9 เทคนิค ที่จะช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น (โดยหลักการทางวิทยาศาสตร์)

เชื่อว่ามนุษย์เงินเดือนที่ต้องอาศัยอยู่ในออฟฟิศเป็นเวลากว่า 8 ชั่วโมงต่อวัน อาทิตย์ละ 5-6 วัน รวมแล้วกว่า 40 ชั่วโมงทุกคน ต้องเคยประสบปัญหา “สมองล้า”, “คิดงานไม่ออก”, “ทำงานไม่ได้” และค่อยๆ พาตัวเองเข้าสู่ “อาการหมดไฟ” (Burnout Syndrome) ทีละนิด อย่างช้าๆ…

ความรู้สึกบั่นทอนกำลังใจ สมองตื้อ สมองล้า จนรู้สึกทำงานไม่ได้ ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เกิดขึ้นกับใครคนใดคนหนึ่ง แต่สามารถเรียกได้ว่าเป็นเรื่องปกติที่สามารถพบเจอได้ทั่วไป แต่จะทำยังไงล่ะ? ถึงจะจัดการกับปัญหานี้ เพื่อให้สามารถลุยงานต่อไปได้
วันนี้เรานำเสนอ 9 เทคนิคที่จะช่วยให้คุณทำงานให้มีผลผลิตคุณภาพ และที่สำคัญเทคนิคเหล่านี้ยังได้รับการสนับสนุนทางวิทยาศาสตร์ด้วย! มาดูกัน…

1. ไม่ควรทำ OT

จากการวิจัยพบว่า ถ้าเราสามารถลดเวลาการทำงานลงจากวันละ 10 ชั่วโมงเหลือ 8 ชั่วโมง เป็นเวลา 5 วันได้ จะทำให้เราสามารถสร้างผลผลิตงานได้มากขึ้น และใช้เวลาได้น้อยลง เป็นการฝึกการบริหารเวลาและมีสมาธิกับงานในเวลาที่เหมาะสม ลองทบทวนดูดีๆ ว่าที่ต้องทำ OT ทุกวัน เพราะเอาเวลางานไปทำอะไรที่ไม่สำคัญอยู่หรือเปล่า?

2. เลิกนิสัย Multitasking

ผลการศึกษาเรื่องนี้ระบุว่า เมื่อเราพยายามทำงานหลายอย่างในเวลาเดียวกัน จะส่งผลให้การทำงานช้าลงและเกิดความผิดพลาดได้ง่ายขึ้นด้วย ต่างจากเวลาที่เราจดจ่อกับงานใดงานหนึ่งแล้วตั้งใจทำให้เสร็จ จะได้งานที่มีคุณภาพกว่ามาก

3. หันหน้ารับแสงธรรมชาติให้มากขึ้น

จากผลสำรวจพบว่าพนังงานบริษัทที่ทำงานอยู่ใกล้หน้าต่างที่มีแสงแดดส่อง จะมีอาการของความผิดปกติทางอารมณ์ตามฤดูกาล (Seasonal Affective Disorder หรือ SAD) น้อยลง รวมถึงมีอัตราการขาดงานน้อยด้วย แสงจากธรรมชาติทำให้เรารู้สึกสดชื่น และช่วยลดความเครียดได้อีกด้วย

4. ปฏิเสธงานให้เป็น

แทนที่จะทำงานชิ้นอื่นให้มากขึ้น การจดจ่อในการทำงานชิ้นหนึ่งเพียงชิ้นเดียว จะส่งผลให้งานชิ้นนั้นมีผลิตผลและคุณภาพมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การปฏิเสธงานอื่นที่ไม่ใช่หน้าที่ของเราโดยตรง หรือปฏิเสธที่จะทำงานชิ้นใหม่ในขณะที่กำลังทำงานชิ้นเก่าอยู่ จึงเป็นเคล็ดลับที่จะทำให้มีผลลัพธ์จากการทำงานที่ดีขึ้น

5. อย่าเป็น Perfectionist

จากผลการวิจัยพบว่า บุคคลที่ทำงานโดยมุ่งหวังความสมบูรณ์แบบมากเกินไปมีแนวโน้มที่จะสร้างผลิตภาพการทำงานได้น้อยลง เนื่องจากสมองจดจ่อกับรายละเอียดยิบย่อยซ้ำไปมาเยอะเกินจำเป็น ทำให้สูญเสียประสิทธิภาพการมองในภาพรวมและความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆไป

6. ปล่อยให้สมองได้พักบ้าง

การพักการทำงานของสมอง จะช่วยกระบวนการวิเคราะห์ข้อมูลข่าวสาร ทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น และยังเป็นการช่วยให้มีความจำที่เสถียรมากขึ้นด้วย

7. ออกไปเดินเล่นบ้าง

จากผลการศึกษา การออกไปเดินเล่นเพื่อผ่อนคลายมีนัยสำคัญต่อกระบวนการสร้างความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ รวมไปถึงกระบวนการแก้ไขปัญหา ซึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงบรรยากาศและผ่อนคลายไปในเวลาเดียวกัน

8. ล้านักก็งีบซะเลย

จากการสำรวจพบว่าการงีบหลับเป็นเวลา 10-15 นาที สามารถทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า  มีความคิดเฉียบแหลมและมีประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้นได้

9. ทำงานให้เหมือนการออกกำลังกาย (Work Sprints)

การทำงานก็เปรียบเสมือนการออกกำลังกายสมอง ไม่มีการออกกำลังกายไหนที่ทำอย่างต่อเนื่องนานเกินไปแล้วจะเกิดผลดี ดังนั้นแล้วด้วยหลักการเดียวกัน การทำงานควรมีการพักเป็นระยะๆ อาทิ ทำงาน 90 นาที แล้วพัก 20 นาที จากนั้นจึงทำงานอีกครั้ง เพื่อเป็นการกระตุ้นให้เกิดการทำงานของสมองเต็มที่

เป็นยังไงกันบ้าง? อ่านดูแล้วรู้สึกว่าน่าสนใจกันบ้างมั้ย? ที่สำคัญที่สุดของการทำงานให้มีคุณภาพ ไม่ใช่การทำงานหนัก แต่เป็นการทำงานแบบฉลาด (Work Smarter not Harder) ถ้าใครสนใจก็ลองเอาเทคนิคเหล่านี้ไปลองทำกันดู หรือมีเทคนิคก็มาแชร์กันได้เลยนะครับ ขอให้ทุกคนทำงานได้อย่างราบลื่นครับ

Reference : 9 Scientific ways to be more productive

Facebook Comments
SHARE
Teedanai Cholvatanapong
จบเศรษฐศาสตร์ มศว แต่ใจรักงานสาย Creative จึงผันตัวมาเป็น Content Creator ในปัจจุบัน ยึดถือคำพูดที่ว่า "ถ้าคุณสามารถล้มเหลวในสิ่งที่ไม่ชอบได้ ทำไมถึงไม่ลองทำในสิ่งที่ชอบดูล่ะ"