Work-life Balance : เมื่อชีวิตเสพติดการทำงาน

0
1177

ในโลกแห่งการทำงานทุกวันนี้ โดยเฉลี่ยมากกว่า 40-50% ของเวลาที่เราใช้ไปในแต่ละวัน หมดไปกับการทำงานและการเดินทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำงานในทุกวันนี้ ไม่ได้จำกัดเฉพาะแค่การทำงานที่ต้องทำงานอยู่ที่ Office เหมือนก่อน เวลาทำงานจริงๆ อาจจะครอบคลุมถึงเวลาที่เราอยู่นอกที่ทำงานด้วย เพราะเทคโนโลยีมันดีขึ้น ที่บอกว่าเทคโนโลยีช่วยให้สะดวกสบายมากขึ้น แต่มันกลับทำให้เราต้องทำงานมากขึ้นเช่นกัน เช่น ต้องตอบเมล์ ในระหว่างที่เดินทางกลับบ้าน หรือ เดินทางไปที่ทำงาน หรือ แม้กระทั่งต้องทำงานผ่านคอมพิวเตอร์ ในช่วงวันหยุดพักร้อน เป็นต้น

มันจึงทำให้เวลาทำงานไม่ได้ถูกจำกัด ว่าต้องทำเช้า 9 โมง เลิก 5 โมง เหมือนในอดีต อีกต่อไปแล้วเรามักจะเห็นได้มากขึ้นเรื่อยๆ ที่ วิถีการดำเนินชีวิตของคนทำงานหลายคนเปลี่ยนไป คือ ทำงานทุกที่ เกือบทุกเวลา เพราะเดี๋ยวนี้ ทำงานผ่านมือถือ ผ่าน Tablet ได้ทุกที่ ระหว่างพักก็ทำงาน ระหว่างทานข้าวก็ทำงาน

ปัญหาก็คือ ถ้าเราบริหารจัดการชีวิตไม่ดี ผลที่ตามมา อาจจะทำให้เราขาดสมดุลย์ ในการดำเนินชีวิตได้อย่าลืมไปว่า เราก็มีชีวิตด้านอื่นๆ ที่นอกเหนือจากงานเช่นกัน

ลองมาตรวจสอบตัวเองกันหน่อยว่า เรากำลังมีปัญหาขาดสมดุลย์ในการดำเนินชีวิตกันหรือไม่ ?

1. เราทำงานมากเกินไปไหม
มากเกินไป อาจจะรวมถึงทั้งปริมาณและเวลาที่ใช้ในการทำงานในแต่ละวัน เช่น โดยปรกติ เราจะทำงานวันละ 8 ชม. ถ้าทำ 5 วัน ก็คือ 40 ชม. แต่ถ้าเรามีพฤติกรรมที่ทำงานโดยเฉลี่ยเกิน 50 ชม. ต่อสัปดาห์ มาเป็นเวลานานๆ เป็นแบบนี้ คุณคงจะไม่มีเวลาเหลือไปทำเรื่องอื่นๆ แน่นอน มิหนำซ้ำ คุณกำลังจะเพิ่มความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจ เบาหวาน โรคความดัน โรคเครียด และ อีกหลายโรคที่จะตามมา คุ้มไหมล่ะครับแบบนี้

2. รู้สึกง่วงนอนเป็นประจำในที่ทำงาน
ถ้าอาการนี้ เกิดขึ้นมากกว่าหนึ่งครั้งในแต่ละวัน นั่นแสดงว่า คุณพักผ่อนไม่พอแน่นอน พอนอนไม่พอก็ต้องดื่มกาแฟ ดื่มหลายๆ แก้ว ก็ยิ่งทำลายสุขภาพ แถมไม่มีเวลาออกกำลังกายอีก ยิ่งใช้ชีวิตแบบนี้นานไป ไม่นานสารพัดโรคจะถามหา ทางการแพทย์เขาบอกว่า คนที่พักผ่อนไม่พอ มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใขสูงถึง 94% นอนไม่พอกลางคืนแล้วจะมาชดตอนกลางวัน มันไม่เหมือนกันนะครับ

3. ทำงานไม่เคยลาหยุด หรือ ลาป่วยเลย
ป่วยก็ไม่ลาจะทำแต่งาน ลาพักร้อนมีก็ไม่ยอมใช้จะทำแต่งาน เสพติดการทำงานเข้าเส้นเลือด แบบนี้ ก้ไม่ไหวนะครับ บริษัทเขามีลาพักร้อนเอาไว้ให้เราใช้เพื่อที่จะให้เราได้พัก อย่างไรเสียก็ควรใช้นะครับ และเวาลาป่วย ก็ควรต้องพัก ชีวิตไม่ใช่หุ่นยนต์ มันเหนื่อย มันป่วยก็ต้องมีพัก เพื่อให้ฟื้นตัวกันบ้าง

4. เป็นมนุษย์ที่ยุ่งเรื่องงานตลอดเวลา
มือจับมือถือตลอด เช็คเมล์ตลอด คิดถึงแต่งาน กังวลเรื่องงานตลอดเวลา ไม่ว่าจะอยู่ที่บ้าน อยู่กับเพื่อน หรือ อยู่กับครอบครัว สมองสั่งให้คิดแต่เรื่องงานตลอด เป็นแบบนี้ คนรอบข้างคงไม่มีความสุขเป็นแน่

5. ไม่เคยได้ร่วมกิจกรรมสำคัญๆ กับครอบครัวเลย
อันนี้ก็เป็นสัญญาณอันตราย เพราะขนาดคนสำคัญในครอบครัว เรายังไม่มีเวลาให้พวกเขาเลย นี่เรากำลังมองว่างานสำคัญกว่าพวกเขางั้นเหรอ

6. ไม่เคยได้ไปพบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูงเลย
นัดทีไรก็เบี้ยว ติดงานบ้างล่ะ ติดภาระกิจ ติดประชุม สารพัดจะติด นี่ก็เป็นอีกด้านหนึางที่บ่งบอกว่า เราเอาเวลาที่สำคัญเวลาส่วนมากซะด้วย ทุ่มไปให้กับงานมากจนเกินไป

นี่แค่ก็ 6 ข้อที่สำคัญแล้วนะครับ ถ้าใครมีครบ 6 ข้อ แนะนำให้รีบแก้ไขตนเองโดยด่วนมาก ถ้าหากช้าไป คุณจะไม่เหลือชีวิตที่สำคัญในด้านอื่น ๆ อีกเลย หันมาทบทวน กิจกรรมในแต่ละวัน รู้จักบริหารเวลา และแบ่งเวลาให้กับเรื่องอื่นๆ ที่สำคัญ และมีเวลาพักผ่อนให้เพียงพอบ้างนะครับ

ชีวิตของคนเรา ไม่ได้มีแต่เรื่องงานเพียงอย่างเดียว ต้อง “Work-life Balance”

Facebook Comments
SHARE
Dr. Rapeerat
อดีตผู้บริหารระดับสูงขององค์กร ผ่านประสบการณ์การทำงานมากกว่า 20 ปี กับบริษัทต่างชาติและองค์กรระดับโลก ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาธุรกิจให้กับกลุ่มธุรกิจ SME, อาจารย์สอนในระดับปริญญาโท, วิทยากรรับเชิญ และเจ้าของแฟนเพจ "มนุษย์เงินเดือนพันธ์ุใหม่" ที่มีคนติดตามกว่าสามแสนคน