ครบรอบ 22 ปี “วิกฤตต้มยำกุ้ง” กับ 10 สิ่งที่คนรุ่นหลังควรเรียนรู้ไว้

2 ก.ค.2562 ครบรอบ 22 ปีพอดี สำหรับวันที่เคยเป็นฝันร้ายสำหรับบริษัททั้งเล็กและใหญ่หลายเจ้าล้มละลายกันระนาว ถือว่าเป็นแผลเป็นที่เจ็บปวดสำหรับคนทำธุรกิจ

ก่อนเกิดวิกฤต “ต้มยำกุ้ง” จริงๆ แล้วก็มีหลายสิ่งที่เป็นสัญญาณเตือน เช่น การเปิดเสรีการเงินมากเกินไป กู้เงินจากต่างประเทศจนมีหนี้สินล้นพ้นตัว สถาบันการเงินเกิดวิกฤต ขาดธรรมาภิบาล มีการปล่อยกู้ให้กับพรรคพวก ไม่มีหลักทรัพย์ ทำให้เกิดผลเสียหายกันเป็นโดมิโน…

เรื่องก็ผ่านมา 22 ปีแล้วเรามาทบทวน 10 สิ่งสำคัญที่ควรรู้จากวิกฤตในครั้งนั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่คนรุ่นหลังจะต้องศึกษาไว้ให้ดี เพราะถือเป็นบทเรียนราคาแพงจากคนรุ่นก่อนที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นอีก

1. การประกาศลอยตัวค่าเงินบาท

เมื่อปี 2540 มีประกาศลอยตัวค่าเงินบาทหรือสมัยนั้นเรียกว่าลดค่าเงินจากเดิมอยู่ที่ 25 บาท/ดอลลาร์สหรัฐได้ขยับขึ้นเป็น 40-50 บาท/ดอลลาร์สหรัฐทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงอย่างมาก จนสถาบันการเงินและภาคธุรกิจต้องประสบกับปัญหาหนี้เพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวีคูณฉุดให้เศรษฐกิจตกตํ่าอย่างรุนแรง จึงทำให้รัฐบาลไทยต้องขอรับความช่วยเหลือจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)

2. เศรษฐกิจไทยพังหนักมาก

ปี 2539 ภาคการส่งออกที่เป็นที่พึ่งพิงหลักของเศรษฐกิจไทยเกิดภาวะหดตัวอย่างรุนแรงจนตัวเลขติดลบ ส่งผลให้ดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลเพิ่มสูงขึ้นอย่างมหาศาลและกลายเป็นจุดอ่อนเปิดช่องให้กองทุนต่างประเทศของนาย จอร์ช โซรอส เข้าโจมตีค่าเงินบาทอย่างหนัก ทำให้ BOT ตัดสินใจทุ่มเงินสำรองเงินตราต่างประเทศจนหมดหน้าตัก

3. เข้าใจคำว่า “หนี้เสีย” NPL (Non-Performing Loan)

หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของธนาคาร หรือหนี้เสียที่เกิดจากการที่ลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ โดยมียอดค้างชำระเกิน 3 เดือนติดต่อกัน โดยเดือน พ.ค. 2540 มียอดหนี้ NPL สูงถึง 52% ของสินเชื่อรวม

4. จุดกำเนิดนโยบายผ่อนคลายการคลัง

 นายธารินทร์ นิมมานเหมินท์ รมว.คลังคนใหม่ ได้ทำการยื่นเรื่องขอต่อรองเงื่อนไขมหาโหดของ IMF กลายเป็นที่มาที่ไปของหนังสือแสดงเจตจำนง (Letter of Intent : LOI) ฉบับที่ 3 เพื่อขอให้ IMF ช่วยเหลือไทยโดยใช้นโยบายภาคการคลังแบบผ่อนคลาย ช่วยให้รัฐบาลและรัฐวิสาหกิจกู้เงินและลงทุนได้

5. Twin Crisis (วิกฤตสองทาง)

คือ วิกฤตค่าเงินและวิกฤตสถาบันการเงิน เนื่องจากกระบวนการพิจารณาสินเชื่อของสถาบันการเงินเป็นไปอย่างหละหลวม โดยไม่พิจารณาความเป็นไปได้ของโครงการ หรือความสามารถในการชำระเงินคืนอย่างถ่องแท้ การปล่อยสินเชื่อแบบผิดๆให้แก่พวกพ้องหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง นักการเมืองที่ทำกันอย่างกว้างขวาง

