติดเหล้า เมียก็หอบลูกหนี… แต่ Marvel ก็มีตัวเลือกไม่มาก จำเป็นที่ต้องให้โอกาสเขา ได้รับบท “โทนี่ สตาร์ค” (แทนที่ทอม ครูซ และ นิโคลัส เคจ ที่ไม่ตอบรับเล่นบทนี้)

และนั่นก็คือการเดิมพันเพื่อความอยู่รอดของบริษัท และเป็นโอกาสพิสูจน์ตัวเองครั้งสำคัญของพี่โรเบิร์ตหนวดงาม

แต่ผลลัพธ์ในครั้งนั้นกลับดีเกิดคาด ส่งผลให้ “Iron Man” เป็นหนังเรื่องแรกในจักรวาล Marvel Cinematic Universe (MCU) ที่ออกฉายในปี 2008 สร้างปรากฎการณ์ทำเงินทั่วโลกได้ถึง 585 ล้านดอลลาร์ จากทุนสร้าง 140 ล้านดอลลาร์ ทำรายได้สูงกว่าเงินที่กู้ยืมมาซะอีก…

และทำให้ “โรเบิร์ต” ปลดล็อกคำสบประมาท จากชายขี้ยาที่อดีตเข้า-ออกคุกเป็นว่าเล่น โด่งดังแบบพลุแตกในช่วงข้ามคืน ค่าตัวของเขาเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว และมีผลงานหนังดังออกมาหลายสิบเรื่องจนถึงทุกวันนี้

สรุปข้อคิดที่เราได้จากตัวละคร “โทนี่ สตาร์ค” โคตรพ่อฮีโร่ในฮีโร่!!

1. เค้าคือฮีโร่ที่เกิดมาเพื่อกอบกู้วิกฤตของบริษัท “Marvel”
2. เค้าคือฮีโร่ที่เกิดมาเพื่อกอบกู้วิกฤตชีวิต “โรเบิร์ต” นักแสดงตกอับ ให้กลับมามีวันที่สดใสได้อีกครั้ง

แต่ทั้ง 2 กรณีนั้น จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าทั้งบริษัท “Marvel” และ “โรเบิร์ต” ไม่ลุกขึ้นสู้และทุ่มเทไปกับโอกาสที่ได้รับในครั้งนั้น ข้อคิดที่เป็นใจความสำคัญก็คือ ถ้าเรายังสู้!! “โอกาสมีให้เสมอกับผู้ที่ยังไม่ยอมแพ้”

สุดท้ายท้ายสุด ถึงอย่างไรก็ตาม” ฮีโร่” ก็ยังหนีไม่พ้นสัจธรรมของการจากลา… ตั้งแต่ปี 2008 จุดเริ่มต้นของ “Iron Man” จนวันนี้ ปี 2019 กับ “Avengers : Endgame” กว่า 11 ปี ที่ตัวละครตัวนี้คอยสร้างความสุข สร้างเสียงหัวเราะ และสร้างแรงบันดาลใจ ให้หลายๆ คนทั่วโลกมาอย่างยาวนาน

ถึงเวลาที่ต้องกล่าวคำอำลา และให้ฮีโร่คนนี้ได้ไปพักเสียที…

เราจะจดจำและคิดถึงคุณตลอดไป เพราะคุณคือ “I Am Iron Man” (พูดเสียงต้นฉบับ)

Reference :
https://th.wikipedia.org/wiki/จักรวาลภาพยนตร์มาร์เวล
https://marvelcinematicuniverse.fandom.com/wiki/Iron_Man
https://www.youtube.com/watch?v=egVroR1MxDY

Facebook Comments
SHARE
Seal_Thadsapol
ทัศน์พล ทิพย์วีรกุล | Founder : Salary Investor, Content Creator, Financial Planer