5 ข้อดีที่คาดไม่ถึงของการเป็นมนุษย์เงินเดือน

0
529

เมื่อพูดถึงการเป็นมนุษย์เงินเดือน หรือ คนทำงานประจำแล้ว เรียกได้ว่าเป็นสถานะท้ายๆที่คนยุคใหม่ตั้งแต่ Gen-Y เป็นต้นไปอยากจะเป็น เนื่องมาจากการเติบโตใน Generation ที่เต็มไปด้วยบุคคลที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย ด้วยการก่อตั้งธุรกิจของตนเองหรือทำอาชีพอิสระที่ตัวเองชอบ จึงกลายเป็นการปลูกฝังค่านิยมให้มีความเชื่อว่า ตนเองก็สามารถประสบความสำเร็จตามแบบ Role Model ได้เช่นกัน ตัวเลือกของการเป็นเจ้าของธุรกิจหรือการทำงานในแบบ Freelance จึงกลายเป็นตัวเลือกที่ Obvious มากๆในปัจจุบันไปโดยปริยาย

แต่ใครจะรู้ว่า “การเป็นนายตัวเอง” ที่หลายคนเห็นว่ามีข้อดีเยอะแยะไปหมดนั้น ก็ต้องแลกมาด้วยการแบกรับความรับผิดชอบมหาศาลเกินกว่าที่หลายคนคิดไว้เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นความรับผิดชอบทางการเงิน หรือ เวลาการทำงาน ที่จะต้องจัดการด้วยตนเองทั้งหมด เพราะการหยุดทำงาน ก็หมายถึงหยุดรายได้ของตัวเอง หรือในบางครั้งก็ไม่มีงาน!? เรียกได้ว่าเป็นความเครียดที่ Freelance ทุกคนเข้าใจกันเป็นอย่างดี

การทำงานไม่ว่าจะแบบไหน ล้วนมีข้อดีและข้อเสียของมันไป Freelance อาจมีอิสระ แต่ก็ต้องแบกความรับผิดชอบทั้งหมดไว้ การทำงานประจำก็เช่นกัน มีข้อดีและข้อเสียของมันไป นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไม คุณถึงไม่ควรปิดกั้นความคิด ปิดกั้นทางเลือกของการเป็น “คนทำงานประจำ” เพราะถึงจะมีข้อเสีย มันก็มีข้อดีที่คุณอาจคาดไม่ถึงเช่นกัน

1.เป็นการเพิ่มพูนทักษะการสื่อสาร

แน่นอน เมื่อเลือกที่จะทำงานประจำคุณจะไม่ได้ทำงานอยู่คนเดียว แต่จะต้องติดต่อประสานงานกับเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ ทั้งในแผนกเดียวกัน ต่างแผนก หรือแม้แต่การติดต่อกับลูกค้า ซึ่งจำเป็นอย่างมากที่จะต้องใช้ทักษะการสื่อสารเพื่อให้งานสำเร็จตามต้องการ หรือใช้สำหรับการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการทำงาน ซึ่งสิ่งนี้จะเป็นการพัฒนาทักษะของคุณไปโดยไม่รู้ตัว และหลังจากนี้ก็จะติดตัวคุณไปตลอด ทำให้สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาตัวเองในด้านอื่นๆ หรือนำไปใช้งานในงานต่อๆไปได้

2.เป็นการเพิ่ม Connection

ต่อมาจากข้อที่แล้ว ในเมื่อเราต้องทำงานร่วมกับบุคคลจำนวนมากในที่ทำงาน รวมถึงติดต่องานกับลูกค้า นี่แหละที่จะเป็นโอกาสในการทำความรู้จักกับคนมากมายหลายประเภท หลายสายงาน ซึ่งจะกลายเป็นการเพิ่ม Connection ซึ่งนอกจากจะเป็นการส่งเสริมความก้าวหน้าในการเติบโตทางการงานของเราแล้ว พวกเขายังอาจกลายมาเป็นบุคคลสำคัญในชีวิตเราได้ด้วย ไม่ว่าจะในฐานะเพื่อน พี่น้อง หรือคนรู้ใจ

