ใช้เงินอย่างไรให้เหลือเก็บ เพื่อเป้าหมาย 1 ล้านแรก

0
2143

สำหรับคนทำงานยุคนี้ การจะมีเงินเก็บซักก้อนหนึ่ง ก็ถือว่าเป็นเรื่องยากพอสมควร เนื่องจากของใช้จำเป็นต่างๆ แล้ว ก็ยังมีสิ่งยั่วยุต่างๆ มากมาย จนบางครั้งจะไม่ซื้อก็ห้ามใจไม่ไหว หรือบางทีของที่ซื้อมาก็ใช้ไม่คุ้มค่าเงินที่จ่ายไป ดังนั้น Salary Investor มีคำแนะนำในการใช้เงินอย่างไรให้ สามารถเหลือเก็บได้ 1 ล้านบาทแรก ให้ทุกคนได้ลองนำไปใช้กันดู มาดูกันเลยค่ะ

1. คิดถึงความคุ้มค่าก่อน

ก่อนจะตัดสินใจจ่ายเงินซื้ออะไรนั้น ให้นึกถึงความคุ้มค่าและระยะเวลาการใช้งานก่อนค่ะ ยกตัวอย่างเสื้อผ้าชุดทำงาน ให้คิดถึงระยะเวลาที่สามารถใช้ได้และประโยชน์ใช้สอยก่อน เน้นเลือกซื้อไม่กี่ชุดที่ทำให้คุณดูดี ดีกว่าซื้อหลายๆชุดแต่ใส่ได้ไม่นาน เช่น กระโปรงที่เข้ากับชุดทำงาน ก็ควรเลือกสีพื้นๆที่แมตได้กับเสื้อหลายๆตัว หรือเลือกตัวที่คิดว่าจะใส่ได้หลายโอกาส อย่างน้อยพวกสินค้าแฟชั่นอย่างเสื้อผ้า ควรคิดก่อนว่าซื้อแล้วจะใส่ได้นานเท่าไร่ หากมากกว่า2ปี และเรายังไม่มีเสื้อผ้าคล้ายๆแบบนี้ ก็ตัดสินใจซื้อได้เลยค่ะ

2. ก่อนควักเงินออกจากกระเป๋า คิดทุกครั้ง

ก่อนควักเงินออกจากกระเป๋า คิดทุกครั้งนะคะ ว่าหากเราเอาเงินจำนวนนี้ไปลงทุนในเครื่องมืออะไรก็ได้ ที่จะทำให้เงินได้ผลตอบแทน10% ต่อปี ยกตัวอย่าง การนำเงินไปซื้อมือถือรุ่นใหม่ 10,000 บาท ก็จะกลายเป็น 11,000 บาท ในปีหน้า ซึ่งถ้าคุณมีระยะเวลาในการลงทุนที่มากพอ ภายใน7 ปี เงิน 1,000 บาทก็จะทวีคูณเป็น 2 เท่าเลยทีเดียว
ลองคิดดูว่าหากภายในปีแต่ละปี คุณใช้เงินไร้สาระไปหลายแสน เปลี่ยนโทรศัพท์มือถือ ซื้อเสื้อผ้า กระเป๋าแบรนด์เนมที่ไม่ค่อยได้ถือ (ไม่นับกระเป๋าที่เก็บและขึ้นราคานะคะ) เสื้อผ้า รองเท้าที่ไม่ได้ใส่ และสิ่งของต่างๆที่ไม่จำเป็น จะดีกว่าไหมคะ ถ้าเราเอาเงินไปลงทุนแทน และซื้อสิ่งของต่างๆ เท่าที่จำเป็น

3. จัดงบสำหรับกินข้าว สังสรรค์

ในส่วนนี้คงต้องคิดกำหนดให้ชัดเจน อาทิตย์หนึ่งๆ ไปสังสรรค์กับเพื่อนได้ 1 ครั้ง ถ้าเป็นไปได้ก็สามารถนัดมาพร้อมๆกันหลายๆคนเพื่อจะได้คุยกันทีเดียว ลีกาชิง มหาเศรษฐีอันดับ1 ของจีน เคยแนะนำไว้ว่าเราควรกันเงิน 5% ของรายได้เพื่อใช้ในส่วนนี้ เพราะในอนาคตความสัมพันธ์ที่ดีเหล่านี้แหละที่จะเป็นตัวช่วยคุณอย่างมหาศาล  แล้วใครละที่คุณควรจะไปกินข้าวด้วย แนะนำง่ายๆว่าใครก็ได้ที่ทำให้ชีวิตเราเจริญก้าวหน้าขึ้น อาจจะเป็นเพื่อนดีๆ ที่ประสบความสำเร็จหรือทำให้เราได้รับแรงบันดาลใจต่างๆ หรือเป็นเพื่อนที่เก่งกว่า รวยกว่าเราหรือขยันกว่าเรา เพราะอนาคตของคุณจะเป็นยังไงนั้น สามารถทำนายได้เลยจาก 5 คนที่คุณใช้เวลาอยู่ด้วยมากที่สุด

4. รับจ๊อบ หรือทำงานนอก

ปัจจุบันเป็นเทรนไปแล้วที่คน Gen Y ไม่ได้มีงานแค่ 1 งานอีกต่อไป หากคุณมีงานประจำอยู่ ลองหางานใกล้เคียงกับทักษะที่ทำอยู่แล้วในที่ทำงาน หรือลองเปิดกิจการออนไลน์ก็ไม่เลว อย่างเช่น หากทำงานด้านการตลาด หลังเลิกงานแล้วเราอาจจะรับเป็นที่ปรึกษาให้บริษัทเล็กๆอื่นๆ หรือหากทำงานอยู่บริษัทอสังหาริมทรัพย์ฯ เราอาจจะเปิด Page รับเป็นนายหน้าซื้อขายอสังหาฯ ไปด้วยก็ได้ นอกจากจะเพิ่มรายได้แล้ว ยังทำให้ไม่มีเวลาออกไปใช้เงินอีกตะหาก

5. พัฒนาตัวเองอยู่เสมอ

หลายคนอาจจะท้วงในใจว่าหาความรู้มันเกี่ยวกับเงินเก็บตรงไหน! เกี่ยวสิคะ เกี่ยวมากและสำคัญที่สุดด้วย นอกจากนี้ ยุคนี้เป็นยุคที่มีความรู้ดีๆ ข้อมูลข่าวสารฟรีๆ เยอะมากๆ ที่เราจะหาได้จากอินเตอร์เน็ต พวกความรู้ดีๆ เหล่านี้แหละที่จะทำให้เรามีรายได้มากขึ้น ถ้าคุณเรียนรู้จนเป็นที่สุดในการทำงานด้านนั้นๆ มั่นใจว่ารายได้คุณต้องเพิ่มขึ้นแน่นอน และอาจจะเพิ่มเยอะกว่าที่คุณคิดด้วยซ้ำ
หรือคุณอาจจะใช้เวลาเรียนรู้ด้านที่สนใจ อย่างเช่นการลงทุนก็อาจจะลองศึกษาเกี่ยวกับหุ้น อสังหาริมทรัพย์ พัฒนาความรู้ในด้านนั้นๆ ให้ถึงที่สุด หลังจากนั้นเงินทองจะตามมาแน่นอนค่ะ เรียกว่าเก่งก่อนเดี๋ยวรวยเอง

Facebook Comments
SHARE
Lena Sireetorn
ชื่นชอบการลงทุน การบริหารธุรกิจ และการตลาดออนไลน์ ทำงานด้าน Digital Marketing ชอบอ่านหนังสือและเขียนบทความเกี่ยวกับธุรกิจ คติประจำใจ "Follow your passion and everything else will fall into place"