เทรนด์ออฟฟิศยุคใหม่ ที่ทำให้พนักงานมีความสุขกับการทำงาน

0
935

เทคโนโลยีสมัยพัฒนาก้าวไกลจนในบางครั้งพนักงานอย่างเราๆ ไม่จำเป็นต้องทำงานจากในออฟฟิศอีกต่อไปแล้ว ไม่จำเป็นต้องเหนื่อยเดินทางฝ่ารถติด ไม่ว่าจะอยู่ในร้านกาแฟ หรือสถานที่ที่แปลกประหลาดสักแค่ไหน ก็สามารถทำงานให้สำเร็จลุล่วงได้ บริษัทบางแห่งจึงเริ่มมีภารกิจที่จะเปลี่ยนออฟฟิศที่แสนน่าเบื่อ ให้กลายมาเป็นสถานที่ที่พนักงานจะสามารถมาทำงานได้อย่างสุขใจ เราลองมาดูไอเดียปฏิวัติออฟฟิศอันแสนเก๋ไก๋เหล่านั้นกันดีกว่า

“โต๊ะเก้าอี้สุดล้ำ” (The ‘super-desk’)

พื้นที่การทำงานที่สำคัญที่สุดเห็นจะเป็นพื้นที่ที่เรานั่งทำงานอย่างโต๊ะ และเก้าอี้ แต่ในหลายๆ บริษัทแค่โต๊ะเก้าอี้สี่ขาอาจธรรมดาไป เลยมีการคิดค้นพัฒนาพื้นที่การทำงานให้ก้าวล้ำขึ้นไปอีกระดับ

Citrix บริษัทไอทีชื่อดัง ได้ทำการติดตั้ง “genius benches”(แปลเป็นไทยได้ว่าม้านั่งสุดล้ำ) ที่สำนักงานใหญ่ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยเจ้าม้านั่งตัวนี้จะต่างจากโต๊ทำงานทั่วไปตรงที่โต๊ะจะมีความสูง และความยาวเพิ่มมากขึ้น มาพร้อมกับเก้าอี้สตูลทรงสูง ไม่ได้เป็นเก้าอี้ธรรมดาเหมือนออฟฟิศทั่วไป

โต๊ะทำงาน Genius Benches จาก Citrix ที่ใช้เก้าอี้ทรงสูงในการปรับอารมณ์การทำงานของพนักงาน

ลองมาดูไอเดียสุดยอดโต๊ะจากออฟฟิศอื่นๆ กันบ้าง

ชื่อ Skullcandy น่าจะเคยคุ้นหูผ่านตาสาวกหูฟังหลายๆ คนมาบ้าง สำนักงานใหญ่ของ Skullcandy ที่อยู่ในเมืองซูริค ก็มาพร้อมกับโต๊ะทำงานที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ แค่นี้อาจฟังดูง่ายไป เพราะไม่ว่าโต๊ะตัวไหนๆ แค่เรายกมันขึ้นมา ก็สามารถย้ายมันได้แล้ว แต่ความพิเศษของโต๊ะทำงานที่นี่ไม่ได้หมดเพียงเท่านั้น โต๊เหล่านี้จะมีคุณลักษณะเหมือนกับเป็นจิ๊กซอว์ที่เมื่อนำมาตั้งติดกัน ก็จะสามารถต่อกันได้อย่างลงล็อก ไม่ว่าอยากจะปลีกวิเวกทำงานเดี่ยวๆ หรือรวมทีมปรึกษาไอเดีย ก็ลงตัวทั้งนั้น 

ออฟฟิศของ Skullcandy ในเมืองซูริค

ในขณะเดียวกัน บริษัทการตลาดอย่าง Barbarian Group ก็ได้สร้างสุดยอดโต๊ะที่ออฟฟิศในมหานครนิวยอร์ก โต๊ะตัวนี้มีขนาดใหญ่พอที่จะให้คนนั่งทำงานรวมกันได้ถึง 170 คน สถาปัตยกรรมแห่งโต๊ะทำงานยังไม่จบเพียงแค่นั้น สุดยอดโต๊ะตัวนี้ยังมี ทางเดินที่มีหลังคาโค้ง ซึ่งจัดไว้ให้หากพนักงานต้องการการสนทนาอย่างเป็นส่วนตัว

