“ฝากออมทรัพย์พิเศษ” VS “กองทุนรวมตราสารหนี้” เลือกแบบไหนดี ?

ในเวลาที่นักลงทุนกำลังหาหนทางโยกเงินหรือลดสัดส่วนเงินลงทุนจากแหล่งที่ไม่มั่นใจไปพักในแหล่งที่ปลอดภัยขึ้น สิ่งที่กังวลก็คือ เงินก้อนที่จะเอาออกมานั้นจะเอาไปไว้ที่ไหนดี 
ถ้าต้องการแหล่งพักเงินที่ปลอดภัย ต้องเลือกวิธีที่มีสภาพคล่องสูงอย่าง ฝาก “ออมทรัพย์พิเศษ” หรือไม่ก็ “กองทุนรวมตราสารหนี้” แต่ทั้งสองวิธีล้วนมีข้อแตกต่างกันในเรื่องความปลอดภัยของเงิน สภาพคล่อง และผลตอบแทน
ถ้าอย่างนั้นก่อนตัดสินใจเงินเลือกแหล่งพักเงิน ลองมาดูกันว่า ควรจะวิเคราะห์เรื่องนี้กันอย่างไร ?

1. ความมั่นคง – ความปลอดภัยของเงินต้น

การฝากเงินไว้กับธนาคาร เป็นการฝากเงินไม่ใช่การลงทุนจึงแทบจะไม่มีความเสี่ยงใดๆ ที่จะกระทบกับเงินฝากที่เรานำไปฝากไว้ และยังคงได้รับการคุ้มครองจากสถาบันคุ้มครองเงินฝาก ตามเกณฑ์ที่ประกาศ

อัตราดอกเบี้ยที่จะได้รับก็มีการตกลงกันล่วงหน้าแล้ว หากฝากเงินเอาไว้ครบกำหนดเวลาก็จะได้รับดอกเบี้ยตามเงื่อนไข ในขณะที่การลงทุนในกองทุนรวมไม่ใช่การฝากเงิน แต่เป็นการนำเงินไปลงทุนจึงมีความเสี่ยงที่สูงกว่าการฝากเงิน

โดยกองทุนตลาดเงิน กองทุนตราสารหนี้ จะนำเงินจากผู้ลงทุนไปลงทุนในตราสารหนี้ประเภทต่างๆ เช่น พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ ตั๋วเงินคลัง ตั๋วแลกเงิน หุ้นกู้ของภาคเอกชน ตลอดจนเงินฝากของสถาบันการเงิน

แม้ตราสารที่ไปลงจะมีความมั่นคงสูง แต่ก็ยังมีความเสี่ยงอยู่บ้างเล็กน้อย แต่โอกาสที่จะขาดทุนจากการลงทุนในกองทุนตลาดเงิน หรือกองทุนตราสารหนี้ก็มีน้อยมาก เนื่องจากตราสารหนี้ของบริษัทที่ไปลงทุน มักจะอยู่ในอันดับที่มั่นคงสูง และเป็นการลงทุนในตราสารที่มีอายุสั้นๆ

2. สภาพคล่อง

เงินฝากออมทรัพย์พิเศษ ที่จ่ายดอกเบี้ยสูง มักจะมีเงื่อนไขจำกัดจำนวนการถอนในแต่ละเดือน เช่น ถอนได้เดือนละ 2 ครั้ง แต่กองทุนรวมตลาดเงิน หรือกองทุนตราสารหนี้ไม่จำกัดจำนวนครั้งในการขายในแต่ละเดือน แต่ก็จะได้รับเงินช้าไป 1-2 วันทำการ เว้นแต่ไปลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ที่มีกำหนดระยะเวลา

3. ผลตอบแทน


เวลาเราเปรียบเทียบผลตอบแทน เราต้องเทียบเงินที่ได้รับสุทธิ เพราะเงินฝากธนาคารถ้าต้องเสียภาษี ก็เท่ากับดอกเบี้ยเงินฝากที่ได้รับจะลดลง อย่าลืมว่า บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ “พิเศษ” หรือออมทรัพย์ธรรมดา ถ้าได้ดอกเบี้ยเกิน 20,000 บาท จะต้องถูกหักภาษีเงินได้ หัก ณ ที่จ่าย 15% ก่อนจึงจะเป็นดอกเบี้ยจ่ายที่ผู้ฝากเงินจะได้รับ

แต่การลงทุนในกองทุนรวมนั้น โดยปกติกองทุนรวมตราสารหนี้ไม่ต้องเสียภาษีแต่ปัจจุบันได้มีกฎหมายใหม่กำหนดว่าเวลากองทุนมีการจ่ายดอกเบี้ยให้กับกองทุน จะโดนหักภาษี ณ ที่จ่ายไปทันที 15% จากเดิมที่ผู้ลงทุนจะได้ผลตอบแทนเต็มเม็ดเต็มหน่วย แต่เมื่อโดนหักภาษี ผลตอบแทนก็ลดลงไปด้วย

แต่ถ้าพูดกันตามตรง ถึงแม้จะเก็บภาษีในกองทุนตราสารหนี้ 15% ผลตอบแทนจากกองทุนตราสารหนี้ยังคงมากกว่าผลตอบแทนฝากออมทรัพย์พิเศษอยู่ดี แต่กองทุนตราสารหนี้มีความเสี่ยงของเงินต้นอยู่ในระดับสูง จึงไม่เหมาะต่อผู้ที่กลัวความเสี่ยง หรือผู้ที่กำลังมองหาแหล่งพักเงินที่ปลอดภัย

หากคุณกำลังมองหาแหล่งพักเงินที่ความเสี่ยงต่ำ แต่ให้ผลตอบแทนเหมาะสม โดยปกติแล้วผลตอบแทนจากบัญชีออมทรัพย์พิเศษจะอยู่ที่ประมาณ 1.0 – 1.4 % แต่ “ธนาคารธนชาต Ultra savings เงินฝากออมทรัพย์พิเศษ” ใจดี ให้ผลตอบแทนสูงสุด 1.6% ต่อปี แถม คิดดอกเบี้ยทุกวัน ! จ่ายดอกเบี้ยทุกเดือน ! และ ฝากได้ตั้งแต่ 2 หมื่นแต่ไม่เกิน 50 ล้านบาท !

ข่าวดี !! สำหรับลูกค้าที่เปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ Ultra Savings ตั้งแต่ 20,000 บาทขึ้นไป พร้อมดาวน์โหลด หรือแสดง Thanachart Connect โมบายแอป รับฟรี ! กระบอกน้ำสแตนเลส มูลค่า 390 บาท  ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม – 30 พฤศจิกายน 2562

“เล่มเดียวที่ให้คุณก้าวหน้าได้ทุกวัน ก้าวไปกับธนาคารธนชาต”

สนใจศึกษารายละเอียดได้ที่ : http://bit.ly/2kjwwS9

Facebook Comments
SHARE
Advertorial Team
เริ่มลงทุนวันนี้ เพื่ือชีวิตที่ดีในอนาคต "INVEST WELL, LIVE WELL"