วงจร “สภาวะอารมณ์” ของนักลงทุน

หลายคนบอกว่า ”ตลาดหุ้น” ก็ไม่ได้แตกต่างอะไรกับ “บ่อนพนัน” มีทั้งเจ้ามือ มีทั้งนักปั่น มีทั้งการสร้างกระแสข่าว บางคนเข้ามาได้ไม่นาน เงินลงทุนที่หวังว่าจะได้กำไร กลับกลายเป็นขาดทุนหนัก และเป็นสาเหตุที่ทำให้ท้อแท้ และออกจากตลาดไปด้วยแผลที่ฝังอยู่ในใจ และเข็ดจนไม่อยากกลับเข้ามาอีก

การลงทุนในหุ้น ถ้าศึกษาจริงๆ แล้วจะไม่เหมือน “การพนัน” ถ้าเข้าใจและมีการบริหารความเสี่ยงอย่างถูกต้อง แต่คนส่วนใหญ่ที่เข้ามาใช้แต่ “อารมณ์” มากกว่าการวิเคราะห์ข้อมูล ทำให้ส่วนใหญ่ 80% ขาดทุนในการเริ่มต้นลงทุนในหุ้น

นั่นคือสิ่งที่เรียกว่า “กับดักอารมณ์” ซึ่งมันมักจะขัดแย้งกัน กับ “สถาวะของตลาดอยู่เสมอ” 

ช่วงที่ 1 – Market Peak (Peak)
ช่วงอารมณ์ – ซื้อในจุดยอดดอย

(ช่วงที่ราคาหุ้นอยู่ในจุดสูงสุด เป็นจุดที่ดีที่สุดใน “การขาย” แต่คนส่วนใหญ่กลับ “เข้าซื้อ”)
เมื่อหุ้นราคาหุ้นอยู่ในจุดสูงสุด นักลงทุนหลายคนกลับคิดว่านี่เป็นเวลาที่ดีที่สุดในการ “เข้าซื้อ” และคิดว่าราคาของหุ้นน่าจะสูงขึ้นได้อีก โดยที่ไม่รู้เลยว่านี่คือราคาสูงสุดแล้ว ซึ่งทำให้หลายคน “ซื้อของแพงอย่างมั่นใจ”

ช่วงที่ 2 – Bear Market (Recession)
ช่วงอารมณ์ – VI จำเป็น

(ช่วงที่ซื้อไปแล้ว แต่ราคาเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง)
ช่วงที่ราคาหุ้นเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง จะส่งผลต่ออารมณ์ของนักลงทุนที่ซื้อหุ้นมาในราคาสูงเป็นอย่างมาก โดยในขั้นแรก พวกเขามักจะปฏิเสธวัฐจักรเศรษฐกิจในช่วงนี้ และหวังว่าราคาจะปรับตัวขึ้นในไม่ช้า จนท้ายที่สุดก็พ่ายแพ้ต่อความรู้สึกกังวล จนตั้งใจจะถือหุ้นไปในระยะยาวแทน หรือตั้งใจขายทันทีเมื่อราคาสูงขึ้นแม้จะเพียงนิดเดียว

ช่วงที่ 3 – Market Trough (Trough)
ช่วงอารมณ์ – จุดที่คนกลัวที่สุดเป็นจุดที่น่าซื้อที่สุด

(ช่วงที่ราคาอยู่ในจุดต่ำสุด เป็นจุดที่ดีที่สุดใน “การซื้อ”แต่คนส่วนใหญ่กลับ “กลัว”))
ผลของการซื้อหุ้นในจุดสูงสุดปรากฎออกมาให้เห็นชัด ทำให้นักลงทุนรู้สึกผิดหวัง หมดสิ้นกำลังใจในการลงทุนต่อ จนอาจทำให้หลายคนถอนตัวจากการลงทุนไปเลย ทั้งที่แท้จริงแล้ว เวลานี้กลับเป็นเวลาที่ดีที่สุดในการเข้าซื้อหุ้นตัวใหม่ๆ เพราะเป็นราคาที่ถูกที่สุดในการซื้อนั่นเอง

ช่วงที่ 4 – Bull Market (Recovery)
ช่วงอารมณ์ – รอดูก่อนเพราะเคยเจ็บมาก่อน

(ช่วงที่ราคาหุ้นเริ่มฟื้นตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง)
เนื่องจากความรู้สึกท้อแท้จากความล้มเหลวในช่วงก่อนหน้า แม้ราคาหุ้นจะเริ่มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องแล้วก็ตาม นักลงทุนหลายคนกลับยังรู้สึกไม่มั่นใจในการลงทุน เพราะยังกลัวว่าราคาจะกลับไปตกซ้ำซ้อน ทำให้ไปรอซื้อในเวลาที่สูงเกินไปหรือกลายเป็นจุด Peak ของตลาด ทำให้เกิดการขาดทุนในอนาคตได้ในที่สุด

Reference : The Investor Sentiment Wheel

Facebook Comments
SHARE
Salary Investor
เริ่มลงทุนวันนี้ เพื่ือชีวิตที่ดีในอนาคต "INVEST WELL, LIVE WELL"