Super-desk จาก Barbarian โต๊ะทำงานที่สามารถใช้ร่วมกันได้ถึง 170 คน

สำหรับออฟฟิศของ Lego ในลอนดอน และสิงคโปร์ ก็ได้พัฒนาระบบการทำงานให้ก้าวล้ำทันสมัยขึ้นไปอีกระดับ จะไม่มีสิ่งที่เรียกว่าโต๊ะทำงานส่วนตัวอีกต่อไป Lego ได้พัฒนาระบบโต๊ะทำงานแบบ Hot-desking ให้ล้ำขึ้นไปอีก ระบบนี้เรียกว่า activity-based working ซึ่งหมายถึงว่าการทำงานนั้นอยู่บนพื้นฐานของการทำกิจกรรมร่วมกัน ไม่มีการกำหนดที่นั่งตายตัว ไม่มีออฟฟิศห้องพิเศษที่แบ่งไว้สำหรับผู้จัดการ ใครที่ต้องการจะลุกออกจากที่นั่งนานมากกว่า หนึ่งชั่วโมงครึ่ง จะต้องนำสัมภาระทุกอย่างติดตัวไปด้วย เรียกได้ว่าต้องเก็บข้าวเก็บของออกไปให้หมดกันเลยทีเดียว

ความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ออฟฟิศรูปแบบใหม่ของ Lego มีมากถึงขนาดที่ได้จัดตั้งแผนกการทำงานแนวใหม่ ซึ่งก็ดูท่าว่าจะเป็นไปได้ดีทีเดียว

โต๊ทำงานจาก Lego ที่พนักงานสามารถเลือกที่นั่งได้อย่างอิสระ

นอกจากรูปแบบที่ต่างออกไปจากออฟฟิศแบบเดิมๆ แล้ว ออฟฟิศยังถูกพัฒนาให้ฉลาดขึ้นกว่าเดิมเป็นไหนๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบไฟอัจฉริยะ ระบบทำความร้อน หรือแม้แต่เซ็นเซอร์ที่คอยนับว่าในออฟฟิศมีคนอยู่กี่คน

ออฟฟิศที่สุขภาพดีกว่าเก่า

Theo Maessen หุ้นส่วนอาวุโส จากบริษัทออกแบบอาคารสัญชาติดัตช์ BOB (Best Office Building –อาคารออฟฟิศที่ดีที่สุด) กล่าวว่าเทคโนโลยีได้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของพื้นที่ออฟฟิศให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งสิ่งนี้ยังได้มอบผลประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นให้แก่พนักงานอีกด้วย

เขาได้ให้สัมภาษณ์กับ BBC เอาไว้ว่า

เราสร้างออฟฟิศที่สุขภาพดีกว่าเก่า ใช้แสงตอนกลางวันให้เป็นประโยชน์ และมีระบบควบคุมอุณหภูมิที่สามารถกำจัดราและฝุ่นได้ ซึ่งจะช่วยลดอัตราการป่วยของพนักงานลงได้มากทีเดียว

ด้วยระบบการจำลองทางคอมพิวเตอร์ Maessen สามารถคำนวณหาจำนวนหน้าต่างสูงสุดสำหรับอาคารไม่เกิน 40% ของตัวอาคารควรเป็นกระจก เห็นได้อย่างชัดเจน รวมถึงมีการไหลเวียนของอากาศอย่างเหมาะสม

อาคารที่ Massaen เป็นผู้ออกแบบ ได้นำระบบความร้อนใต้พิภพมาใช้งานแทนเครื่องปรับอากาศ โดยระบบนี้จะนำอุณหภูมิที่พบใต้ดินขึ้นมาใช้ให้เป็นประโยชน์

น้ำอุ่นจะถูกปั๊มขึ้นมาใช้ในฤดูหนาว ในช่วงฤดูร้อนก็จะเป็นน้ำเย็น

นอกจากนี้ยังมีการเลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่ดีต่อทางระบบเดินหายใจมากกว่า และยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

ออฟฟิศเมืองไทย ก็ไม่แพ้ใครนะ

ดูตัวอย่างจากออฟฟิศเมืองนอกกันไปแล้ว เมืองไทยก็ไม่น้อยหน้าเขาเหมือนกันนะ ท่านผู้อ่านบางคนอาจพอเคยรู้จักคุ้นหูกับชื่อบริษัท Unilever (ยูนิลีเวอร์) มาอยู่บ้าง แต่ที่หลายๆ คนอาจยังไม่รู้คือ ออฟฟิศใหม่ของยูนิลีเวอร์ถูกสร้างขึ้นภายใต้คอนเซปต์แนวเดียวกันนี้ อย่างในเรื่องของความยืดหยุ่น โต๊ะทำงานไม่ได้ถูกกำหนดอย่างตายตัว ไม่มีห้องพิเศษสำหรับผู้จัดการ  แบ่งโซนอย่างเป็นสัดส่วน