6. ภาวะฟองสบู่แตก (Conomic Bubble)

 การที่ราคาสินทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ หุ้น ถูกปั่นราคา มีการแย่งกันซื้อทำให้ราคาเพิ่มขึ้นเกินจากความเป็นจริง เมื่อมีข่าวหรือเกิดเปลี่ยนแปลงก็แย่งขายทำให้ราคาตกลงมาอย่างรวดเร็ว อย่างเรื่องที่ว่า “ฟองสบู่แตก” ซึ่งดัชนีหุ้นไทยวันที่ 4 ม.ค. 2537 อยู่ที่ 1,753 จุด และวันที่ 4 ก.ย. 2541 อยู่ที่ 207.31 จุด ลดลงมากว่า 85%

7. Hedge Fund กองทุนปีศาจ

คือกองทุนรวมที่เข้ามาลงทุนในสินทรัพย์ทั้งการเงิน หุ้น และทำธุรกรรมการเงินได้ทุกประเภท ซึ่ง Hedge Fund เป็นกองทุนที่กล้าได้กล้าเสีย เข้าเร็วออกเร็ว ชอบลาก และทุบเข้ามาโจมตีค่าเงินบาท โดยมีผู้บริหารกองทุนอย่าง จอซ โซรอส

8. การโจมตีค่าเงิน (Currency Attack)

หมายถึงการที่นักลงทุนต่างประเทศเข้ามาแสวงหากำไร จากการซื้อขายเงินตราของสกุลหนึ่งเพื่อทำกำไรจากผลต่างระหว่างอัตราที่ซื้อและอัตราที่ขาย เป็นวิธีการหารายได้รูปแบบหนึ่งของนักลงทุนระหว่างประเทศ ถ้าจะเปรียบเทียบกับ “การเก็งกำไรค่าเงิน” (Currency Speculation) จะมีนิยามเหมือนกัน แต่แตกต่างกันตรงที่การโจมตีนั้นมุ่งหวังให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรง

9. วลีเด็ด ปี 2540 “ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย”

“ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย” เป็นคำพูดของ สวัสดิ์ หอรุ่งเรือง เจ้าของอุตสาหกรรมเหล็กกล้าและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ได้ประสบปัญหากว่าแสนล้านโดยได้ฟ้องล้มละลายเมื่อปี 2552 และจากนั้น 3 ปี ก็หลุดพ้นล้มละลาย

10. การเปิดท้ายขายของ “คนเคยรวย”

เมื่อเกิดวิกฤตเศรษฐกิจบริษัทล้มละลายจะต้องปิดกิจการทำให้มีการปลดพนักงานจำนวนมาก คนรวยกลายเป็นคนจน เจ๊ง จะต้องมีการนำสินทรัพย์ออกมาเร่ขาย ที่เรียกกันว่าเปิดท้ายขายของกัน เพื่อเป็นเงินทุนดำรงชีพกันต่อไป

เราได้อะไรจากวิกฤตในครั้งนั้น ?

บทเรียนในอดีตจากวิกฤตปี 2540 สอนเราว่าความประมาทสามารถสร้างความเสียหายได้มากมายเพียงใด เราต้องลดจุดเปราะบางในระบบการเงินและเตรียมรับมือกับความผันผวนในตลาดการเงินโลกที่อาจเพิ่มสูงขึ้นได้ในพริบตา ส่วนภาคธุรกิจจึงควรวางแผนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับองค์กร โดยเฉพาะการบริหารความเสี่ยงใน อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา

ในวันนี้ที่เศรษฐกิจไทยกลับมามีเสถียรภาพ แต่ก็ไม่มีอะไรการันตีได้ว่าจะไม่เกิดวิกฤติขึ้นอีกในอนาคต

ทุกฝ่ายควรให้ความสำคัญกับการปฎิรูปเศรษฐกิจในหลายมิติเพื่อลดจุดเปราะบางให้มากที่สุด ไม่ว่าจะคุณภาพการศึกษา ความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และปัญหาด้านการเมือง ที่จะต้องเร่งให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีของโลกที่เปลี่ยนแปลงเร็วมาก เพื่อให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างยั่งยืน…

Reference :
http://www.thebigchilli.com/fea-tom-yum-kung
https://www.bbc.com/thai/thailand-40446319
https://fxhanuman.com/web/index.php
https://www.posttoday.com/finance/invest/556364

Content Writer : Kulsinee D.
Graphics Designer : Kakana P.

Facebook Comments
SHARE
Yo Kulsinee
: Luck is not found , But it’s made