3.ได้เรียนรู้งานใหม่ๆและค้นหาตัวเอง

บ่อยครั้งที่การทำงานประจำ ทำให้เราได้ลองทำงานแบบใหม่ๆที่เราไม่เคยได้ลองทำมาก่อน บ้างก็จากการทำงานไม่ตรงสายที่เรียนมา หรือต่างแผนกที่เราคิดไว้ จึงทำให้เราได้สั่งสมและเรียนรู้งานใหม่ๆ เป็นการเพิ่มประสบการณ์ในการทำงาน และเพิ่มทักษะในด้านอื่นนอกเหนือจากทักษะดั้งเดิมของเราไปพร้อมๆกัน ทำให้ระหว่างการทำงานไปนั้น มันอาจทำให้เราค้นพบความต้องการของตัวเองว่าจริงๆแล้วเราชอบทำงานแบบไหนกันแน่

4.พอร์ตและเครดิตที่ดีกว่า

เนื่องด้วยการมีรายได้ที่แน่นอนในแต่ละเดือน จึงทำให้คุณมีโอกาสทางการเงินที่ดีกว่าคนทำงาน Freelance ที่มีรายได้ไม่แน่นอน เมื่อยื่นขอทำเรื่องกู้หรือผ่อน ก็ทำได้ง่ายและมักจะได้รับการอนุมัติ เพราะคุณมีสิ่งรองรับที่เรียกว่า “เงินเดือน” นั่นเอง นอกจากนี้ ด้วยการทำงานประจำในบริษัทที่ประกอบธุรกิจอย่างชัดเจน คุณยังได้สะสมพอร์ตการทำงานของคุณอย่างมีตำแหน่งและระบบ เพื่อนำไปยื่นในการทำงานในที่อื่นๆต่อไป (หรือเรียกได้ว่าเป็นการ Jump งานนั่นเอง)

5.สวัสดิการ, OT และวันลาก็มีนะ!

ถึงจะต้องทำงานวัน จันทร์-ศุกร์ หรือบางครั้งก็ต้องควบเสาร์ อย่าลืมว่าเงิน OT กับวันหยุดแบบเป็นหลักเป็นแหล่ง วันลาพักร้อน ก็ยังมีให้ชาวมนุษย์เงินเดือนได้พักหายใจกันอยู่นะ และเผลอๆพอนับรวมวันหยุดเสาร์-อาทิตย์กับวันพักร้อนแล้ว อาจจะเยอะกว่า Freelance บางคนด้วยซ้ำ! (ตัวอย่าง Freelance ห้ามหยุด ห้ามพัก ห้ามรักหมอ) เช่นเดียวกับเรื่องสวัสดิการ  ซึ่งถือได้ว่าเป็นจุดเด่นที่ทำให้การทำงานประจำดูหน้าเชิดชูขึ้นมา เพราะบางบริษัทก็ใจป้ำ ให้สวัสดิการเรียนต่อฟรี ช่วยผ่อนรถ ผ่อนบ้านก็มี! เรียกได้ว่าเป็นสิทธิพิเศษที่ชาว Freelance หลายคนก็ต้องอิจฉากันบ้างล่ะ!

สุดท้ายนี้จุดประสงค์ที่เราทำ Content นี้ขึ้นมา ไม่ได้บอกว่าทำงานประจำดีที่สุด แต่แค่ไม่อยากให้คุณปิดกั้น ปิดใจ ตัดความคิดการทำงานประจำไปซะตั้งแต่แรก

ขอให้ “เป็นตัวเลือกหนึ่ง” เพราะการทำงานประจำก็ไม่ได้แย่ไปซะทีเดียว และคนที่ประสบความสำเร็จจากการทำงานประจำ ก็ไม่ได้มีน้อยไปกว่าคนที่ประสบความสำเร็จจากการเป็นเจ้าของธุรกิจเลย

Facebook Comments
SHARE
Teedanai Cholvatanapong
จบเศรษฐศาสตร์ มศว แต่ใจรักงานสาย Creative จึงผันตัวมาเป็น Content Creator ในปัจจุบัน ยึดถือคำพูดที่ว่า "ถ้าคุณสามารถล้มเหลวในสิ่งที่ไม่ชอบได้ ทำไมถึงไม่ลองทำในสิ่งที่ชอบดูล่ะ"