5 สเต็ป วิธีเปิดพอร์ตหุ้นด้วยตัวเองสำหรับมือใหม่

0
24172

หุ้นไม่ใช่เรื่องยากและไกลตัวอีกต่อไปแล้ว ไม่ว่าใครก็สามารถเป็นเจ้าของพอร์ตหุ้น แต่จะเริ่มอย่างไรนี่สิปัญหา มือใหม่อย่างเราๆ ควรเริ่มต้นที่ตรงไหนก่อนดี


1. จับคู่กับโบรกเกอร์ที่ใช่

โบรกเกอร์ คือคนที่จะมาช่วยเราดูแลเรื่องเงินๆ ทองๆ ไม่ว่าจะเรื่องการจ่ายเงิน ชำระค่าซื้อหุ้น ส่งมอบหุ้น รวมถึงแจ้งสิทธิที่ผู้ลงทุนจะได้จากหุ้นที่ถืออยู่ เรียกได้ว่าทุกขั้นตอนเกี่ยวกับหุ้น โบรกเกอร์จะเป็นผู้รับผิดชอบให้ตั้งแต่ต้นจนจบ โดยอาจเริ่มศึกษาจากประวัติของโบรกเกอร์ พิจารณาจากรูปแบบบริการ และค่าธรรมเนียม ที่สำคัญคือควรเป็นโบรกเกอร์ที่สามารถติดต่อได้ง่าย และมีบริการรวดเร็วเลือกโบรกเกอร์ที่เหมาะสมกับสไตล์ของคุณมากที่สุด ชอบแบบไหน อยากลงทุนมากเท่าไร เลือกเอาได้เลยเข้าดูรายชื่อโบรกเกอร์ได้ที่นี่

2. เลือกประเภทบัญชีหุ้น ที่เหมาะกับเรา

บัญชีหุ้นก็เหมือนบัญชีธนาคาร มีให้เลือกเปิดได้หลายแบบขึ้นอยู่กับว่าจุดประสงค์ของเราในการเปิดบัญชีคืออะไร ไม่ว่าจะเลือกเปิดพอร์ตหุ้นกับโบรกเกอร์ไหน ก็จะมีประเภทบัญชีให้เลือกอยู่ 3 ประเภทด้วยกัน

บัญชีเงินสด (Cash Account) วางเงินกับโบรกเกอกร์เพียงแค่ 20% ก็สามารถซื้อหุ้นได้ ภายหลังจากนั้น 3 วันทำการจึงค่อยโอนเต็มจำนวน หากเป็นการขายหุ้น เงินก็จะเข้าบัญชีเราภายใน 3 วันทำการเช่นกัน

บัญชีแคชบาลานซ์ (Cash Balance) เราจำเป็นจะต้องฝากเงินกับโบรกเกอร์ก่อนถึงจะสามารถซื้อหุ้นได้ บัญชีประเภทนี้มีความคล้ายบัญชีออมทรัพย์ที่เราใช้ฝากเงินในธนาคารอยู่ตรงที่ว่า ฝากเท่าไร ก็สามารถใช้ได้เท่านั้น ดังนั้น เราจะสามารถซื้อ-ขายหุ้นได้ตามจำนวนเงินที่เราฝากไว้ และถ้าไม่ได้นำเงินที่ฝากไว้ไปลงทุนซื้อหุ้นอะไร เราก็จะได้ดอกเบี้ยเป็นการตอบแทนเช่นกัน ข้อดีอย่างหนึ่งคือบัญชีประเภทนี้เหมาะกับมือใหม่ที่หัดเริ่มลงทุน

บัญชีเครดิตบาลานซ์ (Credit Balance Account) สำหรับบัญชีประเภทสุดท้ายนี้ จะให้เรากู้เงินเพื่อมาซื้อหุ้น โดยต้องมีการวางเงินสด หรือหุ้นเป็นหลักประกันการชำระหนี้ตามที่โบรกเกอร์กำหนดไว้(มีคิดดอกเบี้ยด้วยนะ) ถ้าหากหุ้นที่เราเลือกลงทุนราคาตกไปมากๆ โบรกเกอร์ก็จะบังคับขาย(Force Sell) เพื่อไม่ให้เสียหายมากไปกว่าเดิม

3. ยื่นเอกสารเปิดบัญชี

เมื่อสามารถเลือกโบรกเกอร์ที่เหมาะสมกับตัวคุณมากที่สุดได้แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการจัดเตรียมเอกสารต่างๆให้พร้อม อย่าได้ละเลยเรื่องนี้ไป เพราะถ้าเอกสารการเปิดพอร์ตไม่ครบ เราจะมีพอร์ตหุ้นในครอบครองได้อย่างไร ในขั้นตอนการสมัครนี้ จะมีแบบสอบถามเกี่ยวกับการรับความเสี่ยง เพื่อเป็นการประเมินผู้ลงทุน เมื่อสมัครเรียบร้อยแล้ว ก็รอผลอนุมัติแล้วเตรียมพร้อมดำเนินการขั้นต่อไปได้เลย

4. ทำความเข้าใจโปรแกรม Streaming สำหรับเทรดหุ้น

สมัยนี้ทุกอย่างต้องทำผ่านโลกดิจิทัลได้แล้ว พอร์ตหุ้นก็เช่นกัน เราสามารถดาวน์โหลดแอพ Streaming มาช่วยอำนวยความสะดวกในการซื้อ-ขาย เช็คราคา ดูกราฟ และบริหารพอร์ตหุ้น ประโยชน์ของแอพนี้มีมากกว่าความสะดวกสบายเสียอีก เพราะมันจะช่วยให้เราประหยัดเงินที่จะต้องเสียไปกับค่านายหน้าได้มากกว่าเป็นไหนๆ

5. โอนเงินเข้าบัญชี เตรียมพร้อมลงทุน

ขั้นตอนสุดท้าย แต่ไม่ท้ายที่สุด คือการโอนเงินเข้าบัญชีแบบที่เราเลือกไว้ ใครเลือกแบบโอน 20% ใครเลือกแบบฝากเงิน หรือจะเลือกกู้ จัดไป!แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นคือต้องมีเงินสำรองในจำนวนที่มากพอ เตรียมการพร้อมรองรับเหตุฉุกเฉินเอาไว้ก่อน เงินที่เราใช้ลงทุนควรเป็นเงินก้อนแบบที่เรียกว่า “เงินเย็น” ไม่มีเงินก่อนนี้ก็อยู่ได้ ไม่ต้องกินแกลบ หรือไปกู้ใครให้ลำบาก

เรียนรู้เพิ่มเติมได้ที่ “ห้องเรียนนักลงทุน” ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ถ้าหากมั่นใจและศึกษามาดีพอแล้ว ก็เริ่มได้เลย!
หลังจากมีพอร์ตหุ้นกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็อย่าลืมที่จะ หมั่นศึกษาหาความรู้อยู่เสมอ มือใหม่อย่างเราๆ ชั้นเชิง และเทคนิคยังน้อยนัก อย่าลืมว่าเงินที่จะนำไปลงทุนนั้นได้มายากลำบากขนาดไหน ทุกการลงทุนล้วนมีความเสี่ยง จึงควรพิจารณาให้รอบคอบเสียก่อน

Facebook Comments
SHARE
Ing
Ing is my name, yet my personal is thing you may explore.