ยูนิลีเวอร์ -ขอบคุณรูปภาพจาก adaymagazine

ในขณะเดียวกัน ทุกส่วนก็สามารถเชื่อมถึงกันได้ อยากนั่งทำงานตรงไหน ก็สามารถเลือกเอาได้เลย มีการออกแบบที่ทันสมัย และที่สำคัญคือเป็นออฟฟิศที่ขึ้นชื่อว่ากรีนออฟฟิศเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งครอบคลุมไปถึงการเลือกเฟอร์นิเจอร์อีกด้วย

ยูนิลีเวอร์- ทุกโซนในบริษัทสามารถเชื่อมต่อถึงกันได้ -ขอบคุณรูปภาพจาก adaymagazine

บางไอเดียจากเมืองนอกอาจใช้ไม่ได้จริงในเมืองที่มีสภาพอากาศสุดร้อนแรงอย่างบ้านเรา แต่ความมุ่งมั่นในการพัฒนาอาคารให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมนั้นไม่มีขีดจำกัด หลังคาที่ยูนิลีเวอร์ถูกออกแบบให้สามารถกักเก็บน้ำฝนให้นำมาใช้ประโยชน์ต่อไปได้ รวมไปถึงใช้กระจกที่หนาเป็นพิเศษเพื่อเป็นการป้องกันความร้อน แต่ก็เก็บแสงธรรมชาติ ช่วยให้ประหยัดแอร์ไปในตัว

ออฟฟิศยุคใหม่
ออฟฟิศใหม่ของ ยูนิลีเวอร์ ที่เลือกใช้กระจกหนากันความร้อน กักเก็บแสง และช่วยประหยัดพลังงาน -ขอบคุณรูปภาพจาก adaymagazine

เว็บไซต์ยอดฮิตอย่าง Google ก็ไม่น้อยหน้า ในเมืองไทยก็มีออฟฟิศของเว็บไซต์ยักษ์ใหญ่นี้เหมือนกัน และแน่นอนว่าออฟฟิศของ Google ไม่ได้มาเล่นๆ เช่นกัน

ห้องอาหาร “เยาราช”- ขอบคุณรูปภาพจากit24hrs

ห้องอาหาร “เยาวราช” จุดรวมอาหาร ขนม เครื่องดื่ม ไอศกรีม ที่จัดให้พนักงานได้ทานฟรี ไม่ว่าจะมื้อเช้า หรือมื้อเที่ยง แถมมื้อเย็น ยังใจดี จัดใส่กล่องให้ไปทานที่บ้านได้อีกด้วย ห้องอาหารที่นี่ขึ้นชื่อว่าเป็นห้องอาหารที่อร่อยที่สุดในบรรดาห้องอาหารของสำนักงาน Google ทั่วโลกเลยทีเดียว พนักงานท่านไหนที่เป็นสายสุขภาพก็ไม่ต้องห่วงไป เพราะเมนูที่นี่เป็นเมนูสุขภาพ!

โซนนั่งพักผ่อนใน Google -ขอบคุณรูปภาพจาก it24hrs

ยังไม่พอ Google ยังจัดโซนพักผ่อน จะนัดพบปะพูดคุยสไตล์คนกันเอง หรือนั่งรับประทานอาหาร ของว่าง แถมยังมีขนมให้หยิบทานอีกด้วย

คอนเซปต์ความเป็นออฟฟิศได้เปลี่ยนไปแล้ว โลกสมัยใหม่ ได้พยายามออฟฟิศให้เป็นที่ที่น่าดึงดูดใจมากยิ่งขึ้น ยิ่งบริษัทพยายามพัฒนาออฟฟิศมากเท่าไร พนักงานอย่างเราๆ ก็ดูจะได้สุขใจมากขึ้นเท่านั้น หวังว่าออฟฟิศของท่านผู้อ่าน คงจะสร้างสีสันให้เหล่าพนักงานได้บ้างเหมือนกันนะ:)

Credit: Source, SourceTH

Facebook